วิกฤตแรงงานขาด 5 แสนคน “อุตฯ-เกษตร-บริการ” อ่วมซ้ำพิษโควิด

คน

วิกฤตขาดแรงงาน ถล่มซ้ำเอกชนไทยอ่วม “หอการค้า” ประเมินทั้งภาคอุตสาหกรรม-บริการ-เกษตรขาด 5 แสนคน แนะรัฐเร่งวางมาตรการรับมือระยะเร่งด่วน “ผ่อนปรน” มาตรการรักษาแรงงานในระบบ 2 ล้านคน พร้อมเสนอทางออกระยะยาว หนุนเอกชนกู้เสริมเครื่องจักรทดแทนแรงงานคน ด้านสภาผู้ส่งออก-สมาคมส่งออกไก่ ประสานเสียงหนุนรัฐนำเข้าแรงงานเอ็มโอยู ชี้หากไม่เร่งแก้กระทบส่งออกแน่

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ภาคการค้าบริการ และภาคเกษตรประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานประมาณ 5 แสนคน

ภายหลังจากที่แรงงานต่างด้าวส่วนหนึ่งที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุได้เดินทางกลับไปต่อใบอนุญาตที่ประเทศตน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2564 เฉลี่ยเดือนละ 90,000-100,000 คน และจากปัญหาโควิดระลอกใหม่ที่ทำให้แรงงานกลับประเทศไปอีกส่วนหนึ่งในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา

ซึ่งจนถึงขณะนี้แรงงานกลุ่มดังกล่าวยังไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว ทำให้ต้องปิดชายแดน

“วันนี้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน จากในเมียนมาเองก็ยังไม่เรียบร้อย การนำเข้าแรงงานตามระบบเอ็มโอยูก็ยังดำเนินการได้ยาก เพราะปัญหาการระบาดโควิดในกัมพูชา ลาว หรือเมียนมาทำให้ไม่มีคนงานตอนนี้รัฐบาลต้องเอาจริงกับปัญหาแรงงานเถื่อนที่ทะลักเข้ามา แต่ก็ต้องทำความเข้าใจกับภาคเกษตรและบริการด้วย ต้องตั้งหลักให้ดีในส่วนของผู้ประกอบการแรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะผู้ส่งออกจำเป็นต้องใช้แรงงานถูกกฎหมายไม่ใช้แรงงานเถื่อน เพราะมันจะกระทบต่อการส่งออกไปยังคู่ค้าไม่คุ้มค่า แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาขาดแคลนแรงงานนี้เป็นปัญหาใหญ่กระทบไทยในระยะยาว จำเป็นต้องวางมาตรการรองรับ”

นายพจน์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาแรงงาน ในระยะสั้นทางภาครัฐโดยกระทรวงแรงงานจะต้องผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ เช่น การยืดอายุใบอนุญาต หรือมาตรการอะไรก็ได้ เพื่อรักษาแรงงานต่างด้าวที่มีอยู่ในระบบ 2 ล้านคนให้คงอยู่ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ส่วนมาตรการระยะยาว รัฐบาลต้องจัดเตรียมกองทุนสำหรับให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถกู้ เพื่อนำไปลงทุนซื้อเครื่องจักรมาใช้ในการผลิตทดแทนแรงงาน ซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมและลดปัญหาการนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ หากกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพในการจัดตั้งกองทุนนี้ ก็อาจจะคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มที่มีเอกสารใบขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือ รง.4 เป็นต้น รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อกระตุ้นการจ้างงาน เช่น การจัดสรรงบฯเพื่อฟื้นฟูภาคธุรกิจท่องเที่ยว ให้นำเงินไปซ่อม สร้าง บำรุงรักษา เพื่อรอจังหวะที่การท่องเที่ยวจะฟื้นคืนกลับมา

ขณะที่นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อการส่งออกไทย กล่าวว่า ขณะนี้โรงงานไก่ยังขาดแคลนแรงงานอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการทั้งบางรายที่ตั้งโรงงานใหม่ รวมถึงกระทบกับการรับคำสั่งซื้อเพื่อส่งมอบในไตรมาส 2 ของปีนี้ แม้จะได้รับคำสั่งซื้อกลับมาแล้ว ทั้งจากญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และจีน

คาดว่าจะส่งออกได้ถึง 9.5 แสนตัน เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน ที่ส่งออกได้ 9.3 แสนตัน จากที่มีการฉีดวัคซีนทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว แต่โรงงานกลับต้องมาประสบปัญหาขาดแรงงาน จึงไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ซึ่งปัญหานี้ทางผู้ประกอบการโรงงานผลิตอาหารอื่นต่างก็ประสบปัญหาขาดเเคลนแรงงานเช่นกัน

“หากขาดแคลนแรงงานกังวลว่าการผลิตเพื่อการส่งออกจะไม่ถึงเป้าหมาย ทางสมาคมเตรียมเสนอให้ภาครัฐมีการผ่อนปรนเรื่องการนำเข้าแรงงานเอ็มโอยู ซึ่งต้องมีขั้นตอนปฏิบัติตามมาตรการรัฐ โดยมากักตัวตามเวลาที่กำหนด มีการตรวจหาเชื้อโควิด หากไม่มีก็สามารถมาทำงานได้ แต่อย่างที่ทราบการหาแรงงานข้ามจังหวัดยังไม่สามารถทำได้ ซึ่งควรผ่อนปรนหากไม่ใช่พื้นที่สีแดงด้วย”


ก่อนหน้านี้ นายสุภาพ สุวรรณพิมลกุล รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยรายงานตัวเลขแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปี 2562 มีจำนวนประมาณ 2.6-3 ล้านคน

แต่ปัจจุบันจากปัญหาที่เกิดขึ้นแรงงานในระบบลดลงเหลือ 2.14 ล้านคน (ตามตาราง) เนื่องจากกลับประเทศและไม่สามารถเข้ามาได้ ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมยังต้องการแรงงานไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนคน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องหามาตรการในการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในระบบให้ได้โดยเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มภาคการผลิตซึ่งเริ่มฟื้นตัว มีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“จะเห็นว่าแรงงานขาดประมาณ 8 แสนคน ซึ่งภาคเอกชนเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องผลักดันให้แรงงานเข้ามาในระบบให้มากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของการส่งออก เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ ขอให้รัฐบาลนำเข้าแรงงานโดยขยายเวลาให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว ในประเทศเข้ามาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมาเข้าระบบเพียง 1.6-2 แสนคน นอกจากนี้ต้องการให้เพิ่มรูปแบบการจ้างงานลักษณะพาร์ตไทม์ ระยะเวลาจ้างไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง เป็นต้น”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