Skip to content

เปิดเทอม เด็กติดโควิดไปเรียนได้หรือไม่ เช็กรายละเอียดที่นี่

10 พ.ค. 2565 | 12:18น.
เปิดเทอม เด็กติดโควิดไปเรียนได้หรือไม่ เช็กรายละเอียดที่นี่

เปิดเทอมออนไซต์ เด็กติดโควิด-เสี่ยงสูง ไปเรียนได้หรือไม่ กระทรวงศึกษาธิการ-กระทรวงสาธารณสุข แจงรายละเอียดแล้ว

วันที่ 10 พฤษภาคม 2565 ที่โรงเรียนพญาไท กรุงเทพฯ ในการแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2565 ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้สถานศึกษาทุกแห่งมีความพร้อมเปิดเรียนเกือบ 100% แล้ว จากการประเมินผ่านระบบ thai stop covid ซึ่งเป็นการประเมิน 44 ข้อในแง่การตรวจสอบตนเอง และการเตรียมการด้านกายภาพ จัดสถานที่ จัดห้องเรียน

ส่วนการฉีดวัคซีนครู บุคลากร เมื่อปลายเดือนเมษายนมีลงทะเบียนกว่า 6.8 แสนคน พบว่ากว่า 97% ได้รับการฉีดวัคซีนมากกว่า 3 เข็มขึ้นไปแล้ว แต่ทั้งนี้เมื่อต้นสัปดาห์ของเดือนพฤษภาคม เราเพิ่งมีการบรรจุครูใหม่จำนวนราวหมื่นคน อาจจะต้องเช็กเพิ่มเติม แต่คาดว่าส่วนใหญ่น่าจะฉีด 2 เข็มหมดแล้ว ส่วนการฉีดวัคซีนให้กับเด็กอายุ 12-18 ปี พบว่ากว่า 90% ฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม แต่เด็ก 5-12 ปี ยังฉีดได้แค่ 50% หรือประมาณ 2.5 ล้านคน จาก 5 ล้านคน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เราต้องเร่งดำเนินการต่อนับตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงเดือนมิถุนายน

ติดเชื้อในห้องเรียน ทำความสะอาด 2 ชั่วโมง

ดร.สุภัทร กล่าวต่อว่า สำหรับหลักเกณฑ์เปิดเทอม พื้นฐานเป็นเรื่องการประเมินทั่วไป การสวมหน้ากาก ล้างมือ เมื่อพบเด็กติดเชื้อในห้องเรียนก็ต้องรีบทำความสะอาดฆ่าเชื้อใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง หรืออาจจะครึ่งวัน แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่กังวลจากการเปิดเรียนคือการจัดกิจกรรมกลุ่ม อยากให้มีการเว้นระยะห่าง ส่วนห้องเรียนที่มีเครื่องปรับอากาศ อยากให้มีการปิด และเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศทุกเช้าบ่าย

แนวทางป้องกัน 3 ระดับ

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ภาพรวมการแพร่ระบาดขณะนี้พบว่าแนวโน้มการติดเชื้อลดลงเป็นลำดับ ในเดือนพฤษภาคมถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ก่อนที่เราจะประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น ถ้าเราเปิดเรียนไม่ได้แบบออนไซต์เราคงประกาศเป็นโรคประจำถิ่นไม่ได้ เราต้องเปิดโรงเรียนก่อนที่จะเปิดผับบาร์ คาราโอเกะแน่นอน

ในส่วนของมาตรการสาธารณสุข มีการป้องกัน 3 ชั้น หรือ 3 ระดับ โดยระดับแรกคือการฉีดวัคซีน ตอนนี้บุคลากรทางการศึกษาได้รับการฉีดวัคซีนสูงมากเกือบ 100%

ส่วนเด็กมัธยมเข็ม 2 ฉีดไปแล้วเกือบ 100% ตอนนี้อยู่ในช่วงทยอยฉีดเข็ม 3 ล่าสุด สธ.พยายามเพิ่มทางเลือกให้ผู้ปกครองสามารถเลือกฉีดวัคซีนแบบครึ่งโดสได้ ซึ่งประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน และผลข้างเคียงจะลดน้อยกว่า สำหรับเด็กประถมมีวัคซีนเฉพาะที่เรียกว่าวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีส้มมีการฉีดไปแล้ว 2 ล้านกว่าคน ไม่พบความผิดปกติ ถือว่าปลอดภัยสูงมาก ผลข้างเคียงมีเพียงเล็กน้อย

