‘ธรรมนัส’ นำทีม พญานาคราชตรวจด่านท่าเรือแหลมฉบัง สกัด ‘หมูเถื่อน’

'ธรรมนัส' นำทีม พญานาคราชตรวจด่านท่าเรือแหลมฉบัง สกัด 'หมูเถื่อน'

‘ธรรมนัส’ รมต.เกษตรฯ นำทีม “พญานาคราช” ตรวจด่านนำเข้าพืช ประมง ปศุสัตว์ท่าเรือแหลมฉบัง ยืนยันโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนสุ่มตรวจตู้คอนเทนเนอร์สินค้าเกษตรที่คงค้าง ณ หน้าด่านเกินกว่า 45 วัน 25 ตู้

วันที่ 6 ธันวาคม 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังนำทีมพญานาคราชลงพื้นที่ติดตามการตรวจสอบสินค้าเกษตรนำเข้า ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์

โดยมีนายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ว่า ในวันนี้กระทรวงเกษตรฯ

โดยกรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายอำเภอแหลมฉบัง และกรมศุลกากร บูรณาการเข้าสุ่มตรวจตู้คอนเทนเนอร์สินค้าเกษตรที่คงค้าง ณ หน้าด่านเกินกว่า 45 วัน

หลังจากที่กรมศุลกากรได้แจ้งผู้ประกอบการให้เข้ามายื่นเอกสารการเสียภาษีและสำแดงรายการสินค้าภายในตู้ จำนวน 25 ตู้ จากทั้งหมด 95 ตู้ ซึ่งก่อนหน้านี้ดำเนินการตรวจไปแล้ว 70 ตู้ โดยได้รับรายงานจากกรมศุลกากรว่าเป็นตู้ตกค้างและสำแดงรายการไม่ตรงตามความเป็นจริง ซึ่งเบื้องต้นสามารถเข้าตรวจสอบได้ 5 ตู้ มีสินค้าเกษตรอยู่ภายในทั้งสิ้น

'ธรรมนัส' นำทีม พญานาคราชตรวจด่านท่าเรือแหลมฉบัง สกัด 'หมูเถื่อน'

และจากนี้กรมศุลกากรจะดำเนินการส่งหนังสือไปยังหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องตามประเภทสินค้าที่ตรวจพบเพื่อรับมอบตู้ดังกล่าวไปทำลาย สำหรับ 20 ตู้ที่ไม่สามารถเปิดตรวจได้ในวันนี้เนื่องจากต้องขนย้ายลงมาจากที่สูง ได้มอบหมายให้อธิบดีทั้ง 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเปิดตู้ตรวจสอบ และรายงานความคืบหน้ามายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรต่อไป

สำหรับ 161 ตู้คอนเทนเนอร์ที่ตรวจพบว่าเป็นหมูเถื่อนก่อนหน้านี้ ได้ดำเนินการทำลายตามกระบวนการจนหมดสิ้นแล้ว พร้อมทั้งมีหลักฐานการทำลายทุกตู้ สามารถตรวจสอบได้ และเตรียมแถลงผลการดำเนินงานในเร็ว ๆ นี้

'ธรรมนัส' นำทีม พญานาคราชตรวจด่านท่าเรือแหลมฉบัง สกัด 'หมูเถื่อน'
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า มาตรการต่อจากนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าเกษตรทั้งหมด จะร่วมกันบูรณาการการดำเนินงานร่วมกัน โดยจะมีการลงนาม MOU เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ปิดช่องโหว่และขจัดขบวนการนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายให้สิ้นซาก ขณะเดียวกัน ได้ประสานความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการขยายผลไปจนถึงต้นตอของขบวนการ ทั้งหมดนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งหวังจะแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เกษตรกรมีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง