SCG-CPF วืดขอ BOI หุ่นยนต์ ยื่นซ้ำผิดประเภท-แนะดูกิจการอื่นแทน-
ขอรับส่งเสริมลงทุนหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติของเครือข่ายศูนย์หุ่นยนต์ CoRE ไม่คืบหน้า หลัง BOI พบ SCG-CPF ยื่นคำขอประเภทกิจการที่ยกออกจากบัญชีส่งเสริมการลงทุนไปแล้วหรือขอรับส่งเสริมซ้ำ พร้อมแนะนำให้กลับไปทำมาใหม่
น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจากนักลงทุนจำนวน 8 รายได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (demandside) ไปเมื่อปี 2560 และมีการทยอยยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามาว่า BOI พิจารณาคำขอแล้วพบมีคำขอจากบางบริษัทไม่สามารถขอรับส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติได้ เนื่องจากผิดเงื่อนไขการส่งเสริมภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ แต่ได้ให้ความเห็นไปให้แต่ละบริษัทกลับไปดำเนินการปรับปรุงคำขอเพื่อยื่นเสนอเข้ามายัง BOI ใหม่
โดยคำขอที่ผิดเงื่อนไขตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อาทิ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ที่เป็นกลุ่มธุรกิจปูนซีเมนต์นั้นทาง BOI ได้นำธุรกิจปูนซีเมนต์ออกจากประเภทกิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว แต่หาก SCG ต้องการขอรับส่งเสริมการลงทุนในกิจการหุ่นยนต์จะต้องยื่นคำขอภายใต้มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ในส่วนของประเภทกิจการศูนย์กระจายสินค้าที่ดำเนินการโดยบริษัทในเครือมายื่นขอส่งเสริมลงทุนด้านหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติในคลังสินค้าได้
ด้านคำขอของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ก็ไม่เข้าเงื่อนไขขอรับการส่งเสริมในมาตรการนี้เช่นกัน เนื่องจากเคยยื่นขอตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพทางด้านประหยัดพลังงานไปก่อนหน้านี้แล้ว “CPF จึงไม่สามารถขอใช้มาตรการส่งเสริมซ้ำได้อีก” เพราะมาตรการส่งเสริมการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตจะขอรับส่งเสริมใน 3 เรื่อง คือ 1) การลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2) การลงทุนเพื่อประหยัดพลังงานด้วยการใช้พลังงานทดแทนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3) การลงทุนการวิจัยพัฒนาและการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
ส่วนบริษัทอื่นที่เหลืออย่างบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ก็เข้าข่ายเป็นกิจการค้าปลีกที่ BOI ไม่ให้การส่งเสริมประเภทกิจการนี้แล้ว สำหรับคำขอของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)-บริษัทดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)-บริษัท สุพรีม โพรดักส์-บริษัท เควี อีเลคทรอนิคส์ และบริษัท ยาวาต้า(ประเทศไทย) นั้น “กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่”
ทั้งนี้ 8 บริษัทอยู่ในเครือข่าย Center of Robotic Excellence (CoRE) หน่วยงานหลักในการพัฒนาบุคลากรและยกระดับแรงงานให้มีทักษะสูงขึ้น ช่วยยกระดับเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการผลิตในภาคอุตสาหกรรมจากการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และทั้ง 8 รายยังเป็นกลุ่มผู้ใช้ (demand side) พร้อมที่จะลงทุนในมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติประกอบด้วย
1) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) 2) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF 3) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4) บริษัทดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA 5) บริษัท
โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ 6) บริษัท สุพรีม โพรดักส์ 7) บริษัท เควี อีเลคทรอนิคส์ และ 8) บริษัท ยาวาต้า (ประเทศไทย)
มาตรการพัฒนาหุ่นยนต์/ระบบอัตโนมัติ
ครม.ได้มีมติเห็นชอบมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ 1) กลุ่มผู้ผลิตหุ่นยนต์/ระบบอัตโนมัติ มีเงื่อนไขส่งเสริม คือ บริการออกแบบทางวิศวกรรม “ยกเว้น” ภาษีเงินได้ 8 ปีไม่จำกัดวงเงิน การผลิตเครื่องจักร/อุปกรณ์อัตโนมัติที่มีการออกแบบทางวิศวกรรม (มีขั้นตอนพัฒนา automation system integration+ระบบควบคุมสมองกลอัตโนมัติ) “ยกเว้น” ภาษีเงินได้ 8 ปีไม่จำกัดวงเงิน แต่ถ้ากรณีไม่มีระบบ automation system integrationได้รับ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้ 8 ปี และประเภทประกอบหุ่นยนต์หรืออุปกรณ์/ชิ้นส่วนได้รับ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้ 5 ปี
2) กลุ่มผู้ใช้หุ่นยนต์/ระบบอัตโนมัติ แบ่งเป็นกลุ่มที่ 1 (กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้) เพื่อปรับปรุงในสายการผลิต/บริการเดิมกรณีใช้ระบบ automation ได้รับ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้ 3 ปี วงเงินไม่เกิน 50% ของเงินลงทุนในระบบอัตโนมัติ กับกลุ่มที่ไม่ใช้ระบบ automation ได้รับ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้ 3 ปี วงเงินยกเว้นไม่เกิน 50% ของเงินลงทุนในเครื่องจักร และหากเป็นโครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนอยู่เดิมแล้ว สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ(ยกเว้น/ลดหย่อนภาษี) ต้องสิ้นสุดลงไปแล้วเสียก่อนจึงมาขอรับส่งเสริมในกลุ่มนี้ได้
กลุ่มที่ 2 (กิจการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้) มีการลงทุนใหม่หรือปรับปรุงในสายการผลิต/บริการ จะต้องลงทุนระบบ automation เท่านั้น จึงได้รับ “ยกเว้น” ภาษีเงินได้ 3 ปี วงเงินยกเว้นไม่เกิน 50% ของเงินลงทุนในระบบอัตโนมัติ โดยกิจการที่ไม่สามารถขอรับส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการนี้ (กลุ่มที่ 2) ได้แก่ กิจการรถยนต์/จักรยานยนต์/รถไฟฟ้า, พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ, สนง.ใหญ่ข้ามประเทศ (IHQ)-บริษัทการค้าระหว่างประเทศ (ITC), กิจการสนับสนุนการค้า/ลงทุน (TISO) และโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในกรณีนำเครื่องจักรมาใช้ปรับปรุง
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือสแกน QR Code
