“เพิก” นำทีมชี้เป้าอายัดรถขนยางเครปเน่า 5 คัน ผ่านแดนไทยส่งต่อมาเลเซีย หวั่นฉุดราคา

เพิก เลิศวังพง ประธานบอร์ด กยท.บินด่วนลงพื้นที่ด่านสะเดา จังหวัดสงขลา ตรวจสอบ-สกัดยางจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าไทยผ่านแดนสังขละบุรีส่งไปมาเลเซีย อายัด  5 คน150 ตัน หวั่นฉุดราคายางไทย แนะรัฐเก็บค่าผ่านแดน 2 บาท/กก.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตนพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจรถบรรทุกยางจากด่านศุลกากรสังขละบุรี อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งได้รับแจ้งว่าเป็นยางเครปนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านประเทศไทยส่งไปยังปลายทางประเทศมาเลเซีย เมื่อค่ำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567

“จากที่ตรวจพบว่ามีรถบรรทุกยางออกมาจากด่านศุลกากรสังขละบุรี 5 แจ้งการนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นยางเครปแห้ง แต่มีภาพที่ส่งมาข้างล่างที่บรรทุกมาเป็นยางเน่า โดยนำขี้ยางวิ่งผ่านเครื่อง จึงไม่มีสภาพเป็นยางเครป ล่าสุดได้ชี้จุดบูรณาการตรวจร่วมทุกหน่วยงาน และอายัด รถบรรทุกพ่วงครบ 5 คัน รวมประมาณ 150 ตัน นำไปจอดไว้ที่ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่”

ดร.เพิก ระบุว่า อยากฝากทางเจ้าหน้าที่ตรวจตราเข้มงวดในการตรวจสอบมากขึ้น เพราะราคายางเครป จากประเทศเพื่อนบ้าน กก.ละ 20 บาท ข้ามไปขายที่มาเลเซีย กก.ละ 40 บาท ซึ่งไทยไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลย 

“ตอนนี้สถานการณ์ราคายางในประเทศขึ้นมาสูงแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเศรษฐา ทวีสิน เองท่านก็ลงมากำกับเอง และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ให้ความสำคัญมาก ที่จะป้องกันการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน ท่านให้ทหารจัดการอย่างเข้มงวดไม่ให้ผ่าน ไม่ให้มีการลักลอบนำยางเถื่อนเข้ามาในประเทศ”


ดร.เพิก เสนอว่า การผ่านทางไทยไปยังมาเลเซีย ไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย และยังเสี่ยงจะมากระทบราคาในประเทศ ดังนั้น จึงเสนอแนวคิดให้ภาครัฐพิจารณามาตรการเก็บค่าผ่านทาง กก.ละ 2 บาท เทียบเท่ากับที่เกษตรกรต้องจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ชาวสวนยาง (CESS)