วาระแห่งชาติ รับมือสังคมผู้สูงวัย

สังคมสูงวัย
ภาพจาก : freepik
บทบรรณาธิการ

องค์การสหประชาชาติได้กำหนดสังคมผู้สูงวัยจากสัดส่วนของประชากรอายุ 60-65 ปีขึ้นไป แบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกันคือ สังคมสูงวัย (Aged Society) มีประชากรสูงวัยมากกว่าร้อยละ 7 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) มีประชากรสูงวัยมากกว่าร้อยละ 14 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ และสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) มีประชากรสูงวัยมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ

จากฐานข้อมูลของกรมการปกครองคาดการณ์ไว้ว่า ในปี 2567 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด หรือ Super Aged Society อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะมีประชากรผู้สูงอายุ หรือมีอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 13 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศที่ 66,057,967 คน โดยตัวเลขล่าสุดในเดือนธันวาคม 2566 ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุอยู่ระหว่าง 20.1-20.2%

จำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสอดคล้องกับ “อายุเฉลี่ย” ของคนไทยยืนยาวขึ้น หรือจากอายุเฉลี่ย 75 ปี ในปัจจุบันก็จะถูกปรับขึ้นมาเป็นอายุเฉลี่ย 85 ปี ในปี 2568 ในขณะที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ภายในประเทศก็ลดลง เฉพาะปี 2565 มีเด็กเกิดใหม่ประมาณ 400,000 คน หรือ “เกิดน้อยกว่าตาย” ดังนั้นหากปล่อยให้ภาวะประชากรของประเทศดำเนินการไปเช่นนี้ มีการคาดการณ์ว่า ในอีก 60 ปีข้างหน้า ประชากรไทยจะลดลงครึ่งหนึ่งหรือเหลือจำนวนประชากรเพียง 33 ล้านคน แบ่งเป็น วัย 0-14 ปี เหลือ 1 ล้านคน วัยทำงานเหลือ 14 ล้านคน และวัยสูงอายุเพิ่มเป็น 18 ล้านคน

เท่ากับจำนวนประชากรในวัยทำงานของประเทศไทยจะลดน้อยลง แต่ประชากรวัยสูงอายุจะมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องมีการเตรียมเงินเพื่อใช้จ่ายในช่วงอายุที่เหลือ โดยโครงสร้างจำนวนประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปจะกระทบกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ เพราะประชากรวัยทำงานลดลง การเก็บภาษีเงินได้บุคคลก็จะลดลง จนถึงขั้นอาจจะต้องมีการนำเข้า “แรงงานในวัยทำงาน” จากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น


โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วรัฐบาลจะต้องทำแผนรับมือทันที โดยล่าสุดจะมีการกำหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรด้วยการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมการมีบุตรอย่างมีคุณภาพระยะเวลา 5 ปี (2566-2570) ผ่านทางคณะกรรมการอำนวยการส่งเสริมการมีบุตรอย่างมีคุณภาพเพื่อพัฒนาประชากรและทุนมนุษย์ ด้านหนึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มจำนวนประชากร ลดทัศนคติการมีบุตรคนเดียว ซึ่งจะเห็นผลระยะยาวในอีก 60 ปีข้างหน้า อีกด้านหนึ่งจำเป็นต้องมีกลไกการดูแลผู้สูงอายุ จัดหางานให้ทำตามศักยภาพและภาระรับผิดชอบที่ยังคงมีอยู่ เพื่อลดการพึ่งพาให้มากที่สุด