เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนครึ่ง หลังจีดีพีไตรมาส 4/65 ของไทยชะลอลงมากกว่าที่ตลาดคาด สวนทางเงินดอลลาร์ที่ขยับแข็งค่า ปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดี หนุนแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟด จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า สถานะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติและทิศทางสกุลเงินเอเชีย บันทึกการประชุมเฟด
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททยอยอ่อนค่าต่อเนื่อง โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 34.62 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะพลิกอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด
ประกอบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดยังคงส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่แม้จะมีทิศทางชะลอลง แต่ก็เป็นไปอย่างช้า ๆ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติในระหว่างสัปดาห์ด้วยเช่นกัน
เงินบาทเผชิญแรงเทขายต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ หลังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/65 ของไทยที่ขยายตัวเพียง 1.4% YoY ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาดที่ 3.6% สวนทางเงินดอลลาร์ที่มีปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิ การเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้ผลิตและการปรับลงของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ที่หนุนโอกาสการคุมเข้มนโยบายการเงินต่อเนื่องของเฟด

ในวันศุกร์ที่ 17 ก.พ. 2566 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 34.60 บาทต่อดอลลาร์ (หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 34.62 บาทต่อดอลลาร์) เทียบกับ 33.79 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 ก.พ.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 13-17 ก.พ. นั้น แม้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,624 ล้านบาท แต่มีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทยต่อเนื่องอีก 15,405 ล้านบาท (ขายสุทธิ 10,980 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 4,425 ล้านบาท)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (20-24 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 34.15-35.00 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในตลาดการเงินไทยและทิศทางสกุลเงินเอเชีย
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่ และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือน ม.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองของผู้บริโภคในเดือน ก.พ. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/65 (preliminary) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ.
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน อัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค. ของยูโรโซน รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการเบื้องต้นสำหรับเดือน ก.พ. ของยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้ หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงสั้น ๆ ต้นสัปดาห์ ก่อนจะร่วงลงแรงในเวลาต่อมา ท่ามกลางความกังวลว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ของสหรัฐชะลอตัวน้อยกว่าตลาดคาด
อย่างไรก็ดี หุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงสั้น ๆ ระหว่างสัปดาห์ จากแรงซื้อหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง จากประเด็นเรื่องการแตกพาร์และผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด ซึ่งมีผลช่วยหนุนให้กลุ่มเทคโนโลยีปรับขึ้นสวนทางกับหุ้นกลุ่มอื่นที่ปรับตัวลงถ้วนหน้าในสัปดาห์นี้ อนึ่ง หุ้นไทยย่อตัวลงอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์ หลังตัวเลขจีดีพีไทยปี 2565 โตต่ำกว่าคาด
ในวันศุกร์ (17 ก.พ.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,651.67 จุด ลดลง 0.77% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 70,974.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.39% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 6.11% มาปิดที่ระดับ 569.48 จุด
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (20-24 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,640 และ 1,630 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,665 และ 1,675 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ บันทึกการประชุมเฟด (31 ม.ค.-1 ก.พ.) รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือน ก.พ. ยอดขายบ้านใหม่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนี PCE/Core PCE Price Index รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือน ม.ค. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/65 ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนก.พ. ของจีน ดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนก.พ. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ม.ค. ของยูโรโซน