น้ำมันหมดปั๊ม ประชาชนเดือนร้อน “ดีลเลอร์” ก็เจ็บตัว ขาดทุนสต๊อกอ่วม แนะรัฐออกมาตรการชดเชย “ภาษีท้องถิ่น” ช่วยลดปัญหาวิน-วินทุกฝ่าย
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า หลังจากรัฐบาลประกาศลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มโซฮอล์ 91 ลงลิตรละ 2.50 บาท และโซฮอล์ 95 และเบนซินลดลิตรละ 1 บาท เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 แต่กลับพบปัญหาปั๊มน้ำมันปิดป้ายไม่จำหน่าย เพราะน้ำมันหมด
ซึ่งจากสอบถามไปยังผู้ให้บริการสถานีน้ำมันแบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นดีลเลอร์ของค่ายน้ำมันต่าง ๆ ในระบบการค้าปลีกน้ำมันปกติ จะมีทั้งปั๊มที่บริษัทน้ำมันเปิดให้บริการเอง หรือที่เรียกว่า Company Owned Company Operated (COCO) และสถานีบริการที่มีเอกชนที่เป็นตัวแทนนำระบบไปตั้งและบริหารแทนบริษัทน้ำมัน หรือ (Dealer Owned-Dealer Operated หรือ DODO) ซึ่งแต่ละแบรนด์จะมีสัดส่วนของ COCO หรือ DODO ที่แตกต่างกัน บางแบรนด์ทำเองมากกว่า บางแบรนด์ COCO มากกว่า
ดีลเลอร์รายหนึ่งเล่าว่า การปรับลดราคาน้ำมันของภาครัฐ โดยรัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการมา 2 รอบ คือ รอบที่ปรับลดราคาดีเซล และรอบล่าสุดการปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งดีลเลอร์ต้องปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐอย่างเคร่งครัด
โดยการวางแผนบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันเพื่อให้เพียงพอต่อการจำหน่ายในแต่ละวัน (คัฟเวอร์การจำหน่าย) รวมถึงเที่ยงคืนวันที่ก่อนปรับลดราคาด้วย เพราะทุกคนต่างได้รับบทเรียนมาจากการลดราคาดีเซลครั้งก่อน โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคจะชะลอการเติมน้ำมันในช่วง 3 วันก่อนที่จะมีการปรับลดราคา ทำให้ยอดขายในช่วงนั้นหายไปวันละ 20-30% ส่วนอีก 70-80% ยังเติมในปริมาณปกติ
“อย่างที่ทราบ รัฐบาลลดราคาน้ำมันสูงสุดลิตรละ 2.50 บาท แต่กำไรต่อลิตรของน้ำมันปกติจะอยู่ที่ 70-80 สตางค์เท่านั้น ดังนั้น หากคืนวันที่ 6 ขายไม่หมดเหลือมาวันที่ 7 ก็ต้องขาดทุนลิตรละ 1.70 บาท หากปั๊มใดมีปริมาณสต๊อกคงเหลือมาก ก็เท่ากับขาดทุนมาก หรือดีลเลอร์รายใดที่มีสาขามาก ๆ ก็ยิ่งขาดทุนมาก ซึ่งประเด็นนี้ทุกคนต่างทราบดีและตั้งสต๊อกสำรองไว้โดยอิงปริมาณการจำหน่ายในแต่ละวัน ที่ปกติจะสต๊อกกันที่ประมาณ 30-40% ของการจำหน่าย เพราะระบบการสั่งน้ำมันจะใช้เวลาขนส่งไม่นานเพียงแค่ 1 วัน”
ต่อคำถามว่าถ้ากลัวขาดทุนจากสต๊อกต้นทุนเดิมแล้วไปลดปริมาณน้ำมันสต๊อกไว้ต่ำ ๆ ได้หรือไม่ คำตอบคือ หากไปใช้เทคนิค เช่น ลดสต๊อก เพื่อไม่ให้ตัวเองขาดทุน แล้วน้ำมันมีปริมาณคงเหลือต่ำเกินไป เช่น เหลือต่ำ 10-20% ในระบบสต๊อกน้ำมันก็จะมีระบบเช็กเรียลไทม์ แจ้งเตือนไปที่บริษัทผู้ค้าน้ำมันว่าสต๊อกน้อยมีความเสี่ยง ดังนั้น ส่วนใหญ่จะไม่มีใครกล้าจะไปทำแบบนั้น แต่ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคช่วง 3 วันก่อนลดราคา ก็มีส่วนทำให้การคาดการณ์และสถานการณ์จริงมันคลาดเคลื่อนจากกัน การบริหารจัดการสต๊อกนี้จึงทำให้หลาย ๆ ปั๊มน้ำมันหมดช่วงเวลาหนึ่งในหลาย ๆ ปั๊ม
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าผู้บริโภคเดือดร้อนเพียงฝ่ายเดียว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นดีลเลอร์ที่มีสต๊อกน้ำมันเหลือจากคืนวันที่ 6 ไปขายด้วยราคาใหม่ก็เจ็บตัวไม่ต่างกัน และพอผู้บริโภคแห่มาเติมในจังหวะวันที่ 7 ก็ทำให้การขนส่งน้ำมันมาไม่ทันด้วย ผู้บริโภคที่ประสบปัญหาเติมไม่ได้ น้ำมันหมด แต่ก็สามารถไปหาเติมได้จากปั๊มที่เป็น COCO ได้เพราะปั๊มมีจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทค้าน้ำมันจะไม่ปล่อยให้น้ำมันในปั๊ม COCO ขาดแคลนแน่อน ต่างจากดีลเลอร์ที่ยังไม่ได้รับมาตรการดูแลหรือเยียวยาใดใด
ดังนั้น ควรมีแนวทางที่จะเป็นทางออกที่จะมาช่วยแก้ปัญหา ทำให้เกิดวิน-วินทั้งสองฝ่าย เป็นไปได้หรือไม่ที่จะขอให้รัฐพิจารณาหาทางออก โดยการใช้การชดเชยให้กับดีลเลอร์ที่ขาดทุนจากการบริหารจัดการน้ำมันของภาครัฐ รัฐอาจจะบอกว่านโยบายนี้แจ้งล่วงหน้า แต่เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกปั๊มก็ต้องการลดการขาดทุนให้น้อยที่สุด เพราะการขาดทุนจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องและเป็นส่วนหนึ่งของเคพีไอการทำงานของผู้จัดการปั๊มด้วย
สำหรับ “การชดเชยให้ดีลเลอร์จากการหักลดภาษีท้องถิ่น” ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนที่ผู้ประกอบการแต่ละปั๊มต้องจ่ายในอัตรา 0.05% ต่อลิตร น่าจะเป็นทางออกที่ทำได้ง่ายในทางปฏิบัติมากที่สุด เพราะทุกปั๊มต้องแจ้งยอดขายต่อท้องถิ่น เพื่อนำไปคำนวณภาษีท้องถิ่นที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน
“วิธีการ คือ หากจะมีการประกาศลดราคาน้ำมัน ให้แต่ละปั๊มรายงานยอดขาย ปริมาณการจำหน่ายและสต๊อกน้ำมันคงเหลือในคืนวันก่อนลดราคาไปที่ท้องถิ่น เพื่อนำไปหักลดหย่อนชดเชยให้ดีลเลอร์ โดยภาครัฐอาจจะจำกัดโควตาการลดภาษีท้องถิ่นให้แต่ละปั๊มไปเลยว่าจะได้กี่เปอร์เซ็นต์
โดยดูเทียบกับสถิติการขายย้อนหลังไป ซึ่งจะไม่มีใครโกหกได้ เพราะมันเป็นระบบที่ต้องรายงานบริษัทน้ำมันด้วย หลังจากนั้นให้เคลมภาษีส่วนนี้ คอมเพนเซสกันไป ซึ่งในกรณีนี้ท้องถิ่นเป็นผู้ตรวจสต๊อกที่แท้จริงของแต่ละปั๊มในท้องถิ่นเป็นการดับเบิลเช็กอีกชั้นหนึ่งได้ด้วย แต่การลดภาษีทำให้ท้องถิ่นเสียรายได้ ก็ต้องดูว่าท้องถิ่นจะยอมหรือไม่”
ลดราคาน้ำมันป่วน ปั๊มปิดป้ายน้ำมันหมด เหตุผู้ใช้บริการทะลักสต๊อกไม่พอ