เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
Politics Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
SD BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
Business ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
งานวิจัยเผย “คนรอบตัว” มีผลต่อการเตรียมหนีน้ำ
News งานวิจัยเผย “คนรอบตัว” มีผลต่อการเตรียมหนีน้ำ
ยุทธศักดิ์ สุภสร : น้ำท่วม VS ท่องเที่ยวไทย  บทเรียนจาก 3 มหาอุทกภัย
Business ยุทธศักดิ์ สุภสร : น้ำท่วม VS ท่องเที่ยวไทย  บทเรียนจาก 3 มหาอุทกภัย
BLA รับเทรนด์ Longevity ส่ง 2 ประกันบำนาญใหม่ เงินก้อน 30% รับยาวถึง 88 ปี
Finance BLA รับเทรนด์ Longevity ส่ง 2 ประกันบำนาญใหม่ เงินก้อน 30% รับยาวถึง 88 ปี
Bond Yield โลกพุ่ง กดหุ้น-โฟล์วไหลออก แนะถือเงินสด 30-40
Finance Bond Yield โลกพุ่ง กดหุ้น-โฟล์วไหลออก แนะถือเงินสด 30-40
ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,300 บาท
ไทยมีอะไร? ทำไมเป็นฐาน ‘Backend’ ประกอบชิปแห่งใหม่ของโลก
Tech ไทยมีอะไร? ทำไมเป็นฐาน ‘Backend’ ประกอบชิปแห่งใหม่ของโลก
โตโยต้า เผยตลาดรถยนต์ฟื้นตัว โต 16.60% ขายรถ 8 เดือนแรก ยอดแตะ 4.65 แสนคัน
Automotive โตโยต้า เผยตลาดรถยนต์ฟื้นตัว โต 16.60% ขายรถ 8 เดือนแรก ยอดแตะ 4.65 แสนคัน
ดูทั้งหมด

แรงงานต่างด้าวขาดแคลนหนัก “ก่อสร้าง-ประมง” ต้องการ 1.2 ล้านคน

23 ก.ค. 2563 | 10:20น.

โควิดพ่นพิษไม่หยุด ธุรกิจ-อุตสาหกรรมขาดแคลนแรงงานต่างด้าวนับล้าน รับเหมาอ่วมเสียหายแสนล้าน กระทุ้งรัฐแก้ ร้านอาหารโอดเปิดบริการขาดลูกมือ เกษตร-ประมงเดือดร้อนไม่น้อยหน้า ชี้ผ่อนคลายเฟส 6 เปิดให้ต่างชาติเข้าไทย “เมียนมา-ลาว-กัมพูชา” ติดล็อกเงื่อนไขกักตัว 14 วัน แถมเสียค่าใช้จ่าย 1.4 หมื่นบาท/หัว นายจ้างรับอาน

ไวรัสโควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย และล่าสุด ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) เตรียมผ่อนคลายระยะที่ 6 อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย 4 กลุ่ม ได้แก่ แรงงานต่างด้าว ต่างชาติที่เข้ามาจัดแสดงสินค้า กองถ่ายภาพยนตร์ และกลุ่มที่เข้ามารักษาพยาบาล

โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานต่างด้าวนั้น แม้ทางการจะคลายล็อกให้สามารถเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ แต่ด้วยขั้นตอนการปฏิบัติที่ยังคุมเข้มเรื่องการตรวจสอบกักกันโรค ต้องกักตัวแรงงานต่างด้าวในสถานกักกันของรัฐเป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สร้างภาระให้ผู้ประกอบการที่เดือดร้อนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาขาดแคลนแรงงานซึ่งปัจจุบันรุนแรงมากขึ้น กำลังส่งผลกระทบในวงกว้างกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ทั้งอุตฯก่อสร้าง ภาคการเกษตร ประมง ธุรกิจร้านอาหาร ฯลฯ

แรงงานก่อสร้างหาย 2 แสนคน

นายอังสุรัสมิ์ อารีกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขาดแคลนแรงงานต่างด้าวอย่างมาก จากการสอบถามสมาชิกผู้รับเหมาพบว่าเกือบทุกโครงการได้รับผลกระทบ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 100,000 ล้านบาท เพราะธุรกิจรับเหมาใช้แรงงานมาก ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า มีแรงงานในธุรกิจรับเหมารวม 1.8 ล้านคน หลังการแพร่ระบาดของโควิด แรงงานต่างด้าวบางส่วนกลับประเทศ รวมแล้วมีแรงงานหายไปจากระบบ 100,000-200,000 คน

“สมาคมเคยยื่นหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ถึงขณะนี้ยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือ ผู้รับเหมาต้องช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการบริหารเวลางานให้เหมาะกับปริมาณงานและแรงงาน ไม่มีการปลดคนงานก่อสร้าง เช่น บางช่วงงานน้อยลดเวลางานเหลือเพียงช่วงกลางคืน หรืองานมากก็เพิ่มงานให้ทำมากขึ้น เป็นต้น หากปลดคนออกพยุงค่าใช้จ่าย จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาแรงงานที่กำลังขาดแคลน”

กระทุ้งรัฐออกมาตรการช่วย

ที่ต้องการให้รัฐช่วยเหลือ คือ ให้สั่งการถึงหน่วยงานเจ้าของโครงการก่อสร้างทุกแห่งระงับการเก็บค่าปรับกรณีก่อสร้างล่าช้าออกไปจนกว่าโควิด-19 จะดีขึ้น และให้ขยายเวลาก่อสร้างแบบไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากเป็นเรื่องสุดวิสัย และกระทรวงสาธารณสุขก็ประกาศให้โรคนี้เป็นภัยพิบัติ

ก่อนหน้านี้รับทราบจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่ารัฐบาลเห็นชอบให้มีมาตรการยืดเวลาก่อสร้างให้ก่อน 6 เดือน แต่ต่อมาได้รับแจ้งว่าทำไม่ได้ เนื่องจากกรมบัญชีกลางคัดค้าน ติดข้อกฎหมาย พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ที่ให้อำนาจการขยายเวลาอยู่ที่หน่วยงานเจ้าของโครงการ ไม่ใช่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงขอให้กรมบัญชีกลางเร่งสรุปการขอยืดเวลากับหน่วยงานต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เช่น ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ให้โรคโควิดเป็นโรคติดต่ออันตราย และประกาศกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการห้ามโยกย้ายแรงงานต่างด้าว และขอให้กระทรวงการคลังเร่งออกมาตรการที่มีความชัดเจนในการปฏิบัติด้วย

ลำไยจันท์ขาดแรงงาน 5 หมื่นคน

แหล่งข่าวจากสมาคมการค้าการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า เดือน ส.ค.นี้ ผลผลิตลำไยในจันทบุรีจะออกตามฤดูกาลจำนวนมาก แต่โรงคัดบรรจุ (ล้ง) ซึ่งเป็นผู้ส่งออกผลไม้กำลังประสบปัญหาหนัก ขาดแรงงานต่างด้าว 40,000-50,000 คน มาเก็บลำไย ต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สมาคมได้เสนอในที่ประชุมระดับจังหวัดผ่านผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลปลดล็อกระยะที่ 6 ให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย ตอบสนองกลไกทางเศรษฐกิจและรองรับฤดูกาลลำไยที่จะมาถึง และ 15 ก.ค.ได้มีหนังสือถึง ผวจ.จันทบุรี เสนอให้พิจารณาเปิดให้แรงงานเข้ามาเก็บลำไย และเสนอมาตรการควบคุมแบบสเตตควอรันทีน ป้องกันโควิด โดยให้ล้งจัดหาสถานที่กักตัวแรงงานต่างด้าวไว้ 14 วัน โดยผู้ประกอบการยินดีออกค่าใช้จ่าย

“ปกติล้งประมาณ 60% จะรับซื้อลำไย โดยทำสัญญาซื้อ-ขายล่วงหน้า จะประกาศราคารับซื้อและทำสัญญา แต่ตอนนี้ล้งไม่กล้าประกาศราคา เพราะยังไม่นิ่ง เนื่องจากไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะเปิดให้คนต่าวด้าวเข้ามาเก็บผลไม้ได้หรือไม่ โดยแรงงานจะมีทั้งเข้ามา 7 วัน และ 90 วัน”

นายอำนาจ จันทรส นายกสมาคมสวนลำไยจันทบุรี กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวหากรัฐไม่เร่งแก้ไข ปลายเดือน ส.ค. ชาวสวนลำไยจะได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ได้เสนอให้ใช้ “ล้ง” ของผู้ประกอบการเป็นสถานที่กักกันล่างหน้า 14-20 วัน โดยล้งยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เนื่องจากลำไยเป็นพืชเศรษฐกิจ ทำรายได้ให้จันทบุรีปีละ 8,000-9,000 ล้านบาท รองจากทุเรียน

สระแก้วหวั่นแรงงานตัดอ้อยขาด

นายบำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า การปิดช่องทางผ่านแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรน และช่องทางอนุโลมกว่า 4-5 เดือน กระทบภาคธุรกิจในจังหวัดชายแดนที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวอย่างมาก โดยเฉพาะภาคการเกษตร ทั้งพืชไร่อย่าง มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ข้าว และพืชสวน เช่น ลำไย รวมทั้งแรงงานภาคอุตสาหกรรม ก่อสร้าง รับจ้างทั่วไป ใกล้ถึงฤดูการเปิดหีบอ้อยเดือน ธ.ค.นี้ถึงต้นปีหน้า หอการค้าจังหวัดสระแก้วกำลังเตรียมการหารือกับโรงงานอ้อยและน้ำตาลเพื่อหาทางออก หากช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถนำแรงงานต่างด้าวมาตัดอ้อยได้จะดำเนินการอย่างไร

ประมง 22 จว.ขอ 5 หมื่นคน

ขณะที่นายกำจร มงคลตรีลักษณ์ ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการประมง 22 จังหวัดชายทะเล ได้แจ้งความต้องการใช้แรงงานต่างด้าวในธุรกิจ 40,000-50,000 คน ซึ่งเดือน มิ.ย. 2563 อธิบดีกรมประมงได้ลงนามโดยใช้อำนาจตามมาตรา 83 แห่ง พ.ร.ก.การประมง 2560 แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมง โดยให้สามารถนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานได้ และทำหนังสือประสานไปยังกระทรวงแรงงาน กับกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ติดมาตรการป้องกันโควิด ต้องรอการพิจารณาจาก ศบค. ภาคประมงเดือดร้อนหนักเช่นเดียวกัน

กระตุ้นร้านอาหารใช้แรงงานไทย

ส่วนนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า หลังการแพร่ระบาดของโควิดมีแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในร้านอาหารจำนวนหนึ่งเดินทางกลับประเทศ แต่เมื่อทางการไทยประกาศคลายล็อก และร้านอาหารกลับมาเปิดให้บริการ แรงงานต่างด้าวบางส่วนยังไม่สามารถกลับเข้ามาทำงานได้ ทำให้ร้านอาหารจำนวนหนึ่งขาดแรงงานจำนวนมาก แต่โดยส่วนตัวอยากรณรงค์ให้ผู้ประกอบการร้านอาหารหันมาใช้แรงงานในประเทศก่อน เพราะคนไทยตกงานจำนวนมาก อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้แรงงานไทยจำนวนหนึ่งไม่อยากทำงานในร้านอาหาร

ส่วนที่ ศบค.จะคลายล็อกให้แรงงานต่างด้าวกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย เป็นนโยบายของผู้ประกอบการแต่ละรายว่าจะดำเนินการอย่างไร เบื้องต้นเข้าใจว่า ขั้นตอนการนำเข้าแรงงานจะต้องมีมาตรการตรวจคัดกรอง และการกักกันตัว 14 วัน ตามที่ ศบค.กำหนด

คน.ช่วยชาวสวนลำไย

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเก็บลำไย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ช่วงเดือน ส.ค.นี้จะเป็นช่วงที่ผลผลิตลำไยออกมากที่สุด จะกระทบทำให้เก็บลำไยไม่ทัน ส่งผลต่อเนื่องถึงราคาขาย ดังนั้นภายในสัปดาห์นี้ กรมการค้าภายในจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางออก โดยอาจต้องผ่อนปรนให้แรงงานกลุ่มนี้ และจากปัญหาดังกล่าวยังส่งผลให้ผู้นำเข้าโดยเฉพาะจีน อินโดนีเซีย ไม่สามารถเข้ามาดูสินค้าได้ ทำให้การสื่อสารการซื้อ-ขาย และดูคุณภาพลำไยเป็นไปได้ลำบาก จึงอาจจะกระทบการส่งออกลำไย และได้ร่วมหารือกับทุกฝ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก รวมทั้งหาช่องทางกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคภายในประเทศ

ต่างด้าวนับแสนคนรอเข้าไทย

ในส่วนของภาครัฐ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และกรรมการใน ศบค.ชุดเล็ก กล่าวว่า จากข้อมูลกระทรวงแรงงานแจ้งว่า แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ส่วนใหญ่ยังอยู่ในประเทศไทย ที่กลับประเทศมีเพียง 69,000 คน เป็นกลุ่มที่มีใบอนุญาตแรงงาน และวีซ่าแล้ว แต่ถ้ากลับมาต้องเข้า state quarantine กักตัว 14 วัน โดยจะกำหนดเป็นโควตาในการเข้าประเทศ แต่จะพิจารณาตามความเหมาะสม

ให้แรงงาน-นายจ้างจ่ายค่ากักตัว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นคนต่างด้าวไม่ใช่คนไทย ดังนั้นการ state quarantine จะมีค่าใช้จ่ายวันละ 1 พันบาท รวม 10,000-14,000 บาท แต่กรณีต่างด้าวไม่มีกำลังจ่ายค่า state quarantine จะต้องจ่ายเองส่วนหนึ่ง และนายจ้างออกอีกส่วนหนึ่ง โดย ศบค.ต้องหาสถานที่ควบคุมที่ถูกลง โดย state quarantine จะอยู่ในจังหวัดที่มีด่านตรวจคนเข้าเมือง ทั้งสระแก้ว หนองคาย มุกดาหาร ตาก และระนอง

นอกระบบ 4 หมื่นคนลุ้นอีกรอบ

“ขณะนี้มอบให้กระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการจัดหาสถานที่ state quarantine โดยผู้แทนกระทรวงแรงงานรายงานว่า นายจ้างส่วนหนึ่งมีความพร้อมรับค่าใช้จ่าย 10,000-15,000 บาทได้ เช่น ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง

ทั้งนี้ 69,000 คน ยังไม่รวมแรงงานนอกระบบที่มีประมาณ 4 หมื่นคน ซึ่งได้มอบให้ฝ่ายความมั่นคงสกัดกั้นไม่ให้เข้ามาในราชอาณาจักร แต่เมื่ออนุญาตให้เข้ามาจะดำเนินการคนที่มีใบอนุญาตก่อน จากนั้นจะอนุญาตให้แรงงานนอกระบบที่ไม่มีใบอนุญาตแรงงาน และยังไม่มีวีซ่าเข้ามา เราจะทยอยเหมือนกับให้คนไทยเข้ามาในราชอาณาจักร ดีกว่าไม่ทำอะไรแล้วปล่อยให้ลักลอบเข้ามา” พล.อ.ณัฐพลกล่าว

ยืดเวลาแก้ขาดแรงงาน

ขณะที่นโยบายของกระทรวงแรงงาน เน้นแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าว โดยยืดระยะเวลาทำงานให้แรงงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย แต่ขณะนี้ใบอนุญาตทำงานหมดอายุ

โดยนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า บางพื้นที่พบว่าสถานประกอบการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว จึงได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาและวางแนวทางบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ทั้งกัมพูชา ลาว เมียนมา ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) เมื่อ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว4 กลุ่มเป้าหมาย 1.คนต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) ที่เข้ามาทำงานตามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ซึ่งครบวาระจ้างงาน 4 ปี 2.ต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ถือเอกสารประจำตัว ได้แก่ หนังสือเดินทาง (passport : PP) เอกสารเดินทาง (travel document : TD) เอกสารรับรองบุคคล (certifi-cate of identity : CI) ที่ใบอนุญาตทำงาน และการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดช่วง 30 ก.ย. 2562-30 มิ.ย. 2563 แต่ไม่ได้ดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อ 20 ส.ค. 62

3.ต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตาม MOU ที่การอนุญาตทำงานสิ้นสุดโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 50, 53 และมาตรา 55 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว และกลุ่มที่ 4.คนต่างด้าวที่ใช้บัตรผ่านแดน (border pass) ตามความตกลงว่าด้วยการข้ามแดน ซึ่งเข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับตามฤดูกาล

ส่วนกรณีคนต่างด้าวที่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง (PP/CI/TD) อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่ 1 ส.ค. 63-31 ม.ค. 64 เพื่อ 1) ขอรับใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักงานจัดหางานในพื้นที่ภายใน 31 ต.ค. 63 2) ตรวจสุขภาพกับโรงพยาบาลของรัฐ และซื้อประกันสุขภาพ ภายใน 31 ม.ค. 64

3) ขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักร ณ ตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่ทำงานอยู่ ภายใน 31 ม.ค. 64 และ 4) ขอจัดทำ/ปรับปรุงทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย และรับบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่มีใบอนุญาตทำงาน

ธุรกิจขอจ้างต่างด้าว 1.2 ล้านคน

ส่วนคนต่างด้าวที่มีบัตรผ่านแดน (border pass) อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่ 1 ส.ค. 63-31 มี.ค. 64 1) ขอรับใบอนุญาตทำงาน ณ สำนักงานจัดหางาน ภายใน 31 ต.ค. 63 2) ตรวจสุขภาพกับโรงพยาบาลของรัฐและซื้อประกันสุขภาพ ยกเว้นคนที่อยู่ในระบบประกันสังคม ภายใน 31 ต.ค. 63 ซึ่งอนุญาตให้ทำงานครั้งละ 3 เดือน ช่วง 1 ส.ค. 63-31 มี.ค. 65 และ 3) ไม่เป็นโรคที่ห้ามคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรและทำงาน

นายสุทธิกล่าวถึงผลการดำเนินการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว ปี”62-63 (15 มิ.ย. 63) ว่า นายจ้าง/สถานประกอบการยื่นบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว 1,266,351 คน สัญชาติกัมพูชา 213,461 คน ลาว 50,581 คน เมียนมา 1,002,309 คน ในจำนวนแรงงานต่างด้าวที่ยื่นความต้องการจ้างได้จัดทำใบอนุญาตให้แล้ว 774,983 คน อยู่ระหว่างดำเนินการ 491,368 คน โดยสามารถดำเนินการได้ถึง 30 พ.ย. 63