เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
SC ผนึก Rosewood ผุดเรสซิเดนซ์อัลตราลักเซอรี่ ทำเลพระราม 4 สร้างเสร็จปี‘73
Real Estate SC ผนึก Rosewood ผุดเรสซิเดนซ์อัลตราลักเซอรี่ ทำเลพระราม 4 สร้างเสร็จปี‘73
ธอส. เปิดตัวเงินฝากออมทรัพย์ “เก็บออม” ดอกเบี้ย 1.55% ต่อปี ถึง 30 ธ.ค.นี้
Finance ธอส. เปิดตัวเงินฝากออมทรัพย์ “เก็บออม” ดอกเบี้ย 1.55% ต่อปี ถึง 30 ธ.ค.นี้
“วราวุธ” สั่งกวาดล้างโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ 5 จังหวัด คิกออฟ 1 พ.ย. ฝ่าฝืนปิดโรงงาน-เร่งแก้กฎหมายเพิ่มโทษ
Economic “วราวุธ” สั่งกวาดล้างโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ 5 จังหวัด คิกออฟ 1 พ.ย. ฝ่าฝืนปิดโรงงาน-เร่งแก้กฎหมายเพิ่มโทษ
“สุริยะ” ดันไทย-รัสเซียเปิดตลาดเกษตร ขยายอาหารสัตว์เลี้ยง-ผลไม้-ข้าว
Economic “สุริยะ” ดันไทย-รัสเซียเปิดตลาดเกษตร ขยายอาหารสัตว์เลี้ยง-ผลไม้-ข้าว
พาณิชย์หนุนไทยฮับการศึกษานานาชาติ ลุยเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-เมียนมา
Economic พาณิชย์หนุนไทยฮับการศึกษานานาชาติ ลุยเกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-เมียนมา
ป.ป.ช. ชี้มูลผิด “บิ๊กนายพล” อดีต ผอ.กอ.รมน. พร้อมพวก เบิกจ่ายเท็จ-ส่งฟ้องศาลคดีทุจริตฯ
News ป.ป.ช. ชี้มูลผิด “บิ๊กนายพล” อดีต ผอ.กอ.รมน. พร้อมพวก เบิกจ่ายเท็จ-ส่งฟ้องศาลคดีทุจริตฯ
จับตาเดอะมอลล์โคราช เปิดดีลเช่าที่ดินรอบใหม่
ข่าวหน้า 1 จับตาเดอะมอลล์โคราช เปิดดีลเช่าที่ดินรอบใหม่
ดูทั้งหมด

ม.หอการค้า ชี้หากชุมนุมรุนแรงโอกาสฉุด GDP ลง 1% จับตาโหวตนายกฯ วันนี้

13 ก.ค. 2566 | 13:49น.
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ม.หอการค้าไทย เผยยังไม่มีสัญญาณรุนแรงจากการโหวตนายกฯ แต่หากมีการชุมนุมรุนแรง เกิดการปะทะ เผาทรัพย์สิน โอกาสฉุด GDP ลง 1% จากรายได้หายไปของนักท่องเที่ยว 5 แสนล้านบาท แต่มั่นใจไม่รุนแรง GDP โต 3.5% ตั้งรัฐบาลได้ตามกรอบเวลา ส.ค.-ก.ย. พร้อมเดินหน้างบประมาณ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ทางการเมือง มีหลายฝ่ายยังให้ความกังวล แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นด้านการเมืองจะดีขึ้น แต่ไม่ได้ดีที่สุด ยังคงห่วงสถานการณ์ว่าจะออกไปในทิศทางใด จะตั้งรัฐบาลล่าช้าหรือไม่ จะกระทบต่องบประมาณ การลงทุนไหม เพราะยังไม่มีเจ้ากระทรวงในการดำเนินงาน แม้จะมีรักษาการก็ยังไม่สามารถขยับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจได้ ส่งผลให้ถ้าธุรกิจชะลอการลงทุน และการขยับเขยื้อนการทำธุรกิจออกไป ซึ่งล้วนแล้วจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

สำหรับการโหวตนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อ หรือจะต้องรอการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญก่อน ยังต้องรอติดตามและพิจารณา