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางสธ.ก็พยายามหาวัคซีนที่ผู้ปกครองอยากให้ฉีดเด็ก เช่น วัคซีนเชื้อตาย ไม่ว่าจะเป็นซิโนแวค ซึ่งขณะนี้มีการศึกษาแล้วสามารถฉีดวัคซีนเชื้อตายได้ ตรวจภูมิคุ้มกันพบว่าสูงพอ ๆ กับไฟเซอร์ 2 เข็ม สามารถเป็นทางเลือกแก่ผู้ปกครอง ตอนนี้มีผู้ปกครองราว 2 แสนรายที่ขอฉีดวัคซีนสูตรนี้ ทาง สธ. ก็จะส่งวัคซีนไปทุกจังหวัด”

ระดับที่สอง การคัดกรอง คือการคัดกรองตามอาการ เด็กนักเรียนที่มีอาการทางเดินหายใจ ถ้าเป็นไปได้อยากให้อยู่บ้าน ยกเว้นมีกิจกรรมสำคัญ เช่น การสอบ ที่ผ่านมาเราก็จัดให้เด็กที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการมาสอบได้ ส่วนการตรวจ ATK อาจไม่จำเป็นในช่วงนี้ ต้องตรวจเฉพาะเด็กมีอาการ เสี่ยงสูง เพื่อคัดกรองเบื้องต้นส่งไปรักษาต่อไป

ระดับที่สาม ถ้ามีอาการป่วย อยากให้เชื่อมั่นว่าทาง สธ.มีนโยบาย 3 พอ คือ มีหมอพอ เตียงพอ และยาเวชภัณฑ์พอสำหรับเด็กนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน

“เน้นย้ำว่าเรามีความพร้อมสำหรับการเปิดเรียนทุกระดับ ที่ผ่านมาโรงเรียนหลายแห่งไม่สามารถเปิดออนไซต์ได้ ไม่ใช่ความไม่พร้อมของ ศธ.แต่เป็นความห่วงใยของผู้ปกครอง จึงอยากเน้นย้ำถึงผู้ปกครองว่า ปีที่ 3 กับโควิด-19 เราเรียนรู้กับมันมามาก แม้จะเป็นโรคที่รุนแรง แต่ไม่ได้น่ากลัวจนเราไม่สามารถดำเนินชีวิตเป็นปกติได้ ถึงแม้มีเด็กติดเชื้อ ส่วนใหญ่ติดมาจากบ้านก่อน ทั้งนี้การติดในโรงเรียนถือว่าเป็นส่วนน้อยมาก ๆ”

เด็กติดโควิดไปเรียนได้หรือไม่ ?

นพ.โอภาส กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเด็กที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงสามารถมาเรียนได้ เพราะเขายังไม่ติดเชื้อ และยังไม่มีอาการ เพียงแต่ต้องเฝ้าดูเป็นระยะๆ หรือโรงเรียนจะใช้มาตรการ 5+5 วัน คือ 5 วันแรกไม่ควรพบผู้คน อีก 5 วันถัดมาเว้นระยะห่าง

ส่วนเด็กติดเชื้อถ้ามีอาการคงไม่สามารถออกมาได้ จะต้องรักษาในโรงพยาบาล ถ้าไม่มีอาการเราจะให้กักตัว 7+3 วัน คือ 7 วันกักตัว อีก 3 วันสังเกตอาการ แต่กรณีที่จำเป็นต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะสอบ หรือเลือกตั้งสามารถออกมาทำกิจกรรมได้ แต่มีข้อแม้ต้องเว้นระยะ และป้องกันตัวเองสูง หรือถ้ามีความจำเป็นต้องเรียนก็ให้จัดสถานที่เรียนเฉพาะได้ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการแต่ละโรงเรียน

นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า กรณีเด็กเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแต่ไม่มีอาการ และได้รับวัคซีนครบตามคำแนะนำปัจจุบัน ประเมินแล้วไม่มีความเสี่ยงให้เข้ามาเรียนได้ แต่ต้องยกมาตรการส่วนบุคคลให้สูงสุด

ส่วนผู้ที่ติดเชื้อถ้าไม่มีอาการ ในส่วนของโรงเรียนประจำจะมีพื้นที่ school isolation ครูก็จัดสอนแบบ school isolation ได้ อาจจะเป็นไฮบริด หรือออนแฮนด์ ออนไลน์ ก็ไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไหร่ แต่กรณีโรงเรียนไปกลับ ก็ต้องฟังตามคำแนะนำสาธารณสุขจังหวัด คิดว่าอาจจะเป็น Home isolation เหมาะสมที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดเทอม