เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บัตรบาร์โค้ด ‘ลับแบบมีเงื่อนไข’ เครือข่ายน้ำเงิน ชนะคูหาองค์กรอิสระ
Politics บัตรบาร์โค้ด ‘ลับแบบมีเงื่อนไข’ เครือข่ายน้ำเงิน ชนะคูหาองค์กรอิสระ
ปลอดประสพ เตือน “กรุงเทพจมแล้ว” จับตาน้ำแม่กลองสูงเกิน 1 เมตร
News ปลอดประสพ เตือน “กรุงเทพจมแล้ว” จับตาน้ำแม่กลองสูงเกิน 1 เมตร
ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง แนวทางปฏิบัติกับการเมือง
World ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง แนวทางปฏิบัติกับการเมือง
อดีตผู้พิพากษาชี้ “หมอสรณ” หมดอำนาจ จัดประชุม กสทช. 1–2 ต.ค. เสี่ยงคดีอาญา
Politics อดีตผู้พิพากษาชี้ “หมอสรณ” หมดอำนาจ จัดประชุม กสทช. 1–2 ต.ค. เสี่ยงคดีอาญา
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.56 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ก.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.56 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เฉลยแล้ว! fastwork ปิด ‘fastwork.co’ ย้ายสู่ fastwork.com ภายในต้นปีหน้า
Business เฉลยแล้ว! fastwork ปิด ‘fastwork.co’ ย้ายสู่ fastwork.com ภายในต้นปีหน้า
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (30 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.12% อยู่ที่ 83,393 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (30 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.12% อยู่ที่ 83,393 เหรียญสหรัฐ
ธุรกิจบันเทิงโตแรง FEE:D 2026 เอ็นเกจพุ่ง
Biz Movement ธุรกิจบันเทิงโตแรง FEE:D 2026 เอ็นเกจพุ่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (30 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (30 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เอกชนลังเล ‘ประกันภัยพิบัติ’ เสี่ยงสูง-เจรจาจำกัดคุ้มครอง
Finance เอกชนลังเล ‘ประกันภัยพิบัติ’ เสี่ยงสูง-เจรจาจำกัดคุ้มครอง
ดูทั้งหมด

โควิด-19 เปลี่ยนโลก “ธุรกิจ” ปรับรอบทิศรับโจทย์ใหม่

02 ม.ค. 2564 | 08:13น.
ภาพประกอบข่าวดิจิทัล-digital

กระแสโลกที่ปรับเปลี่ยนรวดเร็วจากเทคโนโลยีดิจิทัล กดดันให้ภาคธุรกิจต้องพลิกกระบวนท่า 360 องศา หนีการถูกไล่ล่าจาก “ดิจิทัลดิสรัปชั่น”

แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวติดก็เจอวิกฤตซ้ำซ้อน “โควิด-19” โรคอุบัติใหม่ที่แพร่กระจายรวดเร็วและรุนแรง เป็นตัวเร่งให้ทั่วโลกต้องปรับตัวเปลี่ยนพฤติกรรม และการดำเนินชีวิตสู่ความปกติใหม่ หรือ new normal ลดความเสี่ยง

สำหรับการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทย แม้เกือบ 1 ปีเต็มที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดมาตรการควบคุมป้องกันเข้มข้นช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายลงตามลำดับ แต่การกลับมาระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ ที่ตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร กลายเป็นจุดเปลี่ยนเกิด super spreader แพร่เชื้อโควิดทะลุ 40 จังหวัด หรือกว่าครึ่งค่อนประเทศ เท่ากับมีความเสี่ยงมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ท้าทายความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากขึ้นด้วย

ทั้งกดดันและเป็นตัวเร่งให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน บริโภค จับจ่ายใช้สอย รวมทั้งการท่องเที่ยว ส่งผลต่อเนื่องทำให้ผู้ประกอบธุรกิจหลากหลายสาขาต้องปรับเปลี่ยนแนวทางในการดำเนินธุรกิจ การให้บริการ ขณะเดียวกันก็ปรับวิธีการทำงาน การบริหารจัดการสู่บริบทใหม่ ความปกติใหม่ ให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยลดต้นทุน ค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง

3 ห้างยักษ์ลุย Omnichannel

ความเคลื่อนไหวของห้างสรรพสินค้า 3 ค่ายใหญ่ของเมืองไทย “เซ็นทรัล-สยามพิวรรธน์-เดอะมอลล์” ที่ผ่านมา ที่อาศัยจังหวะช่วงที่โควิด-19 โจมตี ปรับรูปแบบการค้าขาย ทุ่มงบฯจำนวนมากมุ่งสู่การเป็น omnichannel คือหนึ่งในโมเดลการปรับตัวรับสัญญาณการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าจากสถานการณ์โควิดที่เป็นตัวเร่ง

“ญนน์ โภคทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือซีอาร์ซี ระบุว่า ที่ผ่านมาแม้ซีอาร์ซีจะรับมือกับดิจิทัลดิสรัปชั่น ที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนมานานหลายปี ด้วยการประกาศยุทธศาสตร์ New Central New Retail ที่มีสินค้าหลายหมวดหมู่ หลายรูปแบบ และตลาดที่หลายรูปแบบ โดยสร้าง customer-centric omnichannel ผสมผสานช่องทางการสื่อสารทั้งออน์ไลน์ การขายหน้าร้าน (offline) ให้เป็นหนึ่งเดียว

แต่โควิดเป็นตัวเร่งเครื่องให้ต้องบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น เมื่อห้างถูกล็อกดาวน์ ลูกค้าเดินทางมาซื้อไม่ได้ วิธีคิดง่าย ๆ คือ เอาห้างเซ็นทรัลไปไว้ที่บ้าน Central at your home มีการเปิดตัว service ต่าง ๆ สนองความต้องการลูกค้าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เช่น call & shop, drive thru, chat & shop, click & collect และร่วมกับ Partner Dolfin ลดการจับเงินสด โดยจ่ายผ่าน e-Payment หรือใช้ voucher จ่ายเงิน บริการ omnichannel นอกจากทำให้การซื้อขายผ่านช่องทางเติบโตถึง 200% แล้ว ยังช่วยประคองรายได้ของกลุ่มธุรกิจที่ต้องปิดห้างไว้ได้ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ

คีย์แมนซีอาร์ซีย้ำว่า ออนไลน์และออฟไลน์ไม่ได้เป็นคู่แข่งกัน ถ้ารวมกันได้จะเป็นช่องทางที่ทรงพลังมากขึ้น แต่การขยายสาขาใหม่ ๆ ก็จำเป็น เพราะคนไทยยังชอบพบปะสังสรรค์ และการขยายสาขาต่อ คือยุทธศาสตร์ระยะยาว

“ห้างสรรพสินค้าต้องเป็น omnichannel lifestyle store เป็น lifestyle destination ที่เชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์ไว้ด้วยกัน จะสั่งของบนออนไลน์ มาเลือกของที่ออฟไลน์ หรือมาดูของที่ออฟไลน์ แต่ไปสั่งซื้อบนออนไลน์ก็ได้”

เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายทั่วโลก

“ชฎาทิพ จูตระกูล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บจ.สยามพิวรรธน์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของโครงการไอคอนสยาม กล่าวว่า สยามพิวรรธน์กำลังก้าวไปสู่การเป็นองค์กรที่นำเสนอประสบการดิจิทัล digital experience ที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร ผ่านช่องทาง omnichanel บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้ทุกที่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก รวมทั้งพัฒนาระบบอัตโนมัต ในการบริหารการจัดการ และการให้บริการ

ในปี 2564 สยามพิวรรธน์มีแผนจะลงทุนต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติ 30 โครงการ ลดขั้นตอนการให้บริการต่าง ๆ มุ่งเข้าถึงและอำนวยความสะดวกผู้บริโภคตั้งแต่ที่บ้าน ในร้านค้า และกลับไปที่บ้านอีกครั้ง หรือ online to offline to online ทั้งนี้ ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์ลงทุนกว่า 900 ล้านบาท ในการพัฒนา digital platform และระบบบริหารฐานข้อมูลครบวงจร และจะเน้นปรับภาพรวมขององค์กรทั้งกลยุทธ์-โมเดลธุรกิจ การบริหารงานภายใน

เดอะมอลล์ปรับกลยุทธ์ถี่

เช่นเดียวกับ “ศุภลักษณ์ อัมพุช” ประธานกรรมการบริหาร เดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่ย้ำเรื่องดังกล่าวโดยเปรียบเปรยว่า “เดอะมอลล์ไม่อยากเป็นปลาตัวใหญ่แบบปลาวาฬ แต่ว่ายช้า น้ำลดทีก็ตาย แต่อยากเป็นปลาฉลามที่เร็วและพร้อมสู้ตลอดเวลา จึงให้ความสำคัญเรื่องอีคอมเมิร์ซ และการขายผ่านออนไลน์มากขึ้น อย่างเรื่องมาร์เก็ตติ้งแพลน ที่ผ่านมามีการทำมาร์เก็ตติ้งแพลนแค่ปีละครั้ง แต่ยุคนี้ทำแค่ครั้งเดียวไม่ได้แล้ว strategy ต้องทำเดือนต่อเดือน

พร้อมระบุว่า ปัจจุบันช่องทางออนไลน์มีบทบาทมากขึ้น หลังเกิดโควิด-19 ในแง่สัดส่วนยอดขายที่มาจากออนไลน์ยังไม่เกิน 10% และผู้บริโภคยังคงต้องการบริการจากช่องทางอื่น ๆ ร่วมด้วย เดอะมอลล์จึงเพิ่มเติมบริการอย่าง call to order บริการ drive thru รวมถึง chat & shop มาเติมเต็มทุกการช็อปปิ้ง และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีคอมเมิร์ซซึ่งพร้อมเปิดได้ในเร็ว ๆ นี้

“new normal เป็นตัวเร่งให้คนมาใช้บริการต่าง ๆ เหล่านี้มากขึ้น O2O (offline to online) ต้องทำ เพราะมันมาที่แพลตฟอร์มนี้แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้อยู่ได้ ก็ต้องมี uniqueness และ outstanding”

เดอะมอลล์ยังเดินหน้าลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Bangkok Mall, The Emsphere และการปรับโฉมครั้งใหญ่ของเดอะมอลล์ รามคำแหง

โควิดตัวเร่งเทรนด์พื้นที่ค้าปลีก

“จริยา ถ้ำตรงกิจกุล” หัวหน้าแผนกพื้นที่ค้าปลีก ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวในทำนองเดียวกันว่า โควิดทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีจำนวนผู้เข้าใช้บริการลดน้อยลง และอำนาจการจับจ่ายลดลง เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 20 ปี เมื่อเดือน เม.ย. 2563 อยู่ที่ 47.2 แม้ปรับตัวดีขึ้นในเดือนต่อ ๆ มา แต่ยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด

ทั้งนี้ พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯมีทั้งสิ้น 7.8 ล้าน ตร.ม. ณ ไตรมาส 3/63 เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับปี 2562 มาจากค้าปลีกใหม่ 12 โครงการที่เปิดให้บริการ พื้นที่รวม 1แสน ตร.ม. และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต ถือเป็นโครงการใหญ่ที่สุดในปี 2563 ด้านอัตราการใช้พื้นที่ค้าปลีกโดยรวมยังคงระดับสูง 96% แต่การพัฒนาค้าปลีกย่านใจกลางกรุงเทพฯเริ่มลดลง เพราะอาศัยกำลังซื้อนักท่องเที่ยวมากกว่าคนไทย ต่างจากโครงการรอบนอกใจกลางเมืองและชานเมือง โดยผู้ค้าปลีกบางรายโดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มกำลังพิจารณาลดการใช้พื้นที่ต่อสาขา เน้นไปที่บริการจัดส่งมากขึ้นตามการเติบโตของการใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทย

“แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกปี 2564 คือ การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เราพูดถึงกันมาตลอดถึงเรื่องความจำเป็นในการใช้ช่องทางการค้าที่หลากหลาย (omnichannel) ในช่วงเวลาที่ตลาดค้าปลีกเกิดการเปลี่ยนแปลง และโควิดเป็นตัวเร่งทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดเร็วขึ้น”

ลดต้นทุน-เบรกรับคนเพิ่ม

สำหรับการทำงานในยุค new normal “อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา” ผู้ก่อตั้ง และกรรมการบริหาร สลิงชอท กรุ๊ป ชี้ว่า ธุรกิจหลังโควิด-19 คลี่คลาย ฝ่ายเอชอาร์จะเป็นกำลังเสริมที่ดีขององค์กรในการผลักดันเป้าหมาย 3 เรื่อง 1) ลดต้นทุนองค์กร ซึ่งฝ่ายเอชอาร์จะทำหน้าที่ประเมินศักยภาพคนทำงานทั้งพนักงานใหม่ พนักงานเดิมที่มีอยู่ เพื่อเลี่ยงวิธีปลดพนักงาน เนื่องจากกังวลเรื่องภาพลักษณ์ จึงต้องแบกรับภาระจ้างพนักงานต่อ แต่จะไม่รับพนักงานเพิ่ม และสับเปลี่ยนการทำงานในองค์กร

2) พนักงานต้องทำงานรวดเร็ว และเรียนรู้พนักงานแต่ละคน เพื่อช่วยบริหารจัดการเรื่องลางาน สวัสดิการ และค่าตอบแทน เพราะใช้เทคโนโลยี หรือ outsource ดูแลได้ ทีมเอชอาร์ต่อไปจะเล็กลง เพราะการบริหารเรื่องคนต่อไปจะเป็นหน้าที่ของผู้จัดการในแผนกต่าง ๆ หน้าที่ของเอชอาร์จะกลายเป็นผู้วางโครงสร้างงานใหม่

3) ใช้ดิจิทัลมากขึ้น ช่วยให้สามารถทำงานจากที่บ้าน (work from home) หรือสถานที่อื่น ๆ (work from anywhere) ได้ เพราะการทำงานแบบทางไกล (remote work) จะอยู่กับโลกการทำงานไปอีกนาน องค์กรต่าง ๆ จะใช้เงินเพื่อพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน (hard skill) เช่น การตลาดดิจิทัล, การวิเคราะห์ข้อมูล มากกว่าการพัฒนาทักษะเสริม (soft skill)

ฟรีแลนซ์ปรับทิศหางานประจำ

ด้าน “พรลัดดา เดชรัตน์วิบูลย์” ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มการทำงานในรูปแบบฟรีแลนซ์ในปี 2564 จะมากขึ้น เพราะคนตกงานมีจำนวนมาก จากผลกระทบของโควิด บริษัทหลายรายต้องปิดตัวลง กอปรกับตำแหน่งที่เคยจ้างฟรีแลนซ์ หรือเอาต์ซอร์ซช่วยทำงานเป็นครั้งคราวไม่ค่อยมี ฟรีแลน์เหล่านี้จึงพยายามดิ้นรนหางานทำ แต่บริษัทต่าง ๆ ไม่เปิดรับพนักงานในลักษณะลูกจ้างประจำมากนัก เพราะเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น จากสถิติตั้งแต่ปี 2562 มีฟรีแลนซ์เริ่มปรับทิศเพื่อหาประจำทำมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่ขณะนั้นโควิดยังไม่ระบาด มีการประกาศผ่านทางจ๊อบส์ ดีบี เพื่อรับฟรีแลนซ์เข้าทำงานทั้งหมด 817 ตำแหน่ง ปรากฏว่ามีผู้เขียนใบสมัครออนไลน์กว่า 28,662 ใบ

ส่วนปี 2563 ประกาศหางานตำแหน่งฟรีแลนซ์เพียง 698 ตำแหน่ง มีผู้เขียนใบสมัครออนไลน์สูงขึ้นถึง 35,872 ใบ เป็นไปได้ว่าในปี 2564 ลักษณะการหางานทำในรูปแบบฟรีแลนซ์คงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้คนที่เคยทำงานฟรีแลนซ์กำลังมองหางานประจำเพิ่มขึ้น เพราะมีความมั่นคงในอาชีพมากกว่า มีสวัสดิการต่าง ๆ ช่วยให้อยู่รอดปลอดภัยในสถานการณ์เช่นนี้

เขย่าองค์กรลดต้นทุน

“ปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โมโน เน็กซ์ กล่าวว่า การระบาดโควิดทำให้หลายองค์กรต้องบริหารจัดการต้นทุนภายในใหม่เพื่อลดค่าใช้จ่าย สิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องในปี 2564 คือ การบริหารจัดการและรักษาเงินสดไว้ เพราะยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนต่อเนื่อง

ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2563 บริษัทได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ลดจำนวนพนักงานจาก 1,000 คน เหลือ 600 คน และย้ายสำนักงานใหม่จากอาคารจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ทาวเวอร์ มาที่โมโน สตูดิโอ ถนนราชพฤกษ์ เพื่อให้สอดรับกับการทำงานรูปแบบนิวนอร์มอล โดยแบ่งการทำงานเป็น 2 ทีม เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม คือ ทีมที่ทำงานจากบ้าน และทีมที่ต้องทำงานที่ออฟฟิศ และปี 2564 ก็จะเดินหน้าทิศทางนี้ต่อไป แต่จะปรับรูปแบบให้เหมาะสมมากขึ้น ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้แก่องค์กรได้ดี

WFH กระทบชิ่งออฟฟิศให้เช่า

ขณะที่ “รุ่งรัตน์ วีระภาคการุณย์” หัวหน้าแผนกพื้นที่สำนักงานซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า การทำงานที่บ้าน WFH-work from home เป็นมาตรการที่ใช้รักษาระยะห่างทางสังคมในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายบริษัททบทวนกลยุทธ์การจัดพื้นที่ทำงาน (workplace strategy) บางแห่งก็เริ่มเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน และสถานที่ทำงานของแต่ละหน่วยธุรกิจในองค์กร ทั้งนี้ พฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงแรงกดดันด้านการเงินส่งผลให้ผู้เช่าหลายรายลดขนาดพื้นที่สำนักงานลง โดยเฉพาะอาคารสำนักงานเกรดบี ทำเลนอกเขตศูนย์กลางธุรกิจ หรือนอกซีบีดี ซึ่งผู้เช่ามีความอ่อนไหวมากกว่าเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน พบว่าช่วง 9 เดือนแรกปี 2563 ปริมาณการใช้พื้นที่สำนักงานเพิ่มขึ้นเพียง 21,000 ตร.ม. เทียบกับช่วง 9 เดือนแรกปี 2562 เพิ่มขึ้น
128,000 ตร.ม.

ขณะเดียวกันการเช่าพื้นที่ล่วงหน้าเกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจที่มีการขยายตัวอย่างอีคอมเมิร์ซ และแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยี ที่มีความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งนี้ ตลาดสำนักงานให้เช่าในกรุงเทพฯ ณ ไตรมาส 3/63 อยู่ที่ 9.17 ล้าน ตร.ม. เพิ่มขึ้น 2.1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มี 2 โครงการคือ “สปริง ทาวเวอร์-เดอะ พาร์ค” ก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาส 1/63 ทำให้ปีนี้มีพื้นที่สำนักงานใหม่เพิ่ม 345,900 ตร.ม. อัตราพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นจาก 6.9% ณ สิ้นปี 2562 เป็น 8.9% ณ ไตรมาส 3/63 ในขณะที่อัตราการใช้พื้นที่โดยรวมในตลาดกรุงเทพฯ ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 91.1% พื้นที่ที่ปล่อยเช่าได้ดีที่สุดอยู่ในกลุ่มสำนักงานเกรดเอ ทำเลอยู่นอกซีบีดี ซึ่งมีพื้นที่ 674,000 ตร.ม. สัดส่วน 7.4% ของตลาดรวม

“ความท้าทายหลักยังคงเป็นเรื่องพื้นที่สำนักงานใหม่อีกกว่า 1.17 ล้าน ตร.ม. อยู่ระหว่างก่อสร้าง จะเข้าสู่ตลาดภายใน 3 ปีหน้า”

ยานยนต์ลุยออนไลน์-ออฟไลน์

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังเผชิญวิกฤตโควิดช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการปรับตัวทั้งในส่วนโรงงานผลิตรถยนต์ที่ต้องตัดสินใจหยุดไลน์ผลิตในโรงงานชั่วคราว ป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งเป็นการปรับสมดุลปริมาณรถที่ผลิตกับความต้องการในตลาดให้ใกล้เคียงกัน ช่วงไตรมาสแรกปี 2563 เกือบทุกโรงงานหยุดผลิตรถยนต์และกลับมาเริ่มผลิตปลายเดือน พ.ค. 2563 ในส่วนของงานขาย และบริการหลังการขายเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างถูกเเช่แข็งโดยเฉพาะการจัดอีเวนต์ต่าง ๆ แพลตฟอร์มการขายรถยนต์ออนไลน์ อีเวนต์ของค่ายรถยนต์ ตัวแทนจำหน่าย ดีลเลอร์รถยนต์ทั่วประเทศถูกนำมาใช้มากขึ้น

โดยนำเครื่องมือทางออนไลน์มาใช้ผสมผสานกับการทำตลาดแบบออฟไลน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ผ่านออนไลน์ เป็นต้น นอกจากนี้ งานบริการหลังการขาย การทดสอบ การส่งมอบรถ ฯลฯ ล้วนถูกปรับมาใช้รูปแบบออนไลน์ควบคู่กับออฟไลน์

“วิชิต ว่องวัฒนาการ” กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ฟอร์ดถือเป็นผู้นำในการทำการตลาดออนไลน์เป็นรายแรก ๆ ปลายเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฟอร์ดทั่วประเทศ สร้างรูปแบบการแนะนำรถยนต์ฟอร์ดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ก และยูทูบ นอกจากนี้ ยังมีช่องทางอื่น ๆ เสริม เช่น ถ้าลูกค้าสนใจหรือตัดสินใจซื้อ สามารถเลือกว่าต้องการรับรถที่โชว์รูมใด ก็จะส่งให้โชว์รูมนั้นรับไปดูแลต่อ เพราะรถยนต์ยังเป็นสินค้าที่ลูกค้าต้องการสัมผัสของจริงก่อน จากข้อมูลลูกค้า 99% หาข้อมูลบนออนไลน์มาแล้ว ฟอร์ดจึงปรับกลยุทธ์มาให้น้ำหนักบนเว็บไซต์ และขยายไปช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ด้วย

เช่นเดียวกับค่ายมาสด้าที่เริ่มแพลตฟอร์มการเปิดตัวและจองรถยนต์ออนไลน์ ผ่านโปรแกรม “สกายบุ๊ก” ซึ่งถูกนำมาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ขณะที่ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ก็นำแพลตฟอร์มออนไลน์มาใช้ในการขายมากขึ้น

ทำแบบเดิม ๆ อยู่ไม่รอด

สอดคล้องกับที่ “ปนัดดา เจณณวาสิน” กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ระบุว่า อีซูซุจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ถ้าไม่ปรับตัวก็อยู่ไม่ได้ เช่น การประชุม เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อไปประชุม เมื่อก่อนถ้าประชุมออนไลน์ เป็นวิดีโอ conference อาจดูไม่สุภาพ ตอนนี้ทำเป็นกิจจะลักษณะ ช่วยประหยัดเวลา

“สำหรับการขาย เราสอนดีลเลอร์เกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์ไว้ล่วงหน้า เพราะคาดว่ายังไงก็ต้องเป็นการตลาดออนไลน์ เทรนอย่างดี พอถึงเวลา COVID-19 ดีลเลอร์ไม่สามารถจะจัดกิจกรรมเอารถไปโชว์ได้ เขาก็ใช้วิธีออนไลน์ และใช้ได้คล่องมาก ตอนนี้เราก็ต้องใช้การตลาดทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ แต่ต้องหาจุดสมดุลระหว่าง 2 อันนี้ ไม่สามารถใช้อันใดอันหนึ่งอย่างเดียวได้ ถ้าไม่ปรับตัวทำแบบเดิมก็อยู่ไม่ได้”

ไม่เฉพาะค่ายรถยนต์ และตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น การจัดงานอีเวนต์หลักอย่างมอเตอร์โชว์ หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป ผู้จัดงานก็นำแพลตฟอร์มเข้ามาช่วยอย่างมหกรรมยานยนต์ หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป ที่นายชลัชชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงานยอมรับว่า เดิมตรียมแพลตฟอร์มงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ในรูปแบบของออนไลน์ไว้ใช้ในอีก 5 ปีข้างหน้า แต่สถานการ์โควิดทำให้บริษัทตัดสินใจลงทุนและนำมาใช้เร็วขึ้นถึง 5 ปี

หมดยุค Mass Tourism

ส่วนภาคธุรกิจท่องเที่ยว โควิด-19 ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงบริบทใหม่ (new norm) ของการท่องเที่ยวมหาศาลเช่นกัน นักท่องเที่ยวจะเดินทางท่องเที่ยวแบบระมัดระวังที่มากขึ้น

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า นับจากนี้เป็นต้นไปเชื่อว่ารูปแบบของการท่องเที่ยวและพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนทั่วโลกจะไม่เหมือนเดิม หลัก ๆ ที่จะเห็นชัดคือ นักท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตความเป็นอยู่ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น นั่นหมายความว่า ต้นทุนของการบริการด้านการท่องเที่ยวและบริการต่าง ๆ อาจเพิ่มสูงขึ้น เพราะทุกบริการต้องมีมาตรฐานที่เป็นสากล ไม่ว่าสายการบิน โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ฯลฯ

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่จะลดลง ความเป็น mass tourism จะเริ่มหายไป การท่องเที่ยวเชิงปริมาณจะปรับเข้าสู่เชิงคุณภาพชัดเจนขึ้น ความนิยมในการเดินทางแบบกรุ๊ปเล็ก ๆ จะมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของ social distancing

ขณะเดียวกัน รูปแบบการท่องเที่ยวที่น่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทั่วโลกในอนาคต คือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ health and wellness tourism มีความเป็นไปได้สูงว่าหากการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศกลับมาอีกครั้ง นักท่องเที่ยวอาจต้องมีหนังสือเดินทางสำหรับสุขภาพโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า health passport เพื่อตรวจสอบสุขภาพก่อนการเดินทาง ภายใต้แนวคิด FTT หรือ fit to traveling

ผู้ว่าการ ททท.ย้ำว่า จุดได้เปรียบสำคัญของประเทศไทยจากวิกฤตรอบนี้ คือ มีความโดดเด่นเรื่องบริการด้านสาธารณสุข ทำให้เชื่อว่าท่องเที่ยวหลังโควิด-19 จะมีโอกาสสูงกว่าประเทศอื่น ๆ และพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ไม่ยาก และความโดดเด่นจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้การท่องเที่ยวของไทย

แบงก์ประคองลูกหนี้

ด้านการปรับตัวของสถาบันการเงิน “ปิติ ตัณฑเกษม” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) ชี้ว่า ธุรกิจธนาคารพาณิชย์เผชิญกับสิ่งที่เกิดขึ้นทางด้านดิจิทัล ต้องปรับตัวมาโดยตลอด แต่โควิด-19 มาเป็นตัวเร่งให้คนไทยเข้าสู่ดิจิทัลเร็วขึ้น ทำให้ลูกค้าเดินเข้าสาขาธนาคารลดลง หันมาใช้ดิจิทัลมากขึ้น

ภาพจากนี้ไป บทบาทธนาคารต้องชัดขึ้นว่าจะต้องประคองลูกค้า และแยกลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด รวมถึงการจับมือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และรัฐบาล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประคองลูกค้าให้หนีภัยครั้งนี้ได้อย่างเป็นระบบ คือ 1.กลุ่มที่ไปไม่รอด ต้องช่วยประคองให้เปลี่ยนถ่ายไปสู่ธุรกิจใหม่ได้ เพราะถ้ากลุ่มนี้ตกลงแรง จะกระทบการจ้างงาน คนตกงานจำนวนมาก หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) พุ่งขึ้นรวดเร็ว

2.กลุ่มที่พอไปได้ ต้องช่วยให้เดินไปได้ต่อไป จะเป็นกลุ่มช่วยพยุงระบบเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไป

3.กลุ่มสร้าง New S-curve เพื่อให้ธุรกิจที่ไปไม่รอด หรือไปไม่ไหวในธุรกิจเดิม และสามารถเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจใหม่ได้ จะเป็นกลไกขับเคลื่อนเพื่ออนาคต

“เรื่องดิจิทัลแบงก์ปรับกันมาตลอด คงไม่ได้มีประเด็นมาก แต่ปีหน้าบทบาทสำคัญคือ จะต้องมองให้ชัดและแยกลูกค้าให้ได้ว่ากลุ่มไหนรอด ไม่รอด แม้ไม่รอด แต่เราต้องจัดระเบียบให้เขาสามารถเปลี่ยนผ่านไปได้ เปรียบเหมือนไฟไหม้ตึก เราต้องจัดช่องทางหนีไฟให้เขา เพื่อไม่ให้เขาหาทางออกกันเองและเหยียบกันตาย เพราะถ้าเราจัดการช่องทางที่เป็นระเบียบ จะสะท้อนเรื่องการจ้างงานไม่ตกฮวบ และเอ็นพีแอลของแบงก์เองจะไม่พุ่งตามมาด้วย” ปิติกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19