Skip to content

เผยไส้ในแผน PDP 2026 เพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าภาครัฐ-อัพไซซ์ SMR

30 พ.ย. 2568 | 11:40น.
เผยไส้ในแผน PDP 2026 เพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าภาครัฐ-อัพไซซ์ SMR

ทิศทางพลังงานไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ทั้งการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในห้วงเวลาที่จำเป็นต้องคลอดแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ เพื่อสอดรับเป้าหมาย Net Zero ที่ถูกเร่งให้เร็วขึ้น 15 ปี กระทรวงพลังงานได้ฉายภาพแผน PDP ฉบับใหม่ พร้อมข้อมูลทิศทางนโยบายสำคัญ ทั้งการจัดสมดุลความมั่นคงไฟฟ้า การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน บทบาทก๊าซธรรมชาติ และความสำคัญของเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors : SMR) ตลอดจนแนวคิดเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าผ่าน Direct PPA ในเวทีสัมมนา “ความท้าทายพลังงานไทย เปลี่ยนผ่านอย่างไรให้ยั่งยืน”

ขีดเส้น PDP ใหม่ 3 เดือนเสร็จ

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน หนึ่งในหัวเรือใหญ่ในการกำหนดนโยบายและจัดทำแผนเน้นย้ำว่า การกำหนดนโยบายของกระทรวงพลังงานยึดหลักสำคัญ 3 ด้านที่ต้องคำนึงถึงควบคู่กัน เพื่อออกนโยบายที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศ ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน พลังงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพลังงานคาร์บอนต่ำ โดยเร่งจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ให้เสร็จภายใน 3 เดือน

ซึ่งจะต้องจัดทำพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ให้สอดคล้องกับโหลดไฟฟ้าที่เปลี่ยนไป รองรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงจำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น

นอกจากนี้ มีการเพิ่มสัดส่วน SMR ให้มากขึ้น จากแผนเดิมตั้งเป้าไว้ 600 เมกะวัตต์ ในปี 2580 แต่สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้นยังต้องศึกษาข้อมูลที่เหมาะสม อีกทั้งควรเปิดกว้างโอกาสการลงทุน นอกเหนือจากการดำเนินการเฉพาะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งในช่วง 5 ปีแรกควรเร่งวางกฎกติกาออกมาให้ชัดเจน และประสานงานร่วมกับหลายกระทรวง

โดยกระทรวงพลังงานจะต้องตั้งคณะทำงาน 4 อนุกรรมการขึ้นมาศึกษาเรื่องกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและเทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องจัดตั้งองค์กรศูนย์กำกับที่ต้องแยกส่วนหรือรวมกันด้วย

ปรับสัดส่วนรัฐผลิตไฟ 51%

ขณะที่ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในฐานะคณะอนุกรรมการจัดทำแผน PDP และฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) อัพเดตความคืบหน้าล่าสุดว่า วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผน PDP ครั้งแรก โดยมีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการ กำหนดระยะเวลาให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อให้ประเทศมีทิศทางที่ชัดเจนในการวางแผนพลังงาน และเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการอนุมัติโครงการต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับแผน PDP ฉบับใหม่จะมีความชัดเจนมากขึ้นใน 6 ด้าน ได้แก่ 1.สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าระหว่างภาครัฐควรอยู่ 51% และเอกชน 49% หรือไม่อย่างไร 2.ควรขยายหรือต่ออายุโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) และโรงไฟฟ้าพลังน้ำของ สปป.ลาว ที่ใกล้จะหมดอายุ 3.SMR ควรเข้ามาในระบบเร็วขึ้นหรือไม่ โดยพิจารณาจากความพร้อมของเทคโนโลยี กฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

4.การเพิ่มขึ้นของการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (IPS) จำเป็นต้องมีไฟฟ้าสำรอง (Backup) ให้หรือไม่ และควรมีกี่เปอร์เซ็นต์ รวมถึงควรรวมอยู่ในแผนฉบับใหม่ด้วยหรือไม่ 5.เกณฑ์ความมั่นคงไฟฟ้า (LOLE) 0.7 วันต่อปี ควรเพิ่มหรือลดอย่างไร และควรกำหนดปริมาณไฟฟ้าสำรอง 6.ระบุแนวคิดการเปิดตลาดเสรี (Visual Powerplant and Direct PPA) ควรมีความชัดเจนมากขึ้น 7.การจัดทำพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าควรให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน

ขณะที่ SMR นั้น สนพ.เห็นด้วยให้มีการบรรจุไว้ในแผนฉบับใหม่ เนื่องจากการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสีเขียวมากกว่า 51% แม้จะมีการปรับเป้าหมายไปสู่ก๊าซเรือนกระจกเร็วขึ้น 15 ปี แต่โครงสร้าง (Facility) ต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอ ดังนั้น ในแผนฉบับใหม่ได้มีการพิจารณาบรรจุไว้ในแผนและเพิ่มสัดส่วน SMR ด้วย

กราฟิก สร้างความชัดเจน

ปริมาณสำรองก๊าซวิกฤต

อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญคือก๊าซธรรมชาติ นายคุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย ฉายภาพให้เห็นว่าก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องไปอีก 30-40 ปีข้างหน้า เนื่องจากประเทศไทยยังต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าสูงกว่า 60% เราจึงมีความจำเป็นในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพื่อจัดหาแหล่งก๊าซในไทย

เนื่องจากปริมาณสำรองก๊าซของไทยลดลงอย่างต่อเนื่องจนเข้าขั้นวิกฤต ไม่มีการพบแหล่งก๊าซใหม่มาตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งก๊าซจากพม่าและ JDA ส่งมาได้น้อยลง ขณะที่การผลิตจากแหล่งในประเทศเริ่มลดลง ต้องนำเข้า LNG จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กระทบกับค่าไฟฟ้า ขณะเดียวกัน การจัดเก็บรายได้จากการผลิตปิโตรเลียมในประเทศลดน้อยลง กระทบงบประมาณแผ่นดิน

รวมถึงบริษัทผู้รับสัมปทานเริ่มชะลอการลงทุน ลดการจ้างงาน ถอนตัวลงไปที่อื่น ซึ่งเล็งเห็นว่าเราควรเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ แก้ไขปรับปรุงระบบค่าภาคหลวงและภาษีให้จูงใจลงทุน บริหารจัดการแหล่งในแปลงสัมปทานหมดอายุ แต่ยังมีศักยภาพในอ่าวไทย รวมถึงเจรจาหาข้อยุติในเขตไหล่ทวีปในทะเลที่ทับซ้อนระหว่างไทยและกัมพูชา

หนุน กฟผ.เป็น Backup Load

ขณะที่ภาคเอกชนให้ความเห็นถึงการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน โดยนายนที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้ยั่งยืนจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับการจัดทำแผนพลังงานชาติ (NEP) ซึ่งเป็นแผนแม่บทด้านพลังงานของประเทศไทย ที่บูรณาการ 5 แผนย่อยเข้าด้วยกัน ได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP), แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP), แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP), แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan)

ดังนั้น แผน NEP ควรเร่งจัดทำให้เสร็จ และประกาศใช้ภายในปี 2568 โดยกรอบของแผนควรแบ่งเป็นระยะสั้น ช่วงระยะเวลา 5 ปี (2569-2573) เน้นเรื่องความต้องการของประเทศในการรักษาความสามารถในการแข่งขัน และมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะที่กรอบระยะยาว ควรมีช่วงสอดคล้องกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดเอง (NDC 3.0) โดยเน้นเรื่องการบรรลุเป้าหมายที่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 40%

รวมทั้งต้องทบทวนแผนให้มีความยืดหยุ่นทุก 2 ปี โดยขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความต้องการใช้ไฟฟ้า การเติบโตทางเศรษฐกิจ ปัจจัยตอบสนองความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ควรทบทวนสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ในแผน PDP ให้เหมาะสมเต็มศักยภาพ เพื่อทำหน้าที่เป็น Backup Load และเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ารองรับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ขณะที่สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและผู้ใช้ไฟฟ้า (Direct PPA) เบื้องต้นที่รัฐกำหนดไว้ 2,000 เมกะวัตต์ เป็นโอกาสทองที่จะใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดเสรีไฟฟ้า แต่อยากให้พิจารณาแบ่งสัดส่วนปริมาณไฟฟ้าดังกล่าว เช่น 500 เมกะวัตต์ให้กับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเก่า

เนื่องจากเป็นภาคเอกชนที่ร่วมช่วยภาครัฐรักษาความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าประเทศมานาน แทนที่จะกำหนดให้เฉพาะผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหม่อย่างเดียว