10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย พบ “พิมพ์ภัทรา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยื่น 7 ข้อเสนอ ก่อนวิกฤตถาโถมทำอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศล่ม ขอเร่งออกประกาศห้ามตั้งหรือขยายเหล็กแผ่นรีดร้อน เก็บภาษีส่งออกเศษเหล็ก ออก มอก.เหล็กชนิดอื่นเพิ่ม ล่าสุด สมอ.เตรียมทบทวนมาตรฐานเหล็กเส้นอีกครั้ง
วันที่ 25 ธันวาคม 2566 รายงานข่าวระบุว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทาง 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย ได้เข้าพบนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหารือและรายงานถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมเหล็กทั้งในประเทศและของโลก โดยขณะนี้ผู้ประกอบการเหล็กไทยในประเทศ กำลังได้รับผลกระทบมาต่อเนื่อง จากการทุ่มตลาดของเหล็กที่นำเข้ามาจากจีน ส่งผลให้มีการกดราคาขายในตลาด
โดยเหล็กที่นำเข้ามามีทั้งที่ผ่านการตรวจสอบมีใบนำเข้า มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และมีทั้งในรูปแบบสำแดงเท็จ เลี่ยงพิกัด จนในที่สุดโรงงานเหล็กในประเทศทั้งรายใหญ่ กลาง เล็ก ได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางรายต้องปิดกิจการ มีทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว
และแน่นอนว่าปัญหาดังกล่าวจะยังคงส่งผลกระทบอยู่ ในปี 2567 จึงเชื่อว่าจะมีโรงงานเหล็กในประเทศปิดกิจการอีกแน่นอน ขณะเดียวกันยังพบว่านอกจากเหล็กเส้นแล้วที่เกิดล้นตลาด เหล็กแผ่นรีดร้อนกำลังจะเกิดปัญหาเดียวกันแน่นอน ดังนั้น 10 สมาคมเหล็ก จึงขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งออกประกาศห้ามตั้งหรือขยายโรงเหล็กแผ่นรีดร้อน เนื่องจากปัจจุบันมีการผลิตอยู่ถึง 9 ล้านตัน แต่ใช้ในประเทศเพียง 2.5-3.4 ล้านตันเท่านั้น ทำให้มีส่วนเกินเหลือใช้กว่า 20%
และยังขอให้สงวนสิทธิเศษเหล็กไว้ใช้ในประเทศไม่ให้ส่งออก โดยเสนอแนวทางอย่างเช่น เก็บภาษีส่งออก ซึ่งจีนใช้มาตรการดังกล่าวด้วยการเก็บภาษีสูงถึง 40%
ส่วนข้อเสนออื่นเพิ่มเติม เช่น ควบคุมการออกใบอนุญาตนำเข้าสินค้าเหล็ก (มอก.) ให้กับผู้นำเข้ารายใหม่ รวมถึงขอให้ทำ มอก. เหล็กตัวอื่นเพิ่ม และต้นปี 2567 ทาง สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมทบทวน มอก.เหล็กเส้น อีกครั้ง, ขยายเวลาประกาศห้ามตั้งโรงเหล็กเส้นออกไปอีก 5 ปี, ควบคุมการนำเข้าเหล็กโครงสร้างสำเร็จรูป เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็ก 4.0 ให้ชัดเจน