ไทย-กัมพูชา ยืดเยื้อเพราะเขมรไว้ใจไม่ได้
Thailand Cambodia ไทย-กัมพูชา
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
เหตุปะทะและการยั่วยุที่บริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นพิพาทอีกครั้ง หลังจากประชาชนกัมพูชาได้เกิดยุยง ปะทะกันอีกครั้ง
ภาพการยั่วยุ รื้อรั้วลวดหนาม ยิงหนังสติ๊ก ขว้างก้อนหิน เพื่อหวังให้เกิดการปะทุและปะทะ เพื่อให้เกิดประเด็นพิพาทอีกครั้ง
หลังจากมีการปลุกระดมชาวบ้านฝั่งกัมพูชาเพื่อให้มาก่อความวุ่นวายอีกครั้ง ภาพการสร้างฉาก (แบบ) เก่า ถูกนำมาเล่าซ้ำเเล้วซ้ำเล่า
“โล่มนุษย์” ภาพของเด็ก สตรี คนชรา คนพิการ ภาพของชายที่ใส่เครื่องแบบนักบวช ถูกหยิบยกนำมาจัดฉาก เพื่อสร้างกระแสและอารมณ์ร่วมได้อย่างน่าสลดใจ หวังฟ้องสายตาชาวโลก ในฐานะผู้ถูกกระทำ โดนรังแกมาอย่างต่อเนื่อง
การใช้ “กำแพงมนุษย์” มาอยู่ในแนวหน้า กลับตรงกันข้ามกับภาพที่พยายามฉายโดยผู้อ่อนแอ เพราะพฤติกรรมของโล่มนุษย์เหล่านั้น มีทั้งการยั่วยุ ก้าวร้าว พยายามปลุกปั่น ยั่วยุ หวังผลเพื่อให้เกิดการตอบกลับด้วยความรุนแรงจากฝั่งทหารไทย
ทุกอย่างตรงกันข้าม ทหารไทยทำตามวิธีปราบจลาจลตามมาตรฐานสากล มีการปล่อยคลื่นเสียง ฉีดแก๊สน้ำตา และกระสุนยางเพื่อสลายม็อบ
สำหรับการปะทะในพื้นที่หนองหญ้าแก้วครั้งนี้ ถือเป็นพื้นที่ในอธิปไตยของไทย ถือเป็นการรุกล้ำอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน แม้จะอ้างว่าเป็นหมู่บ้านที่เขมรเคยอาศัยอยู่มาหลายปีก่อน
แต่นั้นต้องไม่ลืมว่าเป็นพื้นที่ที่ไทยให้เขมรอพยพเมื่อครั้งสงครามเขมรแตกมาอาศัยหลบภัยจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเอง
ไทยชัดเจนแล้วว่า หากมีการเข้ามาในพื้นที่นี้ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายประเทศไทย นั้นถือเป็นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทำลายทรัพย์สิน ลักทรัพย์ราชการ และสร้างความไม่มั่นคงกับ “เอกราชของไทย” โดยมีการแจ้งอย่างเป็นขั้นตอน
จังหวัดสระแก้วได้ออกแถลงการณ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา ให้ออกจากพื้นที่อพยพไปก่อนวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ที่จะมีประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษระดับพื้นที่ อีกครั้งหนึ่ง ทั้งที่กัมพูชาเคยยอมรับแล้ว ว่านี่คือพื้นที่ของประเทศไทย
ก่อนหน้านี้หลายคนเริ่มใจชื้นเมื่อมีการส่งสัญญาณ “บวก” หลายอย่าง ทั้ง 2 ฝ่ายจะ “ถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์กลับไปยังที่ตั้งทางทหารปกติ” มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิด
และมีความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดจุดผ่านแดนในจังหวัดจันทบุรีและตราด เพื่อการนำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์หรือสินค้า
หรือแม้แต่การส่งหนังสืออย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงความยินดีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมเน้นย้ำถึงความตั้งใจ (ของฝ่ายกัมพูชา) ในการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อฟื้นฟูความความสัมพันธ์นั้น
แม้แต่จากเหตุการณ์ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว เท่ากับเป็นการตอก และย้ำว่า อะไรก็ “ไว้ใจเขมรไม่ได้” “ผู้นำ ชายชาตินักรบ” ที่ยืนอยู่ด้านหลังเด็ก สตรี คนแก่ คนพิการ จะเอาอะไรมาให้มั่นใจ
วันนี้ และแม้พื้นที่ชายแดนไทยจะยังคงได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้าน แต่ “อธิปไตย” ของไทยจะต้องไม่สูญเสียไปแม้แต่ตารางเมตรเดียว
และนี่คือโจทย์ใหญ่ รัฐบาลไทย กองทัพไทย ประชาชนคนไทย ต้องร่วมกันแก้ให้เบ็ดเสร็จและเด็ดขาด