เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,600 บาท
ลุ้นหุ้นไทยวันนี้ฟื้นต่อ จับตาเฟดลดดอกเบี้ย ชู DELTA-HANA-SCC หุ้นเด่นสัปดาห์
Uncategorized ลุ้นหุ้นไทยวันนี้ฟื้นต่อ จับตาเฟดลดดอกเบี้ย ชู DELTA-HANA-SCC หุ้นเด่นสัปดาห์
กัลฟ์ ชี้แจงปม ครม. มีมติไฟเขียว ‘ดีอี’ ฟ้อง ‘GULF-THCOM’ เรียก 1,250 ล้าน ลั่นพร้อมสู้คดีตามกฎหมาย
Finance กัลฟ์ ชี้แจงปม ครม. มีมติไฟเขียว ‘ดีอี’ ฟ้อง ‘GULF-THCOM’ เรียก 1,250 ล้าน ลั่นพร้อมสู้คดีตามกฎหมาย
เชื่อมอีโคซิสเต็ม ‘เงินดิจิทัล’ บิทคับ-ทรูมันนี่ ลุยต่อ ‘THB Programmable Payment’
Tech เชื่อมอีโคซิสเต็ม ‘เงินดิจิทัล’ บิทคับ-ทรูมันนี่ ลุยต่อ ‘THB Programmable Payment’
ทองคำเปิดสัปดาห์ราคาร่วง ผันผวนหนักหลังจ้างงานสหรัฐออกมาแกร่ง เช้านี้ (7 ก.ย.) ทองแท่งลงรวดเดียว 400 บาท
Finance ทองคำเปิดสัปดาห์ราคาร่วง ผันผวนหนักหลังจ้างงานสหรัฐออกมาแกร่ง เช้านี้ (7 ก.ย.) ทองแท่งลงรวดเดียว 400 บาท
สมการ EARTH + TECH + OLOGYพลิก ESG สู่โอกาสธุรกิจสิ่งทอไทย
Biz Movement สมการ EARTH + TECH + OLOGYพลิก ESG สู่โอกาสธุรกิจสิ่งทอไทย
เปิดแล้ววันนี้! พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ เริ่ม 1,000 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8% จ่ายทุก 3 เดือน
Finance เปิดแล้ววันนี้! พันธบัตรรัฐบาล ‘ออมพลัส’ เริ่ม 1,000 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 2.8% จ่ายทุก 3 เดือน
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยืดเยื้อ
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยืดเยื้อ
สคร. ชง คนร. ฟื้นฟู 3 รัฐวิสาหกิจ ชี้ 8 แห่งส่อควบรวม
Finance สคร. ชง คนร. ฟื้นฟู 3 รัฐวิสาหกิจ ชี้ 8 แห่งส่อควบรวม
ดูทั้งหมด

“เชียงใหม่” ชงรถไฟฟ้า 3 สาย จี้รัฐทุ่ม 9 หมื่นล้านแก้จราจร

26 ต.ค. 2567 | 08:15น.
trainCNX

ภาพการจราจรติดขัดอย่างหนักช่วงชั่วโมงเร่งด่วนในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้หลายคนพยายามผลักดัน “โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ หรือโครงการรถไฟฟ้าเชียงใหม่ (สายสีแดง)” ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว หลังตั้งไข่ ตั้งแต่ 9 ปีที่ผ่านมา

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินการศึกษารูปแบบระบบขนส่งสาธารณะ โดยเชื่อมโยงโครงข่ายกับระบบขนส่งขนาดรอง (Feeder) ต่าง ๆ กับรถไฟ รถโดยสารและท่าอากาศยาน โดยมีระบบรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) เป็นระบบหลัก ประกอบด้วย 3 เส้นทาง คือ 1) สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี

2) สายสีน้ำเงิน ช่วงสวนสัตว์เชียงใหม่-แยกศรีบัวเงินพัฒนา และ 3) สายสีเขียว ช่วงแยกรวมโชคมีชัย-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยมีทางเลือกโครงข่ายอยู่ 2 รูปแบบ คือ โครงข่าย A (โครงสร้างทางวิ่งผสมระหว่างใต้ดินและระดับดิน) และโครงข่าย B (โครงสร้างทางวิ่งระดับดินทั้งหมด) นั้น

หอฯจี้ทำพร้อมกัน 3 เส้นทาง

นายกฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีที่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายเร่งโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ หรือรถไฟฟ้าเชียงใหม่ (สายสีแดง) ซึ่งมีแผนจะทำอุโมงค์ลงใต้ดินในเส้นทางเขตเมืองชั้นใน ในความเห็นส่วนตัวมองว่า หากทำรูปแบบนี้ค่าก่อสร้างงานโยธาจะเพิ่มสูง และจะทำให้รายได้กับต้นทุนค่าใช้จ่ายไม่สอดรับกัน

ขณะเดียวกันจำเป็นต้องจัดทำเส้นทางโครงข่ายที่เชื่อมโยง (Feeder) เพื่อรวบรวมคนที่อาศัยอยู่เส้นวงแหวนรอบ 2 และรอบ 3 หรือถนนรองตามตรอกซอย เพื่อเดินทางเข้าสู่เมือง

ดังนั้น หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่จึงขอเสนอต่อรัฐบาลให้เร่งรัดผลักดันโครงการรถไฟฟ้าให้เกิดพร้อมกันทั้ง 3 เส้นทาง หากทำเส้นทางเดียว หากให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) หรือให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ลงทุนเอง จะไม่คุ้มค่า

และจำเป็นต้องวางแผนควบคู่กันคือจุด Park & Ride เพื่อเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารเข้าเมืองจากอำเภอรอบนอก ขณะที่เส้นทางสายสีแดง สุดปลายทางสี่แยกแม่เหียะ ปัจจุบันพบว่าที่ดินทั้ง 2 ฝั่งเป็นที่ดินของเอกชน ไม่มีจุดที่จะสามารถทำ Park & Ride ได้ และอยู่ในจุดควบคุมเรื่องความสูงด้วย เนื่องจากอยู่ใกล้สนามบิน

แนะขยายสายสีแดงถึงหางดง

นายกฤษฏิภาชย์กล่าวต่อไปว่า ควรขยายจุดปลายทางสายสีแดงออกไปถึงเขตอำเภอหางดง บริเวณสี่แยกสะเมิง ซึ่งพอมีพื้นที่ว่างเปล่าของกรมทางหลวง ทำ Park & Ride โดยมีรถหมวด 4 ที่วิ่งไปอำเภอทางตอนใต้ อาทิ อำเภอหางดง สันป่าตอง ฮอด จอมทอง จุดนี้จะกลายเป็น Station และ Park & Ride ที่รองรับชุมชนขนาดใหญ่ในโซนนี้ทั้งหมดเข้าสู่เมืองได้

แผนการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย อาจจะเป็นรูปแบบการก่อสร้างต่อเนื่อง เช่น เมื่อเริ่มก่อสร้างสายสีแดงแล้ว 50% เริ่มสร้างสายสีเขียวต่อ และต่อด้วยสายสีน้ำเงิน เพื่อให้มีความต่อเนื่อง

ซึ่งทั้งหมดควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 ปี ที่จะสอดคล้องกับโครงการก่อสร้างสนามบินนานาชาติเชียงใหม่แห่งที่ 2 เบื้องต้นคาดว่าการลงทุนรถไฟฟ้าทั้ง 3 เส้นทาง ประมาณ 90,000 ล้านบาท เฉลี่ยเส้นละ 30,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีคนใช้บริการราว 100,000 คนต่อวัน ซึ่งงบฯลงทุนทั้ง 3 เส้นดังกล่าว ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการสร้างรถไฟฟ้า 1 เส้นในกรุงเทพฯ เส้นเดียว 150,000 ล้านบาท

ปัจจุบันเชียงใหม่กำลังประสบกับภาวะวิกฤตจราจรหลายจุด อาทิ สี่แยกศาลเด็ก สี่แยกพรอมเมนาดา สี่แยกแม่เหียะ สี่แยกรินคำ ฯลฯ ถ้ามีรถไฟฟ้า 3 สายเกิดขึ้น จะสามารถขนคนจากรอบนอกเข้ามาสู่เมืองได้จำนวนมหาศาล ขณะที่ปัจจุบันเมืองมีการขยายตัวเร็วมาก

โดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรรต่าง ๆ ขยายออกสู่วงแหวนทั้ง 3 รอบ จำเป็นต้องมีระบบขนส่งมวลชนรองรับ กรณีที่รัฐบาลจะลงทุนเพียง 1 เส้นทางก่อน อาจเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ครบวงจร ต้องมีการเชื่อมโยงอำเภอรอบนอกทุกเส้นทาง ที่สำคัญควรพิจารณาเรื่องการบริหารจัดการในการสนับสนุน แรงจูงใจให้คนใช้รถขนส่งมวลชนมากขึ้น และลดการใช้รถส่วนตัว

ชงบัตรสวัสดิการรัฐจ่ายค่ารถ

นอกจากนี้ นายกฤษฏิภาชย์เสนอว่า การทำให้คนใช้รถส่วนตัวทิ้งรถหันมาใช้รถไฟฟ้าได้ ภาครัฐควรมีเงินอุดหนุน (Subsidy) เช่น กลุ่มคนรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้นำบัตรนี้มาจ่ายเป็นค่าเดินทางส่วนหนึ่ง หรือเก็บค่ารถเข้าเมือง 30 บาท ประชาชนจ่าย 10 บาท และอีก 20 บาท รัฐสนับสนุน

ซึ่งเงินส่วนนี้มาจากการเก็บภาษีล้อเลื่อน แบ่งมาสนับสนุนให้คนบางกลุ่มที่มีรายได้น้อย จะทำให้ระบบขนส่งมวลชนสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างเป็นรูปธรรมและเข้าถึงคนทุกกลุ่ม คือ คนที่ใช้รถยนต์จ่ายภาษี และนำเงินภาษีที่จัดเก็บได้มาสนับสนุนให้ประชาชนบางส่วน เพื่อให้เกิดการเดินทางในระบบขนส่งมวลชนได้อย่างยั่งยืน เป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้คนใช้รถขนส่งมวลชนกันมากขึ้น และลดการใช้รถส่วนตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานการศึกษารายละเอียดความเหมาะสมโครงการ (FS) (ฉบับปรับปรุง) ฉบับธันวาคม 2566 ระบุว่า โครงการรถไฟฟ้าเชียงใหม่ รูปแบบการก่อสร้างเป็นระบบรถรางไฟฟ้า (Tram) วางแนวเส้นทางสายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) วิ่งตามแนวเหนือใต้ เริ่มต้นบริเวณโรงพยาบาลนครพิงค์

โดยออกแบบโครงสร้างเป็นทางวิ่งระดับดิน วิ่งไปตามแนวถนนโชตนา (ทางหลวงหมายเลข 107) จนถึงบริเวณแยกศาลเชียงใหม่ แล้วเลี้ยวขวาวิ่งตามแนวถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ไปจนถึงแยกสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ข้ามคลองชลประทานแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนคันคลองชลประทาน ไปจนถึงบริเวณสี่แยกหนองฮ่อ แล้วจึงเลี้ยวซ้ายขนานไปกับถนนหนองฮ่อ (ทางหลวงหมายเลข 1366) ไปจนถึงแยกกองกำลังผาเมือง ซึ่งจุดนี้ ทางวิ่งรถไฟฟ้าสายสีแดงจะเปลี่ยนจากทางวิ่งระดับดินเป็นทางวิ่งใต้ดิน

จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามแนวถนนโชตนาอีกครั้ง ลอดผ่านทางลอดที่แยกข่วงสิงห์ ไปตามแนวถนนช้างเผือก ผ่านมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ไปจนถึงถนนมณีนพรัตน์ (ถนนเลียบคูเมืองด้านนอกฝั่งทิศเหนือ) แล้วเลี้ยวขวาไปจนถึงแจ่งหัวลิน จึงเลี้ยวซ้ายไปตามแนวถนนบุญเรืองฤทธิ์ ผ่านโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จนถึงแจ่งกู่เฮือง ไปตามถนนมหิดล (ทางหลวงหมายเลข 1141) ไปจนถึงแยกท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ วิ่งตรงไปยังแนวคลองระบายน้ำด้านข้างท่าอากาศยานเชียงใหม่

ซึ่งจะเปลี่ยนจากระดับใต้ดินเป็นทางวิ่งระดับดิน แล้ววิ่งออกไปที่ถนนเชียงใหม่-หางดง (ทางหลวงหมายเลข 108) ไปสิ้นสุดบริเวณแยกแม่เหียะสมานสามัคคี

โดยรายงานเบื้องต้นจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังศึกษาทบทวนวิเคราะห์ข้อมูลโครงการ รายละเอียดความเหมาะสม ออกแบบ และจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา พร้อมทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี ระยะทาง 15.8 กม.

โดยล่าสุด มีแนวคิดศึกษา ปรับแผนสร้างทางวิ่งใหม่ โดยจะพัฒนาเป็นอุโมงค์ใต้ดินในพื้นที่เขตเมืองชั้นใน จากเดิมอยู่บนดินตลอดแนวเส้นทาง คาดว่าปี 2568 จะได้เห็นความชัดเจนมากขึ้น หลังจากนั้น ปี 2569 เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2570-2571 จะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเอกชนลงทุนโครงการ และในปี 2571 เริ่มงานก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเปิดบริการในปี 2574