เจาะเบื้องหลังการขนส่งโบราณวัตถุ “จิ๋นซีฮ่องเต้” ยากแค่ไหนกว่าจะเดินทางถึงเมืองไทยให้เราได้ชม

นิทรรศการพิเศษเรื่อง “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ที่รวบรวมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญอายุกว่า 2,700 ปีจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิ์จิ๋นซี หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้มาจัดแสดงในเมืองไทยเป็นครั้งแรก กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนับถอยหลังอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเปิดให้เข้าชมนิทรรศการในวันที่ 15 กันยายนนี้ และจะจัดแสดงยาวไปจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  

นิทรรศการพิเศษนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒรธรรม และภาคเอกชนไทย กับสำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมมณฑลส่านซี (Shaanxi Provincial Cultural Heritage Administration) สำนักงานแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี (Shaanxi Cultural Heritage Promotion Center) และพิพิธภัณฑ์สานจิ๋นซี (Qin Shinhuang’s Mausoleum Site Museum) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

โบราณวัตถุ 86 รายการ จำนวน 133 ชิ้นจากจีนเดินทางมาถึงพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ครบทั้งหมดเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา จากนั้นภัณฑารักษ์ เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากร พร้อมด้วยภัณฑารักษ์และเจ้าหน้าที่จากทางจีนได้ร่วมกันเปิดหีบห่อตรวจสภาพโบราณวัตถุเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา

น่าสนใจว่าการเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุอายุเกือบ 3 พันปีนั้นต้องดูแลรักษาอย่างไรไม่ให้เกิดความเสียหายหรือชำรุดสึกหรอกับโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าเหล่านั้น

นิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ในวันเปิดหีบห่อโบราณวัตถุ นิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการขนส่งโบราณวัตถุตั้งแต่ต้นทางมาจนถึงปลายทางว่า กระบวนการดำเนินงานนั้นมีรายละเอียดเยอะมาก มีหลายเงื่อนไขและปัจจัยที่ต้องพยายามควบคุมสภาพให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานทางพิพิธภัณฑ์วิทยาระดับสากล

ผอ.นิตยา เล่ารายละเอียดและกระบวนการทำงานให้ฟังว่า โบราณวัตถุทั้ง 133 ชิ้นนี้ตอนอยู่ที่ประเทศจีนไม่ได้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เดียวกัน แต่กระจายจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ 14 แห่งทั่วมณฑลส่านซี เมื่อทางไทยกับจีนเจรจากันลงตัว ใกล้ถึงขั้นตอนการส่งมอบโบราณวัตถุให้ไทย เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ประจำมณฑลส่านซีจึงไปรวบรวมโบราณวัตถุทั้งหมดมารวมกันที่พิพิธภัณฑ์มณฑลประจำส่านซีเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว

ขั้นตอนการตรวจสภาพและบันทึกสภาพที่เมืองจีน

ขณะที่ทางจีนรวบรวมโบราณวัตถุนั้น ทางฝั่งไทยต้องดำเนินการจัดเตรียมเรื่องการขนส่ง การประกันภัยโบราณวัตถุ และจัดเตรียมสถานที่จัดแสดงไว้ให้พร้อม ทันทีที่โบราณวัตถุเคลื่อนออกจากพิพิธภัณฑ์ประจำมณฑลส่านซีนั้นทุกอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของไทย หากเกิดเหตุเกิดความเสียหายใด ๆ ขึ้นกับโบราณวัตถุ ฝ่ายไทยต้องรับผิดชอบ ซึ่งเฉพาะค่าขนส่งและค่าประกันภัยนั้นเป็นเงินประมาณ 16-17 ล้านบาท   

เมื่อรวบรวมโบราณวัตถุมาถึงพิพิธภัณฑ์ประจำมณฑลส่านซีครบแล้วก็เข้าสู่กระบวนการตรวจเช็กและบันทึกสภาพโบราณวัตถุ ซึ่งในขั้นตอนนี้กรมศิลปากรของไทยได้ส่งภัณฑารักษ์และนักวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ไปรับรู้และบันทึกสภาพโบราณวัตถุร่วมกันกับจีน ใช้เวลาทำงานเฉพาะขั้นตอนการตรวจและบันทึกสภาพโบราณวัตถุ 1 สัปดาห์เต็ม ๆ

