Skip to content

ปริศนา…TP Hotel ตอบโจทย์ ? ใครบังคับใช้

13 ก.พ. 2565 | 14:00น.
ปริศนา…TP Hotel ตอบโจทย์ ? ใครบังคับใช้
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า [email protected]

แม้ว่า Thailand Pass Hotel หรือ TP Hotel ตัวช่วยตรวจสอบการจองโรงแรมที่พัก และการจองตรวจ RT-PCR ในระบบของ Thailand Pass จะถูกใช้งานไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดคำถามมากมาย

เช่นระบบนี้อยู่ในความรับผิดชอบของใคร มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องนำมาใช้ ฯลฯ รวมถึงคำถามที่ว่า ระบบมันตอบโจทย์ของผู้ใช้ได้จริงหรือ ? หรือใช้อำนาจอะไรในการนำมาบังคับใช้

โดยระบบนี้ให้โรงแรมช่วย approve เอกสารเกี่ยวกับการจองโรงแรม การตรวจ RT-PCR รวมถึงการจองรถรับจากสนามบินเข้าโรงแรม

โดยทุกวัน Thailand Pass จะจัดส่งข้อมูลส่วนตัวของนักท่องเที่ยว เช่น ชื่อ นามสกุล เลขพาสปอร์ต วันเซ็กอิน-เช็กเอาต์ ผ่าน Thailand Pass Hotel เพื่อให้ SHA Plus Manager ของโรงแรมแต่ละแห่ง หรือใครก็ได้ที่ได้รับมอบหมายช่วย approve ข้อมูล

เมื่อตรวจสอบและพบว่าเป็นไปตามเงื่อนไขก็กด accept หมายถึง ผ่าน หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขให้กด reject ซึ่งหมายถึง ไม่ผ่าน โดยต้อง approve ภายใน 30 ชั่วโมง (นับจากเวลาที่ Thailand Pass จัดส่งมาให้)

กรณีที่โรงแรมไม่ response ภายใน 30 ชั่วโมง ระบบจะ reject อัตโนมัติทันที

จากนั้น กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะตรวจสอบเรื่องใบรับรองการฉีดวัคซีน ใบรับรองการตรวจโควิดก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง ประกันของนักท่องเที่ยว ฯลฯ และแจ้งสถานะการอนุมัติ QR code ให้นักท่องเที่ยวผ่านระบบ Thailand Pass

ข้อดีคือ ระบบนี้ทำให้ทุกโรงแรมรับรู้ และยืนยันว่ามีนักท่องเที่ยวทำการจองโรงแรม เช็กอินวันไหน เช็กเอาต์วันไหน มีการจองตรวจ RT-PCR ทั้ง 2 ครั้ง ฯลฯ

เรียกว่า ช่วยแก้ปัญหาในช่วงก่อนหน้านี้ที่มีโรงแรมรายงานว่าไม่รู้ว่านักท่องเที่ยวเข้าเช็กอินวันไหน มีการจองตรวจ RT-PCR ตามเงื่อนไขหรือไม่ รวมถึงมีบางกรณีที่ไม่ได้จองรถไปรับที่สนามบิน ทำให้เกิดปัญหานักท่องเที่ยวตกค้างอยู่ที่สนามบินจำนวนมาก

แต่ข้อเสียคือ หากโรงแรมไม่ให้ความร่วมมือ ไม่เข้ามา approve ระบบ Thailand Pass ก็จะล้มเหลว ไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนต่อไป และออก QR code ให้กับผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนในระบบไม่ได้

ผู้บริหารโรงแรมรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า การกลับมาเปิดให้ลงทะเบียนในระบบ Thailand Pass รอบ 1 กุมภาพันธ์นี้ไม่ราบรื่นเหมือนเมื่อครั้ง 1 พฤศจิกายน 2564 ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามอุดช่องโหว่ของระบบมาโดยตลอด

เหมือนว่า ยิ่งเดินหน้า ยิ่งสับสน และมีปัญหาใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา

ยกตัวอย่างเช่น การนำ Thailand Pass Hotel มาใช้ครั้งนี้ หน่วยงานไหนอนุญาต ระบบนี้ “ผิดกฎหมาย” หรือเปล่า มีที่มาที่ไปถูกต้องหรือไม่ ฯลฯ

บางส่วนตั้งข้อสังเกตุว่า ผู้ปฏิบัติงาน “ทุจริตเชิงนโยบาย” ใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ผ่านกระบวนการประเมินโครงการ และไม่มีการจัดซื้อจัดจ้าง

สอดรับกับความเห็นของผู้ใหญ่ในวงการท่องเที่ยวท่านหนึ่งที่เล่าว่า ระบบดังกล่าวนี้ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากระบบ SHABA หรือ SHA Plus+ Booking Authentication System ของจังหวัดภูเก็ต ที่ใช้สำหรับการยืนยันการจองห้องพัก
ของนักท่องเที่ยว ซึ่งว่ากันว่าพัฒนาขึ้นมาในนามของเอกชน

โดย ททท.รับมอบมาพัฒนาต่อให้สามารถนำมาใช้งานสำหรับทั้งประเทศภายใต้ชื่อ Thailand Pass Hotel และนำไปเชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านของ Thailand Pass และระบบอื่น ๆ

พร้อมเล่าด้วยว่า เดิมทีเดียว ททท.เตรียมแผนจัดซื้อจัดจ้างเอกชนผู้พัฒนาด้วยมูลค่าหลัก 10 ล้านบาท (ผู้ให้ข้อมูลบอกว่าเห็นเอกสารเสนอราคา) แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลใดที่ทำให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไม่บรรลุเป้าหมาย

แต่ระบบดังกล่าวถูกนำไปเชื่อมต่อกับระบบของ Thailand Pass เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อน 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดข้อครหาว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการ “ทุจริตเชิงนโยบาย” และเอื้อประโยชน์ให้เอกชน

นี่ยังไม่รวมข้อกล่าวหาเรื่อง “การละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล” ของสหภาพยุโรป

กระทั่งวันนี้ประเด็นคำถามที่เกิดขึ้นก็ยังไม่มีใครออกมาอธิบาย หรือว่าจะปล่อยให้เป็น “ปริศนา” ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจโรงแรม