เศรษฐกิจภาคเหนือ Q3 หดตัวต่อเนื่อง คาด Q4 คนละครึ่งเงินสะพัด 1.1 หมื่นล้าน
เศรษฐกิจภาคเหนือ Q3 หดตัวต่อเนื่อง คาด Q4 โครงการคนละครึ่ง พลัส นำเงินเข้าสู่ระบบกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงใหม่ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ (ธปท. สภน.) ได้แถลงภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือ ไตรมาส 3 ปี 2568 ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ
นายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เปิดเผยว่า ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือ ไตรมาส 3 ปี 2568 ปรับลดลงจากไตรมาสก่อน ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลง โดยเครื่องชี้สำคัญที่ปรับลดลง ได้แก่ รายได้เกษตรกรหดตัวลดลง 16.4% ภาคอุตสาหกรรมลดลง 0.9% ส่วนการท่องเที่ยว พบว่าชาวต่างชาติลดลง 1.1% คนไทยลดลง 0.8% ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับลดลงเล็กน้อย 0.7% การลงทุนภาคเอกชนลดลง 1.4% และการเบิกจ่ายภาครัฐหดตัว 11.3%
โดยรายได้เกษตรกรที่หดตัวเป็นไปตามราคาพืชสำคัญที่ลดลง ทั้งราคาข้าวเปลือกเจ้า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และลำไย ซึ่งถือเป็นการหดตัวลงที่ค่อนข้างมาก ด้วยเพราะภาคเกษตรมีสัดส่วนมากถึง 25% ของ GDP ภาคเหนือ
ขณะที่ผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัว จากปัจจัยชั่วคราวในหมวดเครื่องดื่ม เนื่องจากมีโรงงานบางแห่งปิดปรับปรุงเครื่องจักร รวมทั้งบางส่วนได้เร่งผลิตไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยลดลงตามอุปสงค์คู่ค้า อย่างไรก็ดี หมวดอาหารแปรรูป ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ยังขยายตัวได้
ด้านการท่องเที่ยวหดตัวตามจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่ลดลง จากข่าวน้ำท่วมบางพื้นที่ในช่วงต้นไตรมาส ทำให้ความต้องการท่องเที่ยวลดลง ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน ส่วนการบริโภคหดตัวเล็กน้อย เนื่องจากผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย สะท้อนจากสินค้าอุปโภคบริโภคที่หดตัว โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดน้ำท่วมบางพื้นที่ ด้านการใช้จ่ายซื้อยานยนต์ลดลงในส่วนของรถยนต์เชิงพาณิชย์ ขณะที่รถยนต์นั่งปรับดีขึ้นจากการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่เปิดตัวใหม่
สำหรับการลงทุนภาคเอกชนหดตัว ตามการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ หมวดรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่หดตัว อย่างไรก็ดี ภาคอสังหาริมทรัพย์หดตัวน้อยลง ตามการกลับมาให้สินเชื่อบ้านของสถาบันการเงินบางแห่ง และมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่มากกว่าปีก่อน แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากกำลังซื้อของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคตที่ลดลง
การเบิกจ่ายภาครัฐหดตัว จากฐานสูงในปีก่อน แต่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ด้านการจ้างงานลดลงเล็กน้อย สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตาม ม.33 ปรับฤดูกาลที่ลดลง สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้น ตามราคาหมวดอาหารสดที่ลดลง
นายณัฏฐ์กล่าวว่า สำหรับโครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายได้มากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 โดยภาคเหนือมีประชาชนที่ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการจำนวนราว 2.6 ล้านคน มีเงินเข้าสู่ระบบจำนวนราว 11,000 ล้านบาท ซึ่งหากประชาชนที่ได้รับสิทธิทั้งหมด 2.6 ล้านคน มีการใช้จ่ายเงินตามสิทธิครบทุกคนและใช้จ่ายหมด ก็จะทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของภาคเหนือราว 11,000 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 4 ปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวจากไตรมาสก่อน ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยว ประกอบกับการบริโภคภาคเอกชนได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจภาคเหนือปรับตัวดีขึ้น
ขณะที่ผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวในกลุ่มอาหารแปรรูปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามอุปสงค์ที่มีต่อเนื่อง และการใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรหดตัวตามราคาพืชสำคัญ อาจเป็นตัวฉุดรั้งเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ
ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามในไตรมาส 4 คือ 1.กำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมทั้งผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ 2.แนวโน้มราคาสินค้าเกษตร และ 3.ผลของนโยบายการค้าประเทศเศรษฐกิจหลัก