หุ้นไทยขึ้นก่อนอ่อนทีหลัง แรงหนุนจีนคลายล็อกดาวน์ ห่วงเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นไทย-ตลาดหลักทรัพย์ฯ

บล.ฟิลลิปประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดดัชนี SET Index ขึ้นก่อนอ่อนภายหลังในกรอบ 1,630-1,650 จุด แรงหนุนจีนเริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์ ฝั่งสหรัฐแม้ข้อมูลเศรษฐกิจออกมาบวก แต่ตลาดกลับตอบรับเชิงลบจากคาดการณ์เฟดอาจใช้เป็นปัจจัยเร่งขึ้นดอกเบี้ย ส่วนภายในประเทศลุุ้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี แต่ปริมาณซื้อขายอาจเบาบางลงเนื่องจากมีวันหยุดคาบเกี่ยว

วันที่ 6 ธันวาคม 2565 บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า คาดดัชนี SET Index ขึ้นก่อนอ่อนภายหลังในกรอบ 1,630-1,650 จุด แรงหนุนจากจีนเริ่มผ่อนคลายนโยบายล็อกดาวน์ หรือ Zero COVID โดยยกเลิกการตรวจเชื้อในหลายเขต ทั้งปักกิ่ง, เทียนจิน, เสิ่นเจิ้น และเฉิงตูก่อนเปิดระบบขนส่งสาธารณะในเสาร์ที่ผ่านมา และคาดอาจประกาศ 10 นโยบายใหม่เพื่อผ่อนคลายนโยบายต่อในพุธนี้

ส่งผลให้ Citi, BofA และ JPMorgan เพิ่มคำแนะนำลงทุนในตลาดหุ้นจีนหลังการเปิดเศรษฐกิจจะหนุนสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ด้านฝั่งสหรัฐแม้ได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจเชิงบวก อย่างตัวเลข PMI ภาคการบริการ พ.ย.มากกว่าคาดสู่ 46.2 จุด การจ้างงานนอกภาคเกษตร พ.ย.มากกว่าคาดสู่ 2.63 แสนตำแหน่ง และคำสั่งซื้อภาคโรงงาน ต.ค.มากกว่าคาดโดย +1%

แต่ตลาดกลับตอบรับเชิงลบจากคาดการณ์เฟดอาจใช้เป็นปัจจัยสนับสนุนการเร่งขึ้นดอกเบี้ย ส่วนในประเทศคาดได้แรงหนุนจากแบงก์ชาติรายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ พ.ย.เพิ่มสู่ 49.4 จุด จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น กลุ่มค้าปลีกและโลจิสติกส์ฟื้นตัว พร้อมทั้งมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี แต่ปริมาณการซื้อขายอาจเบาบางลงเนื่องจากมีวันหยุดคาบเกี่ยวในสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม ต้องระวังปัจจัยลบ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนเอเชียอาจได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อที่เพิ่มสูง ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว รวมไปถึงเอเวอร์แกรนด์ระงับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเหิงฉือ 5 ที่เป็นรถเชิงพาณิชย์รุ่นเดียวของแบรนด์จากการขาดยอดสั่งซื้อใหม่

นอกจากนี้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนนโยบายการคลังยุโรปบางประเทศก่อให้เกิดอุปสงค์ส่วนเกิน ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปคาดเศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัวในไตรมาส 4/65 ถึงไตรมาส 1/66

โดยกลยุทธ์ลงทุนแนะนำธีม 1.Domestic Play อย่าง BAM, CBG, CRC, KTC, MAKRO, MTC, SINGER, TTB 2.ลุ้นบาทแข็ง+ผลสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) BGRIM, GULF 3.ยานยนต์ไฟฟ้า AH, BYD และ 4.เทศกาลท่องเที่ยวปลายปี BCP, M, PTG

สำหรับหุ้นเด่นวันนี้แนะนำซื้อ M แนวรับ 55.50-56 บาท ราคาเป้าหมาย 58-59.50 บาท และ GULF แนวรับ 52-52.75 บาท ราคาเป้าหมาย 55.25-56.50 บาท