ธนารักษ์พร้อมประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ 1 ม.ค. 66 เฉลี่ยมูลค่าพุ่ง 8%

กรมธนารักษ์

กรมธนารักษ์ เดินหน้าขึ้นราคาประเมินที่ดินรอบใหม่ เริ่ม 1 ม.ค. 66 เฉลี่ยมูลค่าพุ่ง 7-8% ด้านคนเสียภาษีที่ดินต้องจ่ายเพิ่มตามราคาประเมิน อาจโดนกระทบผล โยนท้องถิ่นตัดสินใจออกมาตรการดูแล ชี้มีอำนาจทบทวนขึ้นราคาประเมินเองได้

วันที่ 28 กันยายน 2565 นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมยืนยันว่าจะมีการประกาศใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรอบใหม่ของปี 66-69 เริ่มวันที่ 1 ม.ค. 66 เพราะประเมินว่าขณะนี้อยู่ในช่วงสถานการณ์ที่เหมาะสมดีแล้ว โดยเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ อีกทั้งสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดก็คลี่คลาย มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเปิดประเทศเต็มรูปแบบ จึงไม่จำเป็นต้องเลื่อนออกไปอีก โดยภาพรวมราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ที่จะเริ่มใช้ปีหน้าจะมีมูลค่าปรับขึ้นเฉลี่ย 7-8% ราคาประเมินสูงสุดยังเป็นพื้นที่ทำเลใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

“ปกติบัญชีราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรอบใหม่ จะมีการประกาศทบทวนใหม่ทุก ๆ 4 ปี แต่ราคาประเมินที่ใช้ในปีหน้า จะเป็นราคาที่ประเมินไว้ตั้งแต่ 2 ปีก่อน เพราะปีที่แล้วมีการเลื่อนใช้จากโควิด จึงไม่ได้มีการทบทวนใหม่ อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้หากพื้นที่มีการพัฒนาไปมาก และราคาประเมินที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสม คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินประจำจังหวัด ก็มีอำนาจพิจารณาทบทวน หรือปรับเพิ่มราคาประเมินเป็นรายแปลงได้เอง โดยอิงจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เช่น หากมีสะพาน หรือถนนใหม่ตัดผ่าน รวมถึงมีการลงทุนโครงการรถไฟฟ้า ทางด่วนขึ้นมา แต่ละจังหวัดก็มีอำนาจปรับราคาประเมินใหม่ได้ตลอดเวลา”

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหากมีการปรับใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่ในปีหน้า อาจจะส่งผลให้ประชาชนที่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะการเก็บภาษีที่ดินจะใช้ราคาประเมินที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างของกรมธนารักษ์มาเป็นฐานประเมินในการคำนวณภาษี ส่วนจะมีมาตรการบรรเทาภาระผู้เสียหรือไม่ ก็เป็นอำนาจของท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันกรมธนารักษ์มีการประเมินราคาที่ดินแบ่งทั้งหมดเป็น 33 ล้านแปลง โดยภาพรวมทั่วประเทศปรับขึ้นเฉลี่ย 8.9% โดยพื้นที่กรุงเทพฯ ปรับขึ้นประมาณ 3% และต่างจังหวัดประมาณ 8% ส่วนใหญ่การเปลี่ยนแปลงอยู่ทำเลแนวรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง ถนนตัดใหม่ และพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) สำหรับราคาประเมินที่ดินสูงสุด ยังอยู่ในกรุงเทพฯ 1 ล้านบาทต่อตารางวา อยู่บริเวณถนนสีลม เพลินจิต วิทยุ พระรามที่ 1 รองลงมาถนนสุขุมวิท 750,000 บาท ถนนรัชดาภิเษก 450,000 บาท ถนนเพชรบุรี 300,000 บาท ถนนพหลโยธิน 250,000 บาท

ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีราคาสูงสุดอยู่ใน 3 จังหวัดพื้นที่อีอีซี ได้แก่ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง มีราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20-30% โดยราคาที่ขึ้นสูงสุดอยู่บริเวณใกล้เคียงสถานีรถไฟความเร็วสูง เช่น จ.ชลบุรี ปรับขึ้น 42.83% ราคาสูงสุดอยู่ถนนเลียบหาดพัทยา อ.บางละมุง 220,000 บาท

“หลังมีการประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่แล้ว หากต่อไปพบว่าราคาตลาดมีการปรับสูงขึ้นกว่าราคาประเมินเกิน 15% คณะกรรมการประจำจังหวัดก็มีอำนาจที่จะปรับประเมินราคาใหม่ได้”