การบรรจุหีบห่อโบราณวัตถุชิ้นเล็ก
การบรรจุหีบห่อโบราณวัตถุชิ้นเล็ก
การบรรจุหีบห่อโบราณวัตถุชิ้นใหญ่
การบรรจุหีบห่อโบราณวัตถุชิ้นใหญ่

 

หลังจากการตรวจสภาพและบันทึกสภาพเสร็จแล้วก็เข้าสู่กระบวนการบรรจุหีบห่อโบราณวัตถุใส่กล่อง ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันทั้งฝ่ายจีนและฝ่ายไทยอีกเช่นกัน เมื่อแล้วเสร็จแล้วจึงไปสู่กระบวนการขนส่งออกจากจีนมาไทยโดยเครื่องบิน แต่ก่อนจะได้ขึ้นเครื่องบินนั้นมีบางอย่างที่ผิดไปจากแผนการที่คาดไว้ ทำให้ต้องใช้เวลาขนส่งนานขึ้น

“เรื่องการขนส่ง แต่เดิมเราคิดว่าน่าจะขึ้นเครื่องออกจากมณฑลส่านซีได้ แต่ปรากฏว่าเครื่องบินที่เมืองซีอาน มณฑลส่านซีเป็นเครื่องเล็ก เป็นเครื่องบินโดยสาร ไม่ใช่เครื่องบินขนส่งสินค้า จึงต้องขนส่งใส่รถตู้คอนเทนเนอร์ปรับอากาศจากมณฑลส่านซีไปสนามบินที่ใกล้สุดที่มีเครื่องขนาดใหญ่คือเซี่ยงไฮ้ ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากส่านซีไปถึงเซี่ยงไฮ้ 1 วัน 1 คืน โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเรานั่งรถดูแลของมาด้วยตลอด จากนั้นขึ้นเครื่องบินขนส่งที่เซี่ยงไฮ้มาเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์มาไทย ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุดที่มีเที่ยวบินขนส่งสินค้า ตลอดการเดินทางภัณฑารักษ์ก็ต้องไปด้วย เนื่องจากมีการเปลี่ยนเครื่อง ต้องมีการย้ายของ ภัณฑารักษ์ต้องดูแลในกระบวนการขนย้ายของด้วย เมื่อมาถึงสุวรรณภูมิ บริษัทที่เราจ้างขนส่งก็ไปรับโบราณวัตถุจากสนามบินสุวรรณภูมิ นำขึ้นรถตู้คอนเทนเนอร์ปรับอากาศมาส่งที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนคร” ผอ.เปิดเผยรายละเอียด

กล่องบรรจุโบราณวัตถุที่แข็งแรง ปิดผนึกแน่นหนา

ผอ.นิตยา ให้ข้อมูลว่า เงื่อนไขที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากตลอดกระบวนการการเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุคือ ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมไม่ให้โบราณวัตถุเจอความชื้น เพราะความชื้นเป็นเหตุให้โบราณวัตถุเสื่อมสภาพหรือชำรุดได้ ซึ่งความชื้นจะเกิดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมาก ๆ อย่างฉับพลัน เช่นจาก 35 ลดลงไป 15 หรือจากอากาศเย็นเปลี่ยนเป็นร้อนจัดอย่างฉับพลัน ดังนั้นตลอดกระบวนการขนส่งโบราณวัตถุจึงต้องอยู่ในห้องควบคุมอุณหภูมิให้เย็นตลอดเวลา ไม่ให้อุณหภูมิเปลี่ยนไปมา โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 24 องศาเซลเซียส

ส่วนภายในพระที่นั่งศิวโมกขพิมานซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการนั้นได้ดำเนินการปรับสภาพแวดล้อมภายในทั้งเรื่องอุณหภูมิและระดับความชื้นให้เหมาะสมแล้วก่อนที่โบราณวัตถุจะมาถึง รวมถึงจัดเตรียมตู้จัดแสดงไว้พร้อมแล้ว ซึ่งนอกจากต้องควบคุมอุณหภูมิห้องแล้วยังต้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในตู้จัดแสดงอีกชั้นหนึ่งด้วย

พระที่นั่งศิวโมขพิมาน สถานที่จัดแสดงนิทรรศการ

เมื่อโบราณวัตถุถูกขนส่งมาถึงห้องจัดแสดงแล้ว ต้องดำเนินการเหมือนเดิมที่ทำที่เมืองจีนคือ การเปิดกล่องหีบห่อโบราณวัตถุจะต้องดำเนินการร่วมกันทั้งสองฝ่าย จีนมีผู้แทนภัณฑารักษ์หรือนักอนุรักษ์จากพิพิธภัณฑ์ต้นสังกัดของโบราณวัตถุทั้ง 14 พิพิธภัณฑ์มาเปิดหีบห่อร่วมกันกับภัณฑารักษ์ของไทย พร้อมกับตรวจเช็กสภาพโบราณวัตถุว่ามีสภาพเหมือนเมื่อตอนตรวจเช็กสภาพที่เมืองจีนหรือไม่ มีความแข็งแรงมากพอที่จะจัดแสดงในประเทศไทยเป็นเวลา 3 เดือนหรือเปล่า ถ้าโบราณวัตถุไม่มีปัญหา ยังคงสภาพเหมือนเดิมก็จะทยอยนำออกจัดแสดง รวมถึงต้องตรวจเช็กอุณหภูมิและความชื้นภายในห้องจัดแสดง และภายในตู้จัดแสดงอีกครั้ง หากมีปัญหาต้องรีบตรวจแก้ไขให้ทันเวลา

ขั้นตอนการแกะหีบห่อโบราณวัตถุที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ประเทศไทย

“ที่ต้องซีเรียสเรื่องการทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่ายเนื่องจากมีเงื่อนไขของการรักษาสภาพโบราณวัตถุที่ยืมมาว่า สภาพออกจากประเทศจีนเป็นอย่างไร เมื่อส่งคืนกลับไปก็ต้องมีสภาพดังเดิมทุกประการ”

“ฝั่งเราไม่ได้ห่วงเพียงแค่เรื่องค่าชดเชยความเสียหาย แต่เราเองก็อยากยืดอายุ อยากรักษาโบราณวัตถุให้สภาพคงเดิมให้นานที่สุด มันเป็นเรื่องการดูแลมรดกของโลกร่วมกัน การเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุไปจัดแสดงข้ามประเทศถือว่าเป็นเรื่องที่ซีเรียสอยู่แล้ว เพราะมีการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมมันจะเป็นเหตุให้โบราณวัตถุเสื่อมสภาพได้ ฉะนั้นกระบวนการทำงานตรงนี้จึงมีความสำคัญทั้งไทยและจีนร่วมกันตั้งแต่ก่อนออกจากประเทศจีนจนมาถึงประเทศไทย และในช่วง 3 เดือนที่จัดแสดงก็จะมีเจ้าหน้าที่ของจีนมาตรวจสภาพโบราณวัตถุเป็นระยะ ๆ” ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อธิบาย

ขั้นตอนการตรวจสภาพโบราณวัตถุที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ประเทศไทย

นอกจากนั้น ผอ.ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดวางและติดตั้งโบราณวัตถุสำหรับจัดแสดงว่า ถ้าเป็นโบราณวัตถุชิ้นเล็กนั้นจัดวางและติดตั้งไม่ยาก สามารถจัดวางโบราณวัตถุหลายชิ้นในตู้จัดแสดงเดียวกันได้ด้วย แต่ถ้าเป็นโบราณวัตถุชิ้นใหญ่นั้นยาก ต้องคำนึงถึงเรื่องความมั่นคงของการติดตั้งมาก ๆ และยังมีเรื่องที่ต้องระวังขณะจัดแสดงด้วยว่า หากมีผู้เข้าชมนิทรรศการพร้อมกันจำนวนมาก ๆ อาจส่งผลต่ออุณหภูมิในห้องจัดแสดง จึงต้องคอยดูแลจำนวนผู้ชมไม่ให้หนาแน่นจนเกินไป