เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
Finance กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,400 บาท
“ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
Economic “ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
ธรรมนัส ย้ำ ‘อนุทิน’ ยังเป็นเพื่อน ให้โอกาส รบ.ทำงาน ปัดตอบดีล “น้ำเงิน-เขียว”
Politics ธรรมนัส ย้ำ ‘อนุทิน’ ยังเป็นเพื่อน ให้โอกาส รบ.ทำงาน ปัดตอบดีล “น้ำเงิน-เขียว”
ท็อปส์ เปิดยุทธภูมิเกาะช้าง ปักธงท็อปส์ เดลี่ 3 สาขารวด ชิงกำลังซื้อ 3 ทำเลสำคัญ
Business ท็อปส์ เปิดยุทธภูมิเกาะช้าง ปักธงท็อปส์ เดลี่ 3 สาขารวด ชิงกำลังซื้อ 3 ทำเลสำคัญ
พาณิชย์ รุกเมืองซานซี เปิดทางทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าวเข้า DX Supermarket
Economic พาณิชย์ รุกเมืองซานซี เปิดทางทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าวเข้า DX Supermarket
“ศุภจี” ถก ITOCHU ดันไทย–ญี่ปุ่นสู่ Co-Creation ปักธงอุตสาหกรรมอนาคต-ห่วงโซ่มูลค่าสูง
Economic “ศุภจี” ถก ITOCHU ดันไทย–ญี่ปุ่นสู่ Co-Creation ปักธงอุตสาหกรรมอนาคต-ห่วงโซ่มูลค่าสูง
“สมศักดิ์” เร่งขับเคลื่อนนโยบายเกษตร ดันเพิ่มมูลค่าสินค้า-ยกระดับสหกรณ์ 1.09 หมื่นแห่ง
Economic “สมศักดิ์” เร่งขับเคลื่อนนโยบายเกษตร ดันเพิ่มมูลค่าสินค้า-ยกระดับสหกรณ์ 1.09 หมื่นแห่ง
“หอการค้าไทย” ชี้ ก.ย.-ต.ค. จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจ จับตาการเมือง-น้ำมัน-ART ก่อนเชื่อมั่นฟื้นต่อ
Economic “หอการค้าไทย” ชี้ ก.ย.-ต.ค. จุดเปลี่ยนเศรษฐกิจ จับตาการเมือง-น้ำมัน-ART ก่อนเชื่อมั่นฟื้นต่อ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งปลุก IPO ไทย หั่นเวลาเข้าเทรดเหลือ 90 วัน ลุ้นปี’70 ฟื้น
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งปลุก IPO ไทย หั่นเวลาเข้าเทรดเหลือ 90 วัน ลุ้นปี’70 ฟื้น
ดูทั้งหมด

BOT Communication Hackathon รู้เท่าทัน ภัยการเงิน

31 ก.ค. 2566 | 10:00น.
ภัยการเงิน
คอลัมน์ : แบงก์ชาติ ชวนคุย
ผู้เขียน : ชญาวดี ชัยอนันต์
โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน จากเรื่องภัยการเงินที่มาเล่าสู่กันฟังไปเมื่อต้นปี และดิฉันได้ฝากคาถา “เช็กให้ชัวร์” ไว้ให้ผู้อ่านตั้งสติก่อนคลิก ฉุกคิดสักนิดก่อนโอน รู้ทันมิจฉาชีพ และไม่กลัวที่จะอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีการเงิน แต่ภายใต้สถานการณ์ที่มิจฉาชีพขยันปรับยุทธวิธีหลอกลวงอยู่ตลอดเวลานั้น ทำให้แบงก์ชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามและจับตาใกล้ชิดเพื่อปรับแนวทางป้องกันและรับมือให้เท่าทันอยู่เสมอ

ที่ผ่านมา เราได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานออกมาตรการป้องกันความเสี่ยงและปิดช่องโหว่ภัยการเงิน ตั้งแต่การปิดช่องทางที่มิจฉาชีพจะเข้าถึงประชาชน เช่น การให้ธนาคารงดส่งลิงก์ทุกประเภทผ่าน SMS อีเมล์ และงดส่งลิงก์ขอข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน ผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงการตรวจจับและติดตามพฤติกรรมต้องสงสัยเพื่อปิดกั้น SMS หรือเบอร์ โทร.ที่แอบอ้างเป็นธนาคาร หรือเว็บไซต์หลอกลวง

ตลอดจนการยกระดับความปลอดภัยและกำหนดแนวทางจำกัดความเสียหายจากการใช้ mobile banking เช่น การจำกัดบัญชีผู้ใช้งานใน 1 อุปกรณ์ การสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนหากต้องการเปลี่ยนวงเงินหรือโอนเงินมูลค่าสูง รวมทั้งให้ธนาคารมีระบบตรวจจับและติดตามธุรกรรมผิดปกติตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับธุรกรรมทันทีและจำกัดความเสียหายให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

สิ่งสำคัญที่จะทำให้มาตรการต่าง ๆ ของเราสำเร็จตามเป้าหมายก็คือ การสื่อสารข้อมูลข่าวสารไปถึงประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ เราเคยได้รับ feedback จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ว่าสิ่งที่แบงก์ชาติสื่อสารออกไปยังเข้าใจได้ยาก จึงทำให้เราเกิดไอเดียว่ากลุ่มคนเหล่านี้แหละที่น่าจะมาช่วยพวกเราในการขยายการสื่อสารไปยังคนกลุ่มใหม่ ๆ หรือคนกลุ่มเดิมที่เรายังเจาะไปไม่ถึงได้ดีขึ้น เนื่องจากพวกเขาเป็น content creator ตั้งแต่ยังเป็นเด็กนักเรียน-นักศึกษา หลายคนสร้างสรรค์ content ได้น่าสนใจจนมีผู้ติดตามจำนวนมาก แบงก์ชาติจึงจัดโครงการ “BOT Communication Hackathon” ขึ้น เพื่อรับฟังไอเดียจากคนรุ่นใหม่ โดยเปิดโอกาสให้น้อง ๆ มาประกวดแนวคิด รูปแบบ และวิธีการสื่อสารที่ “ปัง” ในหัวข้อ “รู้เท่าทันภัยการเงิน”โดยแบงก์ชาติจะนำผลงานของน้อง ๆ ที่เข้ารอบสุดท้าย ไปปรับใช้เพื่อขยายผลการป้องกันภัยการเงินให้ประชาชนต่อไป

โครงการได้รับเสียงตอบรับเกินความคาดหมาย โดยมีผู้สมัครเข้าแข่งขันถึง 625 คน จาก 205 ทีม ทั้งนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงานที่อายุไม่เกิน 30 ปี ซึ่งผู้เข้ารอบทั้ง 10 ทีม ได้นำเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร ด้านดิจิทัล และด้านภัยการเงิน รวมถึงให้ผู้ชมทาง Facebook Live ได้ร่วมโหวต ในรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ถ้าท่านได้รับชม จะเห็นว่าทุกทีมได้ศึกษาข้อมูลและทำการบ้านมาเป็นอย่างดี มีความคิดสร้างสรรค์ ครอบคลุมผู้รับสารในหลายช่วงวัย โดยเราได้เห็นการออกแบบผลงานใน 3 กลุ่มหลัก กลุ่มแรก เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่โดนใจประชาชน ทั้งของใช้ประจำวัน (เช่น ยาดม จาน เสื้อ) ที่มีคำคมเด็ด ๆ สติ๊กเกอร์ไลน์ มีวอลเปเปอร์ ที่สอดแทรกความรู้และการเตือนภัยให้ประชาชนได้เห็นบ่อย ๆ จนซึมซับและช่วยกระตุกพฤติกรรมได้มากขึ้น

กลุ่มที่สอง เป็นการออกแบบสื่อและแนวทางประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับภัยการเงิน หรือการปฏิบัติตนเพื่อคุ้มกันภัยการเงิน เช่น คลิปสั้น เพลงภาษาท้องถิ่น ไปจนถึงการสร้างยุวทูตในโรงเรียนเพื่อออกไปให้ความรู้และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ซึ่งหากขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ จะเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน

กลุ่มที่สาม คือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้ความรู้และเตือนภัยประชาชน เช่น การอบรมและแบบทดสอบออนไลน์ที่ไม่น่าเบื่อ รวมถึงการออกแบบโปรแกรม แอปพลิเคชั่น และเว็บไซต์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนใน
การตรวจเช็กมิจฉาชีพหรือผู้ต้องสงสัยได้ง่ายและรวดเร็ว อย่างเช่น ทีม NudgeShield ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้ออกแบบแอปพลิเคชั่น BADEON (บะ-ดี-โอน) เพื่อตรวจเบอร์ โทร. ข้อความ และบัญชีธนาคารที่น่าสงสัย โดยใช้เทคนิคภาพ สี และเสียง ช่วยเตือนภัยผ่านหน้าจอมือถือแบบเข้าใจง่าย ซึ่งสามารถตอบโจทย์รูปแบบของภัยการเงินที่สำคัญในปัจจุบันได้ครบถ้วนแบบ one stop service เพราะมีทั้งการให้ความรู้ ควบคู่กับการป้องกัน

Advertisement

โครงการนี้แบงก์ชาติไม่ได้มองว่าเป็นเพียงการระดมสมองเพื่อช่วยเราสื่อสาร แต่ช่วยให้เราได้ทำความรู้จักกับคนรุ่นใหม่ที่มีพลังในการที่จะคิดให้ไกลและกล้าเสนอแนวทางที่สร้างสรรค์ เพื่อช่วยเหลือคนในสังคม เราหวังว่าคนรุ่นใหม่เหล่านี้จะนำความรู้ที่ได้จากโครงการนี้ไป “บอกเพื่อน-เตือนครอบครัว” ให้อยู่รอดปลอดจากภัยการเงินต่อไป

แน่นอนว่าการสื่อสารไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว และเราคงไม่สามารถใช้เครื่องมือเดียวกันส่งสารเพื่อสื่อสารไปถึงทุกคนแล้วทำให้พวกเขาเข้าใจได้ แบงก์ชาติจึงให้ความสำคัญกับการรับฟังผู้คนที่หลากหลาย

และมุ่งมั่นที่จะพัฒนารูปแบบการสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจและสื่อสารกับคนต่างประสบการณ์ ต่างความคิด อย่างเข้าถึง รวดเร็ว และน่าสนใจอยู่เสมอ วันนี้พวกเรา ทั้งแบงก์ชาติ และน้อง ๆ ไฟแรงกลุ่มนี้ ได้พยายามลดปัญหาภัยการเงินให้กับสังคมไทยเท่าที่เราทำได้แล้ว หวังว่าทุกท่านจะพยายามสร้างภูมิเพื่อคุ้มกันตัวเองเพิ่มเติม เพื่อให้ปราการของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และพร้อมรับภัยทุกรูปแบบต่อไปนะคะ