ฝนน้อย อัพเดตสถานการณ์น้ำรับมือแล้ง

กรมชลประทาน น้ำ สถานการณ์น้ำ

กรมชลประทานไม่หวั่น เตรียมรับสถานการณ์ฝนน้อย ปริมาณน้ำ รวมทั้งประเทศ 57,198 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 75% สั่งทุกโครงการชลประทานบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปลูกนาปรังทะลุแผน 116%

วันที่ 16 มกราคม 2567 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 สำนักเครื่องจักรกล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป

สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (15 ม.ค. 67) พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 57,198 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 75% ของความจุอ่างรวมกัน เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 16,584 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 67% ของความจุอ่างรวมกัน

กรมชลประทานได้วางแผนจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มี ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก รักษาระบบนิเวศ การเกษตร อุตสาหกรรม และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝนหน้าตามลำดับ จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งทั้งประเทศไปแล้วกว่า 8,879 ล้าน ลบ.ม. หรือ 41% เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 2,785 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 46%

ปัจจุบันทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 6.73 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 116 ของแผน เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 4.83 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 160 ของแผน ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงครึ่งปีแรกอาจมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ จึงกำชับไปยังโครงการชลประทานโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางให้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมนำสถิติฝนที่ผ่านมา มาวิเคราะห์คาดการณ์ปริมาณน้ำ เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด


รวมทั้งรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาทำนาแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อเป็นการประหยัดน้ำ ช่วยรักษาระดับน้ำในคลอง ลดการรับน้ำเข้าแปลงโดยไม่จำเป็น ที่สำคัญให้ปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี’66/67 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผน และเพียงพอไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้