อมตะ-บีไอจี เปิดบริษัทลูก “ABIG” ตั้งโรงงานผลิตก๊าซอุตสาหกรรมป้อนใน EEC

อมตะ-บีไอจี ตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ “ABIG” รับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมเดินหน้าก่อสร้างโรงงานผลิตก๊าซอุตสาหกรรมเฟสแรก ทุ่มกว่า 200 ล้านบาท ป้อนอุตสาหกรรมคุมพื้นที่อีอีซี เล็งขยายไลน์การผลิตไปสู่ตลาดCLMV

นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG) เปิดเผยว่าในวันนี้ (19 ก.ค.2561) ได้มีการลงนามความร่วมมือในการจัดตั้ง “บริษัท อมตะบีไอจีอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ ABIG ” ระหว่าง บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ บีไอจี (BIG) และ บริษัท อมตะคอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) (AMATA)อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมดำเนินธุรกิจผลิตก๊าซอุตสาหกรรมป้อนเข้าสู่ภาคการผลิตให้กับผู้ประกอบการ โดย บริษัทบีไอจี ถือหุ้น 51% บริษัท อมตะฯ ถือหุ้น 49%

ทั้งนี้การร่วมลงทุนในครั้งนี้ ถือเป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาผนึกทางด้านธุรกิจ เพื่อรองรับ การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นภายใต้นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งครอบคลุมใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง และ ฉะเชิงเทรา โดยบีไอจีถือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านการผลิตและจำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรมของประเทศไทย ในขณะที่อมตะถือเป็นผู้พัฒนาอุตสาหกรรมรายใหญ่ ของประเทศและมีสถานที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของทางภาคตะวันออก ซึ่งมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้การบริการสามารถครอบคลุมพื้นที่และรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ความคืบหน้าของการดำเนินงาน ABIG ในปัจจุบันได้เริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตก๊าซอุตสาหกรรมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะชิตี้ ชลบุรี ซึ่งในระยะแรกจะผลิตก๊าซไนโตรเจนเกือบ 50,000 ตันต่อปี ใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 1 ของปี 2562 ซึ่งจะทำให้บริษัทมีขีดความสามารถในการให้บริการได้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั้งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะชิตี้ ชลบุรี และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมโดยรอบ รวมถึงพื้นที่อื่นๆใน 3 จังหวัดภาคตะวันออกที่จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไฮเทคโนโลยี”

ทั้งนี้นอกจาก ABIG จะให้บริการด้านการจำหน่ายและจัดส่งก๊าซอุตสาหกรรมด้วยท่อส่งก๊าซที่ต่อตรงไปถึงโรงงานลูกค้า โดยอาศัยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญจากบีไอจี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากสหรัฐฯ ด้วยนวัตกรรมและความปลอดภัยในธุรกิจก๊าซอุตสาหกรรมของประเทศไทย สามารถช่วยลดต้นทุนในด้านการผลิตในระยะยาวให้กับภาคอุตสาหกรรมที่ใช้บริการ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและจัดส่งก๊าซอุตสาหกรรมไปยังลูกค้า

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสำคัญของธุรกิจที่จะนำไปสู่การทำธุรกิจร่วมกันในระยะยาว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญของกลุ่มอมตะที่เน้นการให้บริการกับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ให้สามารถดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ด้วยความคล่องตัวในด้านการบริหารจัดการ โดยกลุ่มอมตะพร้อมที่จะจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประกอบการอย่างครบวงจร

“การจัดตั้งบริษัท ABIGได้ส่งผลให้กลุ่มลูกค้ามีความเชื่อมั่นและได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งในจังหวัดชลบุรีและระยองที่มีมากว่า 1000 โรงงานในปัจจุบัน และกำลังจะขยายตัวมากขึ้นจากนโยบายการพัฒนาพื้นที่อีอีซี โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ภายใต้การส่งเสริมของรัฐบาล 10 อุตสาหกรรมของรัฐบาล โดยอมตะพร้อมที่รองรับอุตสาหกรรม ได้ถึง 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมอากาศยาน อุตสาหกรรมผลิตหุ่นยนต์ เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมขนส่งที่ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการอีคอมเมิร์ส อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร”

นอกจากนี้อมตะได้มีการพัฒนาขยายการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งทำให้การร่วมมือกับ บริษัทบีไอจี ในครั้งนี้ มีโอกาสที่จะขยายตลาดไปสู่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV ที่เป็นพื้นที่เป้าหมายที่ อมตะได้ศึกษาการขยายการลงทุน โดยเฉพาะประเทศเวียดนามซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะนำร่องเข้าไปพัฒนาธุรกิจเพื่อการจำหน่ายก๊าซอุตสาหกรรม

Previous articleนักวิเคราะห์แนะเวียดนามใช้มาตรการป้องศก.ประเทศ หลังจ่อโดนลูกหลงสงครามการค้า
Next article7ยักษ์ชิงสัมปทาน”ด่านมอเตอร์เวย์” ฝุ่นตลบจับคู่บ.ต่างชาติแย่ง6หมื่นล้าน