OR ทุ่ม 600 ล้านรับเทรนด์อนาคต ผุดปั๊มน้ำมันแฟลกชิปต้นแบบรักษ์โลก

OR

OR ทุ่ม 600 ล้าน เนรมิตสถานีบริการน้ำมันแฟลกชิปบนพื้นที่ 5 พัน ตร.ม. บนถนนวิภาวดีรังสิต 62 ชูแนวคิด SDG เต็มรูปแบบ

นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยในการเป็นประธานในพิธีเปิดสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น แฟลกชิป วิภาวดีฯ 62 หรือ PTT Station Flagship วิภาวดีฯ 62 เป็นต้นแบบหรือแฟลกชิป (Flagship) ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของ OR ซึ่งสะท้อนแนวคิดการดำเนินธุรกิจของ OR ที่สร้างโอกาสให้ผู้คน ชุมชน สิ่งแวดล้อม เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด SDG

สถานีบริการนี้ใช้งบฯลงทุน 600 ล้านบาทเป็นแฟลกชิปที่สมบูรณ์แบบที่สุดของ OR มีพื้นที่ค้าปลีกขนาดใหญ่กว่า 5,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย ร้านอาหารแบรนด์ต่าง ๆ ร้านคาเฟ่ อเมซอน คอนเซ็ปต์ สโตร์ ซึ่งเป็นร้านคาเฟ่ อเมซอน รูปแบบพิเศษ “Coffee X People” ที่ออกแบบเพื่อการใช้งานที่หลากหลายของผู้บริโภคที่มานั่งในร้าน

โดยมี Specialty Bar สำหรับผู้สนใจกาแฟ อีกทั้งยังมีพื้นที่สำหรับครอบครัว และพื้นที่ Coworking Space รวมถึงมีเมนูพิเศษที่มีเฉพาะที่สาขานี้เท่านั้น

ดิษทัต ปันยารชุน
ดิษทัต ปันยารชุน

นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าแบรนด์ใหม่ ๆ พร้อมเมนูพิเศษให้เลือกหลากหลาย เช่น ร้านกาแฟพาคามาร่า (Pacamara) ซึ่งเป็นสาขาแรกที่เปิดให้บริการในสถานีบริการ และเป็นสาขาแรกที่เสิร์ฟเมนูอาหารและเบเกอรี่ รวมไปถึง ร้านโอ้กะจู๋ ซึ่งเป็นสาขาที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ 2 ชั้น รองรับลูกค้าได้กว่า 180 คน พร้อมให้บริการทั้งแบบ Drive Thru, Dine-In, Takeaway และ Delivery และยังมีเมนูพิเศษที่มากกว่าสาขาอื่นอีกด้วย

สถานีแฟลกชิปนี้ ผสมผสานแนวคิดการบริการจัดการแบบ SDG นำเสนอระบบนิเวศของ OR (OR Ecosystem) ระหว่าง OR และพันธมิตรได้อย่างครบวงจร และยังถือเป็นสถานีบริการต้นแบบสำหรับการออกแบบสู่การขยาย พีทีที สเตชั่น ในอนาคตที่ธุรกิจกลุ่ม Nonoil จะเป็นธุรกิจหลัก

มีครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ S หรือ “SMALL” มุ่งเน้นการให้โอกาสเพื่อคนตัวเล็ก โดยมีร้านไทยเด็ดต้นแบบ ที่สนับสนุนสินค้าชุมชนจากทั่วประเทศ ร้านภัทรพัฒน์ ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา

C คือ Common Space หรือพื้นที่เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีรายได้อย่างยั่งยืน D หรือ “DIVERSIFIED” มุ่งเน้นการสร้างโอกาสเพื่อการเติบโตในทุกรูปแบบ ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ของ OR ที่มีศักยภาพ และ “G” หรือ “GREEN” มุ่งเน้นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ (Healthy Environment) โดย OR ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการสถานีบริการแห่งนี้ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้คน ชุมชนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality

โดยมีการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน จากการออกแบบอาคารในรูปแบบ Green Station ร่วมกับเทคโนโลยีการติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อใช้ภายในสถานีบริการและร้านค้าที่ OR ดำเนินการ หรือการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานผ่านแบตเตอรี่ (G-Box) จากกลุ่มบริษัทในเครือ NUOVO PLUS เพื่อจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้ พีทีที สเตชั่น แฟลกชิป วิภาวดีฯ 62 ยังเน้นเรื่องการให้บริการน้ำมันและพลังงานทุกรูปแบบ รวมถึงมีจุดชาร์จ EV Centralized Charger ที่สามารถให้บริการได้ 6 หัวชาร์จพร้อมกัน รองรับการชาร์จไฟสูงสุด 180 กิโลวัตต์ อีกทั้งยังมีโชว์รูมรถ BYD เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี)

“เราตั้งเป้าหมายในปี 2573 จะมีจำนวนหัวชาร์จรถอีวี 7,000 หัวชาร์จ ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา เราได้ติดตั้งไปได้ 800 หัวชาร์จ ครบทั้ง 77 จังหวัด และในปี 2567 ก็เตรียมที่จะติดตั้งเพิ่มอีก 500-700 หัวชาร์จ รวมถึงเราอาจได้เห็นสถานีบริการน้ำมันที่ไม่มีน้ำมัน แต่มีแค่หัวชาร์จรถอีวีและกลุ่มธุรกิจ Nonoil เพียงอย่างเดียว”


“ในอนาคต OR จะไม่ได้เป็นแค่สถานีบริการน้ำมัน แต่เราจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่จะเน้นธุรกิจไลฟ์สไตล์และธุรกิจ Nonoil จากเดิมที่เราจะมีธุรกิจกลุ่ม Mobility เป็นหลัก แต่ใน พีทีที สเตชั่น แฟลกชิป วิภาวดีฯ 62 แห่งนี้ เราปรับสัดส่วนธุรกิจ Mobility ลดให้เหลือ 20% และเพิ่มธุรกิจกลุ่มไลฟ์สไตล์เป็น 80%” นายดิษทัตกล่าว