เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกสิงคโปร์ ชี้ เงินเดือนนักเมืองต้องสูง ถึงจะดึง ‘คนเก่ง’ มาทำงานได้
World นายกสิงคโปร์ ชี้ เงินเดือนนักเมืองต้องสูง ถึงจะดึง ‘คนเก่ง’ มาทำงานได้
ครม.ไฟเขียว MOU แรงงานไทย-ศรีลังกา ยันไม่แย่งอาชีพคนไทย
Politics ครม.ไฟเขียว MOU แรงงานไทย-ศรีลังกา ยันไม่แย่งอาชีพคนไทย
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท รูปพรรณบาทละ 69,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท รูปพรรณบาทละ 69,650 บาท
‘โฆษกรัฐบาล คนใหม่’ ลั่น เน้นข้อมูลจริง-รวดเร็ว ไม่โต้วาทีการเมือง
Politics ‘โฆษกรัฐบาล คนใหม่’ ลั่น เน้นข้อมูลจริง-รวดเร็ว ไม่โต้วาทีการเมือง
วราวุธ​ เปิดสเปค ‘ปลัดอุตฯ คนใหม่’ ​เป็นลูกหม้อ-ทำงานไร้รอยต่อ ชี้วางตัวอยู่ยาวดีกว่า​
Politics วราวุธ​ เปิดสเปค ‘ปลัดอุตฯ คนใหม่’ ​เป็นลูกหม้อ-ทำงานไร้รอยต่อ ชี้วางตัวอยู่ยาวดีกว่า​
‘วรวงศ์’ ห่วง ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม จี้ ‘ศุภจี’ ตอบให้ชัด ปิดดีลหรือยัง
Politics ‘วรวงศ์’ ห่วง ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม จี้ ‘ศุภจี’ ตอบให้ชัด ปิดดีลหรือยัง
TSUTAYA คืนสังเวียน ปักธงร้านหนังสือ One Bangkok ต.ค.นี้
Business TSUTAYA คืนสังเวียน ปักธงร้านหนังสือ One Bangkok ต.ค.นี้
ครม.ไฟเขียวโยก 9 บิ๊กพาณิชย์ “วราวุฒิ” คุมส่งออก “วัฒนศักย์” นั่งอธิบดีการค้าภายใน
Economic ครม.ไฟเขียวโยก 9 บิ๊กพาณิชย์ “วราวุฒิ” คุมส่งออก “วัฒนศักย์” นั่งอธิบดีการค้าภายใน
ครม.เด้ง ‘ณัฐพล รังสิตพล’ ปลัดอุตฯ เข้ากรุนั่งที่ปรึกษานายกฯ
Politics ครม.เด้ง ‘ณัฐพล รังสิตพล’ ปลัดอุตฯ เข้ากรุนั่งที่ปรึกษานายกฯ
เลขา EEC เผย เอกชน แย้มขยายเดินรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อ แม้หมดสัญญา 30 ก.ย.นี้
Politics เลขา EEC เผย เอกชน แย้มขยายเดินรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อ แม้หมดสัญญา 30 ก.ย.นี้
ดูทั้งหมด

เรียนแพทย์-สาธารณสุขไม่ตกงาน ไทยอันดับ 3 ของโลกได้รับการยอมรับ

10 พ.ย. 2565 | 18:18น.
ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร

เรียนแพทย์-สาธารณสุข จบไปไม่ตกงานแน่นอน แต่เทรนด์เปลี่ยน หมออุดม เผยไทยอันดับ 3 ของโลก ได้รับการยอมรับ ผู้คนจากประเทศอื่นเดินทางมารักษามากที่สุด คาดปี 2573 ธุรกิจสุขภาพทั่วโลกโต 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข กล่าวปฐกถาพิเศษในหัวข้อ “The New Boundary of Life is Wellnees” ในงาน “The Next Chapter : PIM College of Health & Wellness” จัดโดยสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า แนวโน้มด้านสุขภาพของโลกในอนาคตมีอยู่ 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ 1.โรคติดต่อ โรคระบาด โรคระบาดใหม่ 2.โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือเรียกว่า NCDs ซึ่งกำลังพบมากขึ้นเรื่อย ๆ 3.สังคมผู้สูงวัย 

“ไม่ว่าแนวโน้มสุขภาพจะเป็นอย่างไร แต่ทุกโรคล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น และจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันค่าใช้จ่ายของประเทศไทยด้านสุขภาพอยู่ที่ปีละ 9 แสนล้านบาท หากเราจะช่วยกันลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ลงไปก็คือต้องไม่เจ็บป่วย ซึ่งเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คือขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพตนเองให้มากขึ้น เพราะถ้าป่วยแล้วนอกจากค่าใช้จ่ายจะมหาศาล ยังทำให้สุขภาพย่ำแย่ สมรรถภาพในการทำงานก็จะลดลง”

ทุก 5 ปีมีผู้ป่วยใหม่ NCDs เพิ่มหลายล้านคน

นายแพทย์อุดมกล่าวต่อว่า ใน 3 แนวโน้มของโรคปัจจุบัน อย่างโรคระบาด ปัญหาคือไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ ไม่มีใครตอบได้ อีกทั้งยังไม่มียารักษาจริง ๆ ส่วน NCDs ซึ่งประกอบไปด้วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขที่มีการสำรวจทุก 5 ปี เมื่อเปรียบเทียบปี 2557 กับปี 2552 พบว่ามีผู้ป่วยใหม่โรคเบาหวานและโรคอ้วนประมาณ 1.5 ล้านคน และผู้ป่วยใหม่โรคความดันโลหิตสูงประมาณ 2 ล้านคน ไม่นับที่มีอยู่เดิมราว 5-10 ล้านคน ทั้ง 3 โรคจัดอยู่ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเป็นแนวโน้มใหญ่ที่สำคัญของปัญหาสุขภาพของประเทศไทยหรือโรคในอีกหลายอวัยวะ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไต เป็นต้น 

“ส่วนประเด็นสังคมผู้สูงอายุนั้น ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึง 20% และประมาณอีก 10-15 ปีจะเพิ่มเป็น 25% หมายถึงว่าถ้าเดินข้างถนน 4 คนจะมีผู้สูงอายุ 1 คน ซึ่งประเด็นสำคัญคือผู้สูงอายุจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่าคนหนุ่มสาว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจ็บป่วยก็ตาม แต่ถ้าเจ็บป่วยค่าใช้จ่ายก็จะมากกว่าคนหนุ่มสาวถึง 5-10 เท่า และตอนนี้เด็กเกิดน้อยลง มีวัยแรงงานน้อยลง ถ้าผู้สูงอายุมากเกิน 25% สหพัฒน์ประเมินไว้ว่า ค่าใช้จ่ายของคนทั้งประเทศจะเป็นค่าใช้จ่ายให้คนสูงวัยหมดเลย ดังนั้นทุกคนก็จะต้องเป็นคนสูงวัยที่มีสุขภาพดี”

รีดีไซน์อุตสาหกรรม

ทั้งนี้ จากแนวโน้มของโลก เป็นโจทย์ที่อุตสาหกรรม health care โรงเรียนแพทย์ต้องไปรีดีไซน์สิ่งที่ทำอยู่ คือทำอย่างไรให้อนาคต คนเจ็บป่วยน้อยลง เอาดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ ทำให้มีความสะดวกสบายมากขึ้น ฉะนั้นระบบสุขภาพต่อจากนี้จะเน้นเรื่องของ Health Wellness and Well Being ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวเองเป็นโรค ทุกคนต้องเน้นสุขภาพดี

อีกทั้งระบบการรักษาจากนี้ฐานการรักษาจะไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาล แต่จะอยู่ที่บ้านหรือที่อื่น ๆ เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น อนาคตเราจะสามารถคาดการณ์โรคในอีก 10-15 ปีได้ เพื่อให้รู้แนวโน้ม และวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง และมีการรักษาแบบรายบุคคล เพราะถึงแม้ผู้คนจะป่วยเป็นโรคเดียวกัน แต่การดำเนินของโรคในแต่ละบุคคลนั้นจะแตกต่างกัน

Advertisement

ธุรกิจสุขภาพโต 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

หลังวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจ Health & Wellbeing ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ด้วยกำลังซื้อที่สูงจากการหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นของประชากรทั่วโลก ทำให้ธุรกิจนี้มีโอกาสเติบโตด้วยมูลค่ามากกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ในปี พ.ศ. 2573) และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นร้อยละ 5-10 ในแต่ละปี

ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

หนึ่งในเทรนด์สุขภาพที่ถูกพูดถึงมากในปัจจุบันคือ Self-care หรือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ผู้คนหลีกเลี่ยงการเข้าโรงพยาบาลกันมากขึ้นเพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และการพบแพทย์เพื่อการรักษาโรคจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น ไม่ตอบโจทย์สำหรับการลงทุนดูแลสุขภาพในระยะยาว รวมไปถึงหลาย ๆ คนต้องทำงานที่บ้าน พออยู่บ้านนาน ๆ ก็รู้สึกกดดัน กังวล จึงเสาะหาการดูแลสุขภาพที่เริ่มทำได้ด้วยตนเอง 

บริการความงามได้รับความนิยมสูง

ผู้บริโภคยังคงให้ความสนใจกับการดูแลรูปลักษณ์ของตนเอง และต้องการ express ความเป็นตัวเองออกมา บริการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาได้แก่กระบวนการเสริมความงามโดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น microneedling, lasers, and oxygen jets

ในปี 2573 คาดว่าจะเกิดบริการด้านความงาม ด้านชะลอวัยที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ผู้บริโภคสามารถเลือกเสริมรูปลักษณ์ด้านใดก็ได้ตามที่พอใจ และเข้าถึงสถานที่ให้บริการเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคลินิกแพทย์ ผิวหนัง สปา หรือชะลอวัย 

ไทยอันดับ 3 ของโลก

นายแพทย์อุดมกล่าวอีกว่า สถานการณ์อุตสาหกรรม Wellness (Global Wellness Institute) บริการดูแลสุขภาพจากภายในและภายนอก ในปี 2568 คาดเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพทั้งโลกจะมีมูลค่า 7 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 230 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2563 เศรษฐกิจเพื่อสุขภาพทั้งโลกมีมูลค่า 4.4 ล้านล้านดอลลาร์หรือ 145 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่าจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4.36 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 14 ล้านบาท ธุรกิจสปา 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 2.2 ล้านล้านบาท คาดตั้งแต่ปี 2563-2568 ธุรกิจสปาจะมีการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่อัตรา 17.2% และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จะเติบโตเฉลี่ยที่อัตรา 20.9% 

“ตอนนี้ประเทศไทยกำลังโปรโมตตนเองเป็นประเทศจุดมุ่งหมายเรื่องสุขภาพ รัฐบาลกำลังผลักดันเรื่องสปา แพทย์แผนไทยต่าง ๆ หากดูข้อมูลจากปี ค.ศ. 2019 มีผู้คนทั่วโลกที่เดินทางไปรักษาประเทศอื่นราว 5.5 ล้านคน ประเทศที่มีคนไปมากที่สุดอันดับ 1 คือ อเมริกา 9% 2.เกาหลีใต้ 7% 3.ประเทศไทย 6%

จะเห็นว่าประเทศไทยคืออันดับ 3 ของโลก คนทั้งโลกมารักษาที่บ้านเราเป็นอันดับที่ 3 นี่คือความน่าเชื่อถือ เราได้รับการยอมรับด้านการแพทย์สาธารณสุขมากขึ้น อย่าง 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยเรามุ่งเน้น สิ่งที่จะแข่งกับคนทั้งโลกได้ผมมองว่าคืออุตสาหกรรมการแพทย์ เพราะอุตสาหกรรมอื่น ๆ เราก็ทำเพื่อให้เท่าทันคนอื่น

ผมเชื่อมั่นว่าการแพทย์เราทำได้แข่งขันได้ ซึ่งสิ่งที่เราวางเป้าเอาไว้ ปี ค.ศ. 2030 เราจะเน้นเรื่องสังคมสูงวัย ทำอย่างไรให้คนสุขภาพดีก่อนเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัย และจะมีการรักษาด้วยระบบดิจิทัล มีเรื่องของสเต็มเซลล์เข้ามาช่วยรักษาได้หลายสิบโรค จะมีหลายอย่างเข้ามาในวงการแพทย์ สาธารณสุข 

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า เมื่อแนวโน้มเป็นเช่นนี้ ผมคิดว่าอาชีพแพทย์ สาธารณสุข สุขภาพ ยังไงก็เป็นอาชีพดาวรุ่ง คนที่เข้าเรียนทางด้านนี้ จบไปไม่ตกงานแน่นอน แต่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบ การเรียนการสอน ปรับการให้บริการให้สะดวกสบายและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น”

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การแพทย์ สุขภาพ