พลังงานยืนยันไม่ก้าวก่ายอำนาจ กกพ. หลังนายกฯสั่งทบทวนขึ้นค่าไฟ
มิเตอร์ไฟ
“พลังงาน” ไม่ก้าวก่ายอำนาจ กกพ. หลังนายกฯสั่งทบทวนขึ้นค่าไฟเดือน ก.ย.-ธ.ค. 65 เตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ห่วงสภาพคล่อง กฟผ.แบกหนี้เอฟทีเกือบแสนล้าน เร่งหาแนวทางช่วยเหลือ มอง ปตท.สผ.เร่งเครื่องผลิตแหล่งเอราวัณลดต้นทุนค่านำเข้าก๊าซเต็มที่
วันที่ 8 สิงหาคม 2565 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงเตรียมจะหารือสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) งวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 จากมติบอร์ด กกพ. เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2565 ในอัตรา คือ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 4.72 บาทต่อหน่วย ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้กระทรวงพลังงาน เร่งหามาตรการรองรับเพื่อช่วยเหลือ

“เบื้องต้นจะต้องเร่งหารือกับสำนักงาน กกพ. ด้วยว่าจะยังคงยืนยันตามมติเดิมหรือไม่ และหาก กกพ.จะปรับขึ้นค่าเอฟทีจะขึ้นเท่าเดิมหรือขึ้นแค่ไหน แล้วมาตรการช่วยเหลือประชาชนไม่ให้เกิดผลกระทบจะเป็นอย่างไร การที่ท่านนายกฯสั่งการเรื่องนี้ จากที่เป็นห่วงเรื่องผลกระทบ ซึ่งต้องหารือกับ กกพ. เพราะเป็นหน่วยงานที่กำกับและดูแลโดยเฉพาะ แต่จะไม่สามารถไปก้าวล่วง หน้าที่รับผิดชอบโดยตรงของ กกพ. หากถ้าขึ้นค่าเอฟทีจริง ๆ มาตรการที่รัฐจะช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย เป็นสิ่งที่ต้องหารือร่วมกัน” นายกุลิศกล่าว
ส่วนการแบกรับภาระค่าเอฟทีของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นั้น ยอมรับว่าก็มีความเป็นห่วงมาก ซึ่งรัฐบาลก็จะเข้ามาดูแล เพราะค่าเอฟทีจะกระทบไปถึงสภาพคล่องของ กฟผ.ด้วย โดยภาครัฐจะเข้าไปดูว่าในการที่ กฟผ.ได้เข้าไปช่วยแล้วขาดอะไรไปอย่างไรบ้าง และจะต้องมีการช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างไรบ้าง ตอนนี้กำลังทำมาตรการต่าง ๆ อยู่ อาทิ เงินกู้เพิ่มเติม เป็นต้น
สำหรับกระแสข่าวที่ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากกำลังผลิตที่ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายของแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/61 (แหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณ) ภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) กำลังผลิต 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันนั้น หลังจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) ปตท.สผ.เมื่อได้เข้าพื้นที่เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2565
“ปตท.สผ.อยู่ระหว่างเร่งกำลังผลิต เนื่องจากผู้รับสัมปทานเดิมไม่ได้มีการขุดเจาะเพิ่ม จึงทำให้กำลังการผลิตลดลงเหลือระดับ 200 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เร่งลงทุนและเพิ่มกำลังผลิตขึ้นมา โดยล่าสุดได้รับทราบข้อมูลว่า อย่างน้อย ๆ จะดันกำลังผลิตสิ้นปี 2565 ไม่ให้ต่ำกว่า 500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปัจจุบันมีกำลังผลิตที่ 300 กว่าล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จึงต้องใช้เวลาในการเร่งกำลังผลิต ส่วนตัวมองว่าปตท.สผ.ก็ได้ทุ่มเทกำลังต่าง ๆ ทั้งการนำเรือขุดและเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาจำนวนมากและเต็มความสามารถอยู่แล้ว”
รายงานข่าวระบุว่า การที่ กกพ.มีมติปรับขึ้นค่าเอฟทีดังกล่าว เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงและผลจากเงินบาทที่อ่อนค่า โดยการปรับค่าเอฟทีครั้งนี้ถือเป็นอัตราต่ำสุดแล้ว เพราะยังไม่มีการคืนหนี้ให้กับ กฟผ. ที่แบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงมาตั้งแต่ปี 2564 และหากต้องรับภาระค่าเอฟทีงวดใหม่นี้ จะทำให้ กฟผ.แบกรับภาระราว 1.7 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 การไฟฟ้า ประกอบด้วย กฟผ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ออกประกาศตามอัตรางวดใหม่ให้ประชาชนได้รับทราบตามมติ กกพ.ไปแล้ว