เจาะพฤติกรรมทัวริสต์จีน มุ่ง “เซ็กเมนต์” ฝ่าตลาดซึม !
หลังจากวิกฤตนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างฮวบฮาบเมื่อปลายปีก่อน จนถึงขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนก็ยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการท่องเที่ยวฯได้ดึงผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยกุ้ยหลินมาแบ่งปันความรู้ในงานสัมมนา Tourism Seminar on “China Ready 2019” เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยเพื่อรองรับการกลับมาอีกครั้งของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน
โชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวภาพรวมยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึง 21 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 18.7 ล้านคน แต่ในส่วนของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักของไทยลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกันยังมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากในอดีตหลาย ๆ ส่วนกระทรวงจึงช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและเปิดตลาดใหม่ ๆของจีน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนได้ดีมากยิ่งขึ้น
โดยหวังว่าไทยจะกลับมารองรับนักท่องเที่ยวจีนอย่างเต็มที่ได้ในเร็ว ๆ นี้ และสามารถทำจำนวนนักท่องเที่ยวทะลุ 13 ล้านคน
ชอบประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม
Zeng Zhiguo อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยท่องเที่ยวกุ้ยหลิน อธิบายถึงความเชื่อมโยงระหว่างประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวจีนว่า ตลอดระยะเวลาหลายพันปีของการก่อตั้งอาณาจักร ประเทศจีนมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมาโดยตลอด
โดยหลังจากปี 1990 การท่องเที่ยวเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในประเทศ โดยจีนใช้เวลาอีกเพียงแค่ 10-20 ปีในการเติบโตสู่ประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวในต่างประเทศมากที่สุดของโลกในปี 2010
เที่ยว ตปท.ปีละ 149 ล้านคน
และในปี 2018 ที่ผ่านมา จีนมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกนอกประเทศมากกว่า 149.7 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าทางการท่องเที่ยวกว่า 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกัน ด้วยวัฒนธรรมอนุรักษ์
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จึงทำให้คนจีนนิยมการท่องเที่ยวเกี่ยวกับวัฒนธรรมและอาหาร จึงรักการชมวัด วัง และสถานที่ทางประวัติศาสตร์
นอกจากนั้น ยังมีพฤติกรรมที่เกิดจากพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ดั้งเดิม เช่น ชอบออกท่องเที่ยวในเทศกาลพิเศษ อาทิ วันชาติ วันตรุษ ซึ่งทำให้ในช่วงโกลเด้นวีกของปี 2018 มีนักท่องเที่ยว
จีนมากกว่า 7 ล้านคน ที่เดินทางออกนอกประเทศ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการเข้าสังคมและชอบช็อปปิ้งทีละมาก ๆ ไม่เพียงเท่านี้ ยังให้ความสำคัญกับครอบครัวและเพื่อนพ้อง จึงมักเห็นคนจีนซื้อของทีละมาก ๆ กลับบ้าน เป็นวัฒนธรรมการซื้อของฝาก
“ผู้สูงวัย” ตลาดศักยภาพสูง
ด้าน Wang Yajuan อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยกุ้ยหลิน เสริมว่า ขณะนี้ในจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ เหมาะแก่การทำตลาดแบบเซ็กเมนต์ และมีทั้งศักยภาพและจำนวนที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ คือ “กลุ่มผู้สูงวัยชาวจีน” ที่คิดเป็น 20%จากนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมด และเป็นกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวมากถึง 4 ครั้งต่อปีโดย
จากการรวบรวมสถิติของมหาวิทยาลัยกุ้ยหลินพบว่า กว่า 81.2% ของผู้สูงวัยชาวจีนล้วนมีความฝัน และต้องการออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกเมื่อเข้าวัยเกษียณ โดยแบ่งเป็นกลุ่มอายุ 51-60 ปี 62% กลุ่มอายุ 61-70 ปี 33%
และในอีก 30 ปีข้างหน้าจะขยายตัวต่อเนื่อง 7% ในทุก ๆ ปี ทำให้ทาง China Tourism Academy คาดว่าในปี 2567 มูลค่าจากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวสูงวัยจีนน่าจะพุ่งขึ้นไปถึง 15.19 ล้านล้านบาท และจะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในอนาคต
พร้อมระบุว่า หากต้องการทำตลาดนักท่องเที่ยวสูงวัยจีน ก็จำเป็นที่จะต้องเข้าใจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ โดยผู้สูงวัยจีนนิยมเดินทางท่องเที่ยวในราคาเหมาะสม และมีโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ไม่แน่น ไม่ต้องเดินทางระหว่างแหล่งท่องเที่ยวนานเกินไป
โดยกว่า 82% ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้นิยมท่องเที่ยวเป็นกลุ่มกับญาติมิตร หรือคนรู้จัก โดยนิยมจองการท่องเที่ยวผ่านช่องทางออนไลน์อย่างซีทริป หรือทริปดอทคอม รวมถึงยังชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวหรือโปรแกรมทัวร์ที่มีไวไฟฟรีบริการ เนื่องจากต้องการแบ่งปันรูปถ่ายกับเพื่อน ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ในทันทีด้วย