ราคาน้ำมันดิบ (7 ธ.ค. 66) ปรับลด หลังสต๊อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด

ราคาน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสต๊อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด สะท้อนความต้องการใช้น้ำมันอ่อนตัว

วันที่ 7 ธันวาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลดแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 66 หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขสต๊อกน้ำมันเบนซินประจำสัปดาห์ สิ้นสุด ณ วันที่ 1 ธ.ค. 66 ปรับเพิ่มขึ้น 5.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 223.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นเพียง 1.0 ล้านบาร์เรล บ่งชี้อุปสงค์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลกที่ยังคงซบเซา

อย่างไรก็ตาม สต๊อกน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับลดลง 4.6 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 445.0 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 6 ธ.ค. 2566 อยู่ที่ 69.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -2.94 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 74.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -2.90 เหรียญสหรัฐ

ตลาดได้รับแรงกดดันจากความกังวลต่ออุปสงค์น้ำมันในจีน หลัง Moody’s Investors Service สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกได้ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลจีนจากระดับมีเสถียรภาพลงสู่ติดลบ เป็นผลมาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจระยะกลางที่ชะลอตัวลง รวมทั้งวิกฤตในภาคอสังหาริมทรัพย์ สร้างความเสี่ยงต่อความแข็งแกร่งด้านการคลังและเศรษฐกิจของจีน

นักลงทุนจับตาการเดินทางเยือนตะวันออกกลางของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนในปี 2565 โดยในครั้งนี้จะไปเยือนทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกพลัส

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์และปริมาณการนำเข้าน้ำมันของอินโดนีเซียในเดือน ธ.ค. 66 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อีกทั้งอุปทานในภูมิภาคอาจปรับตัวลดลงหลังโรงกลั่นในไต้หวันมีแผนจะปิดซ่อมบำรุงต้นปีหน้า

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณการส่งออกของจีนที่มีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในยุโรปที่หดตัว