ทั้งนี้ ในมุมมองเห็นว่าการจะจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ มองไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะภายใต้รัฐสภา จะยังคงเดินหน้าให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการพิจารณาเสนอชื่อเลือกนายกรัฐมนตรี จะมีการสลับขั้วพรรคร่วม เสนอชื่อจากบัญชีรายชื่อพรรคใดขึ้นมา ก็ขึ้นอยู่กับแนวทางและการพิจารณาโดยยังสามารถบอกไม่ได้ในตอนนี้

“การเลือกโหวตนายกรัฐมนตรีล่าช้า ตั้งรัฐบาลล่าช้า มองว่าไม่น่าจะเกินเดือนสิงหาคม-กันยายน 2566 นี้ และเมื่อการได้รัฐบาลขึ้นมาแล้วจะมีการกำหนดงบประมาณ และพร้อมที่จะเบิกจ่ายลงทุนเดินหน้าเศรษฐกิจได้ทันที ทันในช่วงไตรมาสที่ 1 ปีหน้า ส่วนหน่วยงานรัฐที่มีงบประมาณเดิม งบฯผูกพันก็สามารถเดินหน้าและขับเคลื่อนไปได้ และเชื่อว่าเอกชนก็จะสนใจเข้ามาลงทุนทำให้ภาคธุรกิจเดินหน้าไปได้ ดังนั้น ตั้งรัฐบาลได้เร็ว เศรษฐกิจก็เดินหน้า”

ทั้งนี้ หากจัดตั้งรัฐบาลเลยออกไปเดือนตุลาคม 2566 การใช้งบประมาณจะถูกเลื่อนออกไปช่วงไตรมาส 2 ปี 2567 จะกระทบการขยายตัวเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ดังนั้น จับตาการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงจะมีการโหวตกี่รอบ การชุมนุมประท้วง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่

ชุมนุมรุนแรงฉุดเศรษฐกิจ

ศูนย์พยากรณ์ยังไม่ได้ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ คาดว่าในปี 2566 นี้ เศรษฐกิจยังสามารถโตได้ 3.5% หรืออยู่ในกรอบ 3-3.5% และหากไม่มีการชุมนุมที่รุนแรง ไม่มีการเผาทรัพย์สิน มีการปะทะ เชื่อว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ในกรอบ 3.5-4% และยังไม่ประเมินว่าเศรษฐกิจจะโตต่ำกว่า 3%

“ความเห็นต่างทางการเมืองเวลานี้ หากไม่ใช่การประท้วงรุนแรง สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จะไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากต่างประเทศมีความเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองของไทยและยอมรับได้มากขึ้น หากการชุมนุมอยู่ในพื้นที่จำกัดและเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย”

อย่างไรก็ดี หากการชุมนุมประท้วงมีความรุนแรง จนเกิดความเสียหายต่อภาคการท่องเที่ยว มีโอกาสจะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวหายไปเดือนละ 1 ล้านคน ในช่วงที่เหลือของปี 2566 นี้ และทำรายได้ท่องเที่ยวหายไปราว 500,000 ล้านบาท มีโอกาสฉุดการขยายตัวของเศรษฐกิจลดลง 1% ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจการจ้างงานจะสู่ภาวะชอร์ตทันที

จากที่เศรษฐกิจดีจากภาวะที่การท่องเที่ยวฟื้น และคาดว่าปี 2566 นักท่องเที่ยวจะเข้าประเทศประมาณ 30 ล้านคน โดยทุก 10 ล้านคน จะมีเงินหมุนเวียนเข้ามาในระบบ 5 แสนล้านบาท โดยครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 17-18 ล้านคน หรือเดือนละ 2-3 ล้านคน แต่หากมีการชุมนุมที่รุนแรง กระทบการท่องเที่ยวจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวหายไปในช่วงไตรมาส 4 ประมาณ 7-9 ล้านคน

จับตา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีการพิจารณา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ใน 2 กรณี คือ การถือหุ้นสื่อ ITV เพราะจะมีผลต่อการเซ็นรับรอง ส.ส. ของพรรคก้าวไกล และอีกกรณี คือ มาตรา 112 ซึ่งจะมีผลในการยุบพรรค โดยทั้งสองกรณีจะมีผลสร้างแรงกดดันของการชุมนุมจะรุนแรงหรือไม่รุนแรง หรือมีการชุมนุมในกรอบสันติวิธี ก็จะไม่มีผลต่อการท่องเที่ยวจนกระเทือนมาถึงระบบเศรษฐกิจ