เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

คันทรี่ กรุ๊ป ผนึก St Paul’s Girls’ School เตรียมเปิดรร.อินเตอร์ในโครงการมิกซ์ยูส

16 ต.ค. 2568 | 16:42น.

คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จับมือเอสพีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมเปิด “โรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพฯ” ในปี 69 ตั้งอยู่ภายในโครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 14,400 ล้านบาทของ CGD ด้วยระบบการศึกษามาตรฐานโลกจาก St Paul’s Girls’ School ลอนดอน

บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGD ประกาศความร่วมมือกับเอสพีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติ เอสพีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพฯ ซึ่งวางแผนเปิดทำการสอนในเดือนสิงหาคม 2569 โดยนำระบบการศึกษาระดับโลกจาก St Paul’s Girls’ School ในกรุงลอนดอนมาปรับใช้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาของไทยให้ก้าวสู่เวทีสากล

โรงเรียนแห่งนี้จะเปิดรับนักเรียนทั้งชายและหญิงอายุระหว่าง 3-18 ปี โดยในปีแรกจะเปิดรับตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ส่วนระดับมัธยมศึกษาจะเริ่มรับสมัครตั้งแต่ปีการศึกษา 2570/2571 เป็นต้นไป หลักสูตรการเรียนการสอนจะเน้นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความคิดริเริ่มของนักเรียน ซึ่งเป็นจุดเด่นของ St Paul’s Girls’ School ที่มีประวัติความเป็นเลิศมายาวนานกว่า 120 ปี

เบน เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ CGD ในการสร้างสรรค์พัฒนาโครงการซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศไทย โดยเชื่อว่าโรงเรียนนานาชาติ SPGS International School Bangkok จะเป็นส่วนเสริมที่มาพลิกโฉมแวดวงการศึกษาของไทย พร้อมกับเสริมสร้างศักยภาพให้นักเรียนของเราก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในอนาคต

St Paul’s Girls’ School
St Paul’s Girls’ School

ด้าน ซาร่า เบรเซนเดล กรรมการผู้จัดการ SPGS International กล่าวว่า St Paul’s Girls’ School รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับคันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ในการนำปรัชญาการศึกษาที่ผสมผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์และกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่หลากหลายให้กับเด็กไทย โดยเชื่อมั่นว่าโรงเรียนแห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการศึกษาและสถานที่เรียนรู้ที่สนุกสนานสำหรับนักเรียนทุกคน

จุดแข็งของโรงเรียนอยู่ที่การนำระบบการศึกษาแบบ St Paul’s Girls’ School มาใช้อย่างแท้จริง ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างวิชาการแบบดั้งเดิมกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างสร้างสรรค์ โรงเรียนมีหลักสูตรเฉพาะที่ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก

พร้อมโปรแกรมกิจกรรมเสริมหลักสูตรมากกว่า 200 รายการต่อสัปดาห์ ครอบคลุมทั้งด้านวิชาการ กีฬา และศิลปะ เพื่อให้นักเรียนได้แสดงความเป็นผู้นำและเลือกเรียนในสิ่งที่สนใจ นอกจากนี้ยังมีระบบดูแลนักเรียนผ่านกลุ่มติวเตอร์ขนาดเล็ก การให้คำปรึกษาแบบเพื่อนช่วยเพื่อน และศูนย์ดูแลสุขภาพ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ควบคู่ไปกับความสำเร็จทางการเรียน

อาคารโรงเรียนได้รับการออกแบบโดยทีมงานจากลอนดอนโดยตรง ประกอบด้วยกลุ่มอาคารที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับแต่ละช่วงชั้น ตั้งแต่อนุบาล ประถม และมัธยม เพื่อรองรับนักเรียนกว่า 1,800 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหอประชุม 600 ที่นั่ง โรงละคร สตูดิโออัดเสียงมาตรฐานมืออาชีพ สระว่ายน้ำ 2 สระ ศูนย์กีฬาและฟิตเนส สนามเทนนิสบนดาดฟ้า และสนามฟุตบอล

สภาพแวดล้อมเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกพื้นที่ ไม่จำกัดแค่ในห้องเรียน และปลูกฝังให้นักเรียนรักการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

St Paul’s Girls’ School
St Paul’s Girls’ School

แม้โรงเรียนจะไม่ได้เน้นผลการเรียนเป็นเป้าหมายหลัก แต่สภาพแวดล้อมและระบบการสอนที่ดีทำให้นักเรียนส่วนใหญ่มีผลงานโดดเด่น เห็นได้จากศิษย์เก่าของ St Paul’s Girls’ School จำนวนมากได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Oxford Cambridge และ Stanford อย่างต่อเนื่อง

มาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีม SPGS International ในลอนดอน ซึ่งคอยให้คำปรึกษาและกำกับดูแลเพื่อรักษามาตรฐานทั้งในและนอกห้องเรียน โดย Head of School คนแรกของโรงเรียนเป็นผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ St Paul’s Girls’ School ในลอนดอนมาเป็นเวลา 11 ปี

โรงเรียนตั้งอยู่บนถนนพระราม 3 ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยและศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ภายในโครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 14,400 ล้านบาทของ CGD ที่ผสมผสานแคมปัสการศึกษาเข้ากับที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี เพื่อสร้างชุมชนคุณภาพสำหรับครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและคุณภาพชีวิต

นอกจากบทบาทเป็นสถานศึกษาแล้ว โรงเรียนยังคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษาในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การลงทุนครั้งนี้จะช่วยดึงดูดบุคลากรและนักเรียนที่มีคุณภาพเข้ามาในประเทศ เพื่อสร้างชุมชนที่มีความหลากหลายและเปิดกว้าง โดยนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากที่นี่จะมีความพร้อมรอบด้านที่จะประสบความสำเร็จในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและภูมิภาคต่อไป​​​