โครงการพาณิชย์ลดราคา ยกทัพสินค้าร่วม 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60%

สินค้า
โครงการพาณิชย์ลดราคา

จุรินทร์ คิกออฟพาณิชย์ลดราคา ยกทัพสินค้าร่วม 1,000 รายการ ลดสูงสุด 60% พร้อมให้ความมั่นใจดูแลราคาสินค้าช่วงตรุษจีน

วันที่ 16 มกราคม 2566 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างเป็นประธานเปิดงานพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน ที่สํานักงานเขตบางขุนเทียนว่า สำหรับช่วงตรุษจีนกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมในการเข้าไปดูแลราคาสินค้าในการจับจ่ายใช้สอย ไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา และจะไปจัดกิจกรรมให้คนไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศที่สามย่านด้วย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ขณะที่การดำเนินโครงการพาณิชย์ลดราคา เดินมาจนถึงลอตที่ 22 สามารถลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนทั้งประเทศกว่า 10,000 ล้านบาท ในช่วงที่ภาวะเงินเฟ้อ ราคาพลังงานสูงขึ้นกระทบต่อต้นทุนการผลิต

โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำกว่าหลายประเทศในโลก โครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชนคือโครงการที่เป็นรูปธรรม ที่กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในจัดทำขึ้นภายใต้นโยบายที่ตนมอบและมีส่วนลดภาระค่าครองชีพได้เยอะในช่วงที่ผ่านมา

“โครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชนจัดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งมี 2 โครงการในช่วงนี้คือ พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 22 (New Year Grand Sale 2023) จัดตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 65 ถึง 31 ม.ค. 66 และในกรุงเทพมหานครจะจัดพาณิชย์ลดราคา! 5 จุด รวมทั้งทั่วประเทศทุกจังหวัด”

Advertisment
สินค้า
โครงการพาณิชย์ลดราคา

โดยโครงการนี้ลดราคาสูงสุดถึง 60% มีบูทจำหน่ายสินค้าราคาถูก 150-200 บูท มีสินค้ามากกว่า 1,000 รายการ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ไม่น้อยในบริเวณฝั่งธนบุรี

สำหรับสินค้าไฮไลต์ เช่น น่องไก่ติดสะโพก 55 บาท/กก. ข้าวสารหอมมะลิถุงละ 5 กก. ราคา 120 บาท น้ำมันพืช ขวดละ 45 บาท ไข่ไก่เบอร์ 2-3 แผงละ 30 ฟอง ราคา 90 บาท ( 3 บาท/ฟอง) รวมทั้งสินค้าอื่นอีกเยอะ ซึ่งทำมาต่อเนื่อง และราคาสินค้าในช่วงนี้ได้ปรับลดลงมา

นอกจากนี้ การคาดการณ์ว่าปี 2566 เงินเฟ้อจะมีแนวโน้มปรับลดลงมา และเราจะกำกับราคาที่เป็นธรรมไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค ถ้าพบว่ามีการขึ้นราคาเอาเปรียบผู้บริโภคจะดำเนินคดีข้อหาค้ากำไรเกินควร ซึ่งโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