Skip to content

สศช.ชี้ส่งออกหดหนัก จีดีพีปี’65 โตแค่ 2.6% ปีนี้คาด 3.2%

17 ก.พ. 2566 | 10:43น.
สศช.ชี้ส่งออกหดหนัก จีดีพีปี’65 โตแค่ 2.6% ปีนี้คาด 3.2%

สภาพัฒน์ ชี้ปริมาณส่งออกไตรมาส 4/65 หดตัวหนัก 10.5% กดจีดีพีทั้งปีโตแค่ 2.6% คาดปี’66 จีดีพีโต 3.2% ปัจจัยหลักเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากกว่าคาด กระทบมูลค่าส่งออกมีแนวโน้มติดลบ -1.6% ค่าเงินบาทเคลื่อนไหว 32.3-33.3 บาท ประเมินปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทยอยู่ที่ 28 ล้านคน

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2565 ขยายตัวได้ 1.4% ชะลอตัวลงจาก 4.6% ในไตรมาส 3/2565 ปัจจัยหลักมาจากปริมาณการส่งออกสินค้าหดตัวถึง 10.5% ส่วนมูลค่าการส่งออกในไตรมาสนี้หดตัว 7.5% การผลิตภาคอุตสาหกรรม ลดลง 4.9% โดยส่วนที่ลดลงมาก ได้แก่ การผลิตคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ลดลง 42.5% เป็นต้น เกิดจากการหดตัวอย่างรวดเร็วตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า

และอีกส่วนหนึ่งเป็นปัญหาจากการส่งออกของไทยที่ค่อนข้างจะแคบ ซึ่งจะต้องเร่งขยายการส่งออกเพิ่มเติม โดยต้องเร่งการเจรจา FTA กับประเทศใหม่ ๆ รวมทั้งต้องปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าที่เราเคยผลิตไปสู่สินค้าใหม่ ๆ เพื่อให้อุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้การอุปโภคภาครัฐบาล หดตัว 8% จากช่วงก่อนหน้าที่มีเงินโอนลักษณะสวัสดิการรักษาพยาบาลค่อนข้างมากตามสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด แม้ว่าดัชนีเครื่องชี้วัดตัวอื่น ๆ จะยังคงขยายตัวได้ดีส่วนการบริโภคภาคเอกชน +5.7% การลงทุนรวม +3.9% และภาคบริการ +94.6% ก็ตาม

ทั้งนี้ ปริมาณการส่งออกหดตัวถึง 10.5% ในไตรมาส 4/2565 ซึ่งโดยเฉลี่ยภาคส่งออกมีสัดส่วนคิดเป็น 50-60% ของจีดีพี จึงส่งผลทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2565 ขยายตัวได้แค่ 2.6% ค่อนข้างคาดเคลื่อนไปจากประมาณการเดิมค่อนข้างมากที่ 3.2% สาเหตุเพราะภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงค่อนข้างเร็วกว่าที่คาดไว้

อย่างไรก็ตาม เรื่องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยเฉพาะการว่างงานลดลงอยู่ที่ 1.15% ลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ 1.23% ขณะเดียวกันยังมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 1.2 พันดอลลาร์สหรัฐ และมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 2.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสิ้นปี 2565 ที่ผ่านมา รวมถึงมีสัดส่วนหนี้สาธารณะคิดเป็นสัดส่วน 60.7% ของจีดีพี

โดยปัจจัยด้านเงินเฟ้อโลก ยังเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะแม้ว่าประเทศเศรษฐกิจหลักทิศทางเงินเฟ้อจะเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับสูง เพราะฉะนั้นการขึ้นดอกเบี้ยของแบงก์ชาติในประเทศต่าง ๆ ยังคงเป็นมาตรการที่ใช้อยู่ แต่การขึ้นดอกเบี้ยจะชะลอตัวลง จากที่เคยขึ้นอย่างเร็วในช่วงก่อนหน้า

เลขาสภาพัฒน์ กล่าวอีกว่า ประมาณการจีดีพีปี 2566 ของเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 2.6% โดยจีดีพีสหรัฐ +0.7% ยูโรโซน +0.3% ญี่ปุ่น +1.5% จีน +4.8% ส่วนจีดีพีไทยคาดว่าจะขยายตัวในกรอบ 2.7-3.7% มีค่ากลางอยู่ที่ 3.2% ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิมที่คาดขยายตัวในกรอบ 3-4% โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกในรูปแบบสกุลเงินดอลลาร์จะหดตัว 1.6% โดยราคาส่งออกน่าจะหดตัว (ติดลบ 1.5% ถึงติดลบ 0.5%) ตามปริมาณการค้าโลกชะลอลงจาก 4.1% ในปี 2565 เหลือแค่ 2% ในปี 2566 และการอุปโภคภาครัฐบาลหดตัว 1.5%

ขณะที่การบริโภคเอกชนยังขยายตัวได้ 3.2% การลงทุนภาคเอกชนยังคงขยายตัว 2.1% และการลงทุนภาครัฐจะขยายตัวมาอยู่ที่ 2.7% โดยคาดการณ์การเบิกจ่ายภาครัฐจะอยู่ประมาณ 90% เป็นงบฯลงทุน 75%

ส่วนทิศทางอัตราเงินเฟ้อไทยคาดว่าอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 2.5-3.5% ทิศทางค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.3-33.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ด้านราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงอยู่ที่ 80-90 เหรียญต่อบาร์เรล

สำหรับรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.31 ล้านล้านบาท ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยสิ้นปี 2566 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 28 ล้านคน “เศรษฐกิจไทยถือว่ายังมีปัจจัยสนับสนุนอยู่ โดยเฉพาะการฟื้นตัวจากภาคท่องเที่ยว” เลขาธิการ สศช. กล่าว