Skip to content

ธปท.จ่อห้ามแบงก์เร่งรัดลูกค้าใช้วงเงิน-ชิงโชคจับสลาก หวั่นก่อหนี้เกินตัว

05 