Skip to content

IFEC ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯปม โรงแรมดาราเทวี ผู้สอบบัญชีไม่ยืนยันงบฯ

01 มี.ค. 2566 | 11:00น.
IFEC ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯปม โรงแรมดาราเทวี ผู้สอบบัญชีไม่ยืนยันงบฯ

IFEC แจ้งงบฯ ปี’65 ขาดทุนกว่า 800 ล้าน เหตุรายได้รวมลดลง-ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น-ต้นทุนทางการเงินพุ่ง-ทรัพย์สินฮวบ พร้อมแจงผู้สอบบัญชีไม่ยืนยันงบการเงินเฉพาะกิจการ จากปม “โรงแรมดาราเทวี” หยุดกิจการชั่วคราว-ถูกระงับใช้อาคารตั้งแต่ปี’60-ชำระค่าประมูลยังไม่จบ

วันที่ 1 มีนาคม 2566 บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสเอ็นเนอร์ยี่คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC เจ้าของเดิมของโรงแรมดาราเทวี แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ว่าบริษัทมีผลการดำเนินงานตามงบการเงินรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 844.12 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 14.83 ล้านบาท หรือคิดเป็นขาดทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.79

โดยรายได้รวมลดลง 14.21 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ในกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ลดลง จากส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ในบางโครงการหมดอายุลง และรายได้กลุ่มพลังงานลมลดลงเช่นกัน และค่าใช้จ่ายรวมลดลง 42.23 ล้านบาท ซึ่งลดลงมากกว่ารายได้ที่ลด

โดยค่าใช้จ่ายที่ลดลง ประกอบด้วย ต้นทุนการให้บริการลดลง 56.31 ล้านบาท จากค่าเสื่อมราคาในกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 17.17 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่ปรึกษาและบริการค้านคดีความ ค่าปรับยื่นงบการเงินในอดีตล่าช้า และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ

ขาดทุนจากการด้อยค่าทรัพย์สินลดลง 57.92 ล้านบาท ขาดทุนจากการตัดจำหน่ายทรัพย์สินลดลง 15.97 ล้านบาท ขาดทุนจากการขายทอดตลาดเพิ่มขึ้น 13.68 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายที่ปรับปรุงจากบัญชีรายจ่ายรอการพิสูจน์ 40.15 ล้านบาท นอกจากนี้ มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตามคำพิพากษาเพิ่มขึ้น 30.87 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่บันทึกตามคำพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อปี 2562 มีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 10.98 ล้านบาท และรายได้ภาษีเงินได้ลดลง 36.19 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานตามงบการเงินเฉพาะกิจการสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 295.14 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 153.81 ล้านบาท หรือคิดเป็นขาดทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 108.83 โดยมีรายได้รวมลดลงจากปีก่อน 27.09 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่าลูกหนี้ต่างประเทศ และมีค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 109.06 ล้านบาท

โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19.48 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าที่ปรึกษาและบริการด้านคดีความ ค่าปรับจากการยื่นงบการเงินในอดีตล่าช้า และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ขาดทุนจากการขายทรัพย์ทอดตลาด 18.57 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายที่ปรับปรุงจากบัญชีรายจ่ายรอการพิสูจน์ 40.15 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตามคำพิพากษาจากคดีเพิ่มขึ้น 30.87 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่บันทึกตามคำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อปี 2562 และมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 17.65 ล้านบาท

งบแสดงฐานะการเงินรวม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีสินทรัพย์รวม 6,145.33 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 426.95 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 6.50 โดยมีสาเหตุจากลูกหนี้อื่น ๆ ลดลง 64.88 ล้านบาท ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ สุทธิ ลดลง 340.99 ล้านบาท จากค่าเสื่อมราคาสะสมเพิ่มขึ้น และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนลดลง ร5.94 ล้านบาท จากการตัดจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวด

หนี้สินรวมมีจำนวน 12,679.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 411.28 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.35 เป็นการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยค้างจ่ายหนี้สินผิดนัดชำระเพิ่มขึ้น 446.16 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 48.20 ล้านบาท ดอกเบี้ยของหนี้สินตามคำพิพากษาจากการค้ำประกันเพิ่มขึ้น 47. 24 ถ้านบาท และหนี้สินตามคำพิพากษาอื่น เพิ่มขึ้น 43.84 ล้านบาท ซึ่งบันทึกตามคำพิพากษาของศาลฎีกาในปี 2562
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมมีค่าเป็นลบ 6,534.36 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนจำนวน 838.22 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 14.72 มีสาเหตุมาจากบริษัทและบริษัทย่อยประสบผลขาดทุนจากการดำเนินงานสำหรับปี

ทั้งนี้ IFEC ได้ชี้แจงด้วยว่า ประเด็นที่บริษัทยังอยู่ในระหว่างดำเนินการแก้ไข ซึ่งอาจมีรายการปรับปรุงที่มีผลกระทบต่องบการเงินดังกล่าว ผู้สอบบัญชีจึงได้แสดงความเห็นต่องบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 อย่างมีเงื่อนไข ว่ากลุ่มบริษัทได้ประเมินราคา ที่ดินอาคาร และอุปกรณ์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ของธุรกิจโรงแรมดาราเทวี ซึ่งการประเมินราคาได้อิงกับข้อสมมติฐานและประมาณการสำหรับการด้อยค่าที่อาจเกิดขึ้นที่ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ และผลของการประเมินนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่ามูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ของสินทรัพย์เหล่านี้มีการด้อยค่า

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างปี 2560 จนถึงปัจจุบันหน่วยงานราชการท้องถิ่นได้มีคำสั่งให้ระงับการใช้อาคารบางอาคาร และการให้บริการห้องพักส่วนที่เกินจากที่ได้รับอนุญาต มีผลทำให้รายได้จากธุรกิจโรงแรมดาราเทวีลดลงอย่างมีนัยสำคัญและส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมดาราเทวี ประกอบกับในระหว่างปี 2563 จนถึงปัจจุบัน กลุ่มบริษัทได้หยุดดำเนินกิจการ โรงแรมดาราเทวีชั่วคราว อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื่อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

และเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 บริษัทย่อยแห่งหนึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลการขายทอดตลาดทรัพย์สินของกลุ่มโรงแรมดาราเทวี ซึ่งขังอยู่ในระหว่างกระบวนการชำระเงินค่าซื้อทรัพย์ที่ซื้อทอดตลาด เนื่องจากสถานการณ์ของความไม่แน่นอนในประเด็นต่าง ๆ ข้างต้น มีผลกระทบต่อมูลค่าของทรัพย์สินโดยรวมของธุรกิจโรงแรมดาราเทวี

ดังนั้น ผู้สอบบัญชีจึงไม่สามารถระบุได้ว่า มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ของที่ดิน อาคารและ อุปกรณ์ของธุรกิจโรงแรมดาราเทวี และหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีที่แสดงในงบการเงินรวม และเงินที่บริษัทให้กลุ่มบริษัทย่อยกู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ ที่แสดงในงบการเงินเฉพาะกิจการถูกต้องหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

IFEC โรงแรมดาราเทวี