ทำความรู้จักสิทธิประโยชน์ “เครดิตภาษี (QRTC)” ในร่าง พ.ร.บ.เพิ่มขีดฯ รับมือกติกาใหม่ภาษีโลก ไทยเล็งใช้ดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในประเทศ
ก่อนหน้านี้ การเก็บภาษีจากบริษัทข้ามชาติถูกกำหนดกลไกโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เงื่อนไข คือ บริษัทที่มีรายได้ทั้งเครือตั้งแต่ 750 ล้านยูโรต่อปีขึ้นไป หรือประมาณ 28,000 ล้านบาท จะต้องจ่ายภาษีขั้นต่ำร้อยละ 15 ซึ่งเดิมอาจได้รับสิทธิพิเศษจากประเทศต่าง ๆ ทำให้อัตราภาษีที่แท้จริง (Effective Tax Rate) ต่ำกว่าที่กำหนด
ต่อมา OECD กำหนดให้ประเทศที่รองรับการลงทุนหรือประเทศที่บริษัทแม่ตั้งอยู่ สามารถจัดเก็บ “ภาษีส่วนเพิ่ม” เพื่อให้ครบตามเกณฑ์ภาษีขั้นต่ำได้ ทำให้ประเทศต่าง ๆ ทยอยออกกฎหมายเพื่อเก็บภาษีส่วนเพิ่มกับบริษัทข้ามชาติที่มีสาขาในประเทศของตัวเอง รวมถึงประเทศไทยที่กระทรวงการคลังได้ออก พ.ร.ก.ภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา
บีโอไอจึงเสนอปรับแก้กฎหมายการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ในรูปแบบเครดิตภาษี (Qualified Refundable Tax Credit) โดยสิ่งที่ประเทศจะได้ประโยชน์ คือ
- ประเทศมีเครื่องมือดึงดูดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ
- รักษาฐานการผลิตในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
- กระตุ้นให้เกิดการลงทุนใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- สร้างการเติบโตของเศรษฐกิจได้
ล่าสุด ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … โดยมีการเก็บภาษีในอย่างน้อย 2 รอบระยะเวลาบัญชี คือ 1.ในช่วง 4 รอบระยะเวลาบัญชีก่อนหน้า 2.รอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบันที่พิจารณาเป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสีย Top-Up Tax
โดยต้องเสียภาษีขั้นต่ำ (GMT) ในอัตราร้อยละ 15 (เริ่มคำนวณและยื่นแบบเพื่อชำระภาษีดังกล่าวตั้งแต่ปี 2568) อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากมาตรการรองรับการเสียภาษีขั้นต่ำ (Global Minimum Tax) ตาม Pillar 2 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
เครดิตภาษี (QRTC) คืออะไร ?
เครดิตภาษี (QRTC) หรือ Qualified Refundable Tax Credit เป็นการอนุญาตให้นำเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ เช่น การวิจัยและพัฒนา การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง การยกระดับมาตรฐาน การลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และความยั่งยืน ไปใช้คำนวณเป็นเครดิต
เครดิตดังกล่าวสามารถนำไปใช้ชำระภาษีต่าง ๆ แทนเงินสด เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีส่วนเพิ่ม หรือภาษีอากรอื่นตามที่กระทรวงการคลังกำหนด และหากผู้ได้รับการส่งเสริมใช้เครดิตภาษีนั้นแล้ว แต่ยังมีคงเหลือ สามารถขอคืนเป็นเงินสดได้ภายใน 4 ปี ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
ซึ่งเครดิตภาษีนี้จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม เพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจได้ทันที และยังช่วยสนับสนุนให้มีการลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง
สาระสำคัญกฎหมายฉบับนี้
1. การให้สิทธิและประโยชน์เครดิต และการนำเครดิตไปใช้แทนการชำระภาษีอากร โดยผู้ได้รับการส่งเสริมสามารถนำเครดิตภาษีที่ได้รับอนุมัติไปใช้แทนการชำระภาษีอากรของตนเองหรือนิติบุคคลในเครือเดียวกันที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยโดยต้องนำไปใช้แทนการชำระภาษีอากรภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
2. การคืนเครดิตภาษีที่เหลืออยู่จากกองทุนฯ ผู้ได้รับการส่งเสริมสามารถยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อขอรับเครดิตภาษีที่เหลืออยู่คืนเป็นเงินสดภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด และคณะกรรมการนโยบายมีอำนาจพิจารณาให้นำเงินจากกองทุนฯ มาจ่ายคืนสำหรับเครดิตภาษีที่เหลืออยู่นั้นได้
2.การคืนเครดิตภาษีที่เหลืออยู่จากกองทุนฯ ผู้ได้รับการส่งเสริมสามารถยื่นคำขอต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อขอรับเครดิตภาษีที่เหลืออยู่คืนเป็นเงินสดภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด และคณะกรรมการนโยบายมีอำนาจพิจารณาให้นำเงินจากกองทุนฯ มาจ่ายคืนสำหรับเครดิตภาษีที่เหลืออยู่นั้นได้ ทั้งนี้ ภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนให้เพียงพอต่อการคืนเงินสด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 6 มาตรา 29 มาตรา 30 และเพิ่มมาตรา 26/1)
3.การเพิกถอนสิทธิและประโยชน์เครดิตภาษี โดยกำหนดให้ในกรณีที่มีการตรวจสอบพบการให้หรือการใช้สิทธิและประโยชน์เครดิตภาษีไม่ถูกต้อง คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจในการเพิกถอนสิทธิและประโยชน์เครดิตภาษี โดยอาจกำหนดให้มีผลย้อนหลังไปยังรอบปีภาษีที่ไม่ถูกต้องได้ และให้นำกฎหมายภาษีอากรที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับต่อไป (เพิ่มมาตรา 27/1)
4.การประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐ กำหนดอำนาจให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนสามารถประสานไปยังกระทรวงการคลังซึ่งเป็นต้นสังกัดของหน่วยงานผู้จัดเก็บภาษีอากร ให้จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีอากรตามกฎหมายภาษีอากรที่เกี่ยวข้องได้ (เพิ่มมาตรา 12/1)
โมเดลต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ในต่างประเทศได้มีการนำวิธีการให้เครดิตภาษี (Qualified Refundable Tax Credits: ORTC) ซึ่งเป็นการคืนเงินภาษีในรูปแบบของเงินสดหรือเทียบเท่า หากบริษัทสามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลของผู้จัดเก็บภาษีกำหนด มาใช้เป็นแนวทางในการบรรเทาผลกระทบจากการจัดเก็บ Top-Up Tax และวิธีการ ORTC เป็นวิธีการที่ OECD ให้การยอมรับ
ยุโรป (EU) ถือเป็นภูมิภาคที่เดินหน้ารวดเร็วหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี เริ่มใช้กฎหมายแล้วตั้งแต่ปี 2567 โดยใช้กลไก Income Inclusion Rule (IIR) และ Undertaxed Payment Rule (UTPR) ส่วนเอเชีย ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ บังคับใช้ตั้งแต่ต้นปี 2567 เช่นเดียวกับ ออสเตรเลีย ที่เริ่มใช้ Domestic Minimum Tax ควบคู่กับ IIR
ขณะที่ประเทศในอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซีย เลือกใช้ภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศ (Qualified Domestic Minimum Top-up Tax – QDMTT) เพื่อรักษาฐานภาษีไว้กับประเทศตนเอง โดยอินโดนีเซียประกาศชัดจะบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2568