เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,650 บาท
“การบินไทย” แจ้งยกเลิก 11 เที่ยวบิน พร้อมเร่งนำส่งสัมภาระตกค้างสนามบินสุวรรณภูมิ
Business “การบินไทย” แจ้งยกเลิก 11 เที่ยวบิน พร้อมเร่งนำส่งสัมภาระตกค้างสนามบินสุวรรณภูมิ
คลัง ชง ครม. สรุปผลคนผ่านเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการฯ” 11.22 ล้านสิทธิ
Finance คลัง ชง ครม. สรุปผลคนผ่านเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการฯ” 11.22 ล้านสิทธิ
ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.เคาะแผนแก้น้ำท่วมภาคกลาง 1.65 แสนล้าน-งบเยียวยาน้ำท่วมกทม.-ปริมณฑล
Politics จับตา! ครม.เคาะแผนแก้น้ำท่วมภาคกลาง 1.65 แสนล้าน-งบเยียวยาน้ำท่วมกทม.-ปริมณฑล
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ก.ย. 69) ปรับลง 1.21% อยู่ที่ 83,493 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ก.ย. 69) ปรับลง 1.21% อยู่ที่ 83,493 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Fastwork แพลตฟอร์จ้างงานฟรีแลนซ์ ปิดตัวสิ้นปีนี้
Tech Fastwork แพลตฟอร์จ้างงานฟรีแลนซ์ ปิดตัวสิ้นปีนี้
สแกนเศรษฐกิจฐานราก ‘วัดเกาะ-เพิ่มสิน’ น้ำท่วมสูง ภาคการค้ายังเปิดหน้าสู้ ตรึงราคาสินค้าประคองชุมชน
News สแกนเศรษฐกิจฐานราก ‘วัดเกาะ-เพิ่มสิน’ น้ำท่วมสูง ภาคการค้ายังเปิดหน้าสู้ ตรึงราคาสินค้าประคองชุมชน
ดูทั้งหมด

หนี้ต่อครัวเรือน 5 แสน มูลค่า 14.97 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 16 ปี

25 ส.ค. 2565 | 16:46น.
การเงิน ใช้จ่าย ลงทุน หนี้

ม.หอการค้าไทย เผยผลสำรวจหนี้ครัวเรือนไทย สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 89.3% สูงสุดในรอบ 16 ปี มีหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ราว 5 แสนบาท หนี้ในระบบ 78.9% และหนี้นอกระบบ 21.1% 

วันที่ 25 สิงหาคม 2565 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า หนี้ครัวเรือนไทยสิ้นปี’65 จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 89.3% ต่อจีดีพี คิดเป็นมูลค่าหนี้ครัวเรือน 14.97 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่ที่ ม.หอการค้าไทย ได้เคยทำการสำรวจมาตั้งแต่ปี’50

แต่อย่างไรก็ดี ในทางเศรษฐศาสตร์ยังไม่น่ากังวล เพราะเป็นหนี้ที่อยู่ในระบบคิดเป็นสัดส่วนถึง 79% ส่วนหนี้นอกระบบอยู่ที่ 21% ทั้งนี้ มูลค่าหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง อาจจะเป็นข้อจำกัดที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ไม่โดดเด่นนัก

“สินเชื่อในระบบ ถ้ามีทรัพย์สินหนุนหลัง เช่น มีบ้าน หรือรถมาค้ำประกัน ก็ทำให้คนยังเข้าถึงสินเชื่อได้ การที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี แม้จะอยู่ในระดับสูง แต่ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่อยู่ในระบบ ซึ่งยังไม่ได้เป็นการกู้จนน่ากังวล ไม่ใช่การก่อหนี้จากการฟุ่มเฟือย แต่เป็นหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากภาวะค่าครองชีพสูง และอีกส่วนหนึ่งคือรายได้เพิ่มไม่ทันกับรายจ่าย”

อย่างไรก็ดี การที่จะให้หนี้ครัวเรือนไทยกลับมาอยู่ในระดับ 80% ต่อจีดีพี อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องทำให้เศรษฐกิจไทยในแต่ละปีเติบโตสูงอยู่ในระดับ 6% ดังนั้น รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุน เพราะการลงทุนของภาครัฐ ผ่านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น การลงทุนใน EEC จะช่วยกระตุ้นให้คนมีรายได้เพิ่ม จะเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และกระจายไปยังภูมิภาค ดีกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยผ่านการบริโภค พร้อมคาดว่าสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในปี’66 จะดีขึ้น จากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ซึ่งจะทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเริ่มคลี่คลายลงได้บ้าง

หนี้ครัวเรือนไทยลดได้ หากจีดีพีโตไม่ต่ำ 6.2% ใน 5 ปี

นายวิเชียร แก้วสมบัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยในปี 2565 ว่า ข้อมูลล่าสุด ณ ไตรมาส 1/65 พบว่าสถาบันรับฝากเงินและสถาบันการเงินอื่น มียอดเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือน (หนี้ครัวเรือน) รวมทั้งสิ้น 14.64 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีแล้ว จะพบว่า ไตรมาส 1/65 หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ระดับ 89.2% ต่อจีดีพี ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 4/64 ซึ่งหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ระดับ 90.0% ต่อจีดีพี

อย่างไรก็ดี หนี้ครัวเรือนไทย เคยขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ 90.9% ต่อจีดีพี ในช่วงไตรมาส 1/64 จากผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยหนี้ครัวเรือนของไทยเริ่มเพิ่มสูงขึ้นแตะระดับ 80% ต่อจีดีพี นับตั้งแต่ไตรมาส 1/63 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการระบาดโควิด-19 และมีการล็อกดาวน์ รวมถึงการปิดกิจการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ อันส่งผลทำให้จีดีพีของประเทศหดตัว และเติบโตอยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ที่อยู่ในระดับ 80-90% ไม่ถือว่าเป็นระดับที่น่ากังวล เนื่องจากหนี้ครัวเรือนไทยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในสถาบันรับฝากเงินที่มีระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี หรือเป็นหนี้อยู่ในระบบเป็นส่วนใหญ่ โดยหนี้ที่อยู่นอกระบบเป็นเพียงส่วนน้อย และเชื่อว่าหนี้ครัวเรือนน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วเมื่อไตรมาส 1/64 ซึ่งตอนนั้นอยู่ที่ระดับ 90.9% ต่อจีดีพี และหลังจากนี้หนี้ครัวเรือนจะค่อย ๆ ปรับตัวลดลงเมื่อเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวกลับมา

ทั้งนี้ คาดว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนจะสามารถปรับลดลงจากระดับ 89-90% ในปัจจุบัน ลงมาอยู่ที่ระดับ 80% ได้ภายใน 5 ปี หากเศรษฐกิจไทยในระยะ 5 ปีข้างหน้าสามารถขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 6.2% ต่อปี

เหตุหนี้เพิ่ม ค่าครองชีพสูง

ด้านนางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทย ปี 2565 ซึ่งสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 1,350 คน ระหว่างวันที่ 15-20 สิงหาคม 2565 พบว่าพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยในปี’65 เมื่อเทียบกับปี’64 ส่วนใหญ่ 61.7% มูลค่าที่ใช้จ่ายในปี’65 เพิ่มขึ้นจากปี’64 ซึ่งสาเหตุที่มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

สาเหตุสำคัญ คือ ค่าครองชีพสูงขึ้น รองลงมา คือ รายได้/เงินเดือน เพิ่มขึ้น และราคาพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น ส่วน 27.5% มูลค่าการใช้จ่ายลดลง มาจากสาเหตุอันดับแรก คือ หนี้สินเพิ่มขึ้น รองลงมา คือ รายได้/เงินเดือนลดลง และค่าครองชีพสูงขึ้น

หากเปรียบเทียบรายได้ และค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในปัจจุบัน พบว่า ส่วนใหญ่ 56.4% รายได้ครัวเรือนน้อยกว่ารายจ่าย ขณะที่ 23.5% รายได้ครัวเรือนมากกว่ารายจ่าย และอีก 20.1% รายได้ครัวเรือนเท่ากับรายจ่าย ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ถึง 92.1% ยังเห็นว่าค่าครองชีพในปัจจุบันอยู่ในระดับที่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับรายได้ในปัจจุบัน

เมื่อสำรวจถึงภาวะหนี้สินครัวเรือน พบว่าส่วนใหญ่ 99.6% มีหนี้สิน โดยมีเพียง 0.4% เท่านั้น ที่ตอบว่าไม่มีหนี้สิน และเมื่อถามถึงประเภทหนี้สิน พบว่า ส่วนใหญ่เป็นหนี้ส่วนบุคคล (หนี้อุปโภคบริโภค) รองลงมา เป็นหนี้บัตรเครดิต และหนี้ยานพาหนะ/หนี้บ้าน

สำหรับภาระหนี้สิน พบว่ามีจำนวนหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ราว 5 แสนบาท แยกเป็นหนี้ในระบบ 78.9% และหนี้นอกระบบ 21.1% โดยมีภาระที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือน เฉลี่ยที่ 12,800 บาท ทั้งนี้สำหรับสาเหตุของการเป็นหนี้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่ตอบว่า เป็นเพราะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รองลงมา คือ รายได้ไม่พอกับรายจ่าย และการผ่อนสินค้ามากเกินไป โดยกลุ่มตัวอย่างถึง 65.9% ตอบว่าเคยผิดนัดชำระหนี้ ขณะที่ 34.1% ตอบว่าไม่เคยผิดนัดชำระหนี้

เมื่อถามถึงปัจจัยที่ก่อให้เกิดโอกาสในการผิดนัดชำระหนี้ พบว่าสาเหตุ 5 อันดับแรก มาจาก 1.รายได้/รายรับที่ลดลง 2.เศรษฐกิจไม่ดี 3.ค่าครองชีพไม่สอดคล้องกับรายได้ 4.ปัญหาสภาพคล่องของธุรกิจ/ครัวเรือน และ 5.การแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ ได้มีข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน โดยอันดับแรก คือ การหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ รองลงมา คือ การให้ความรู้ในการบริหารหนี้ และการฝึกอบรมวิชาชีพ/เพิ่มทักษะในการประกอบอาชีพ รวมทั้งการให้ความรู้เรื่องการวางแผนการใช้จ่าย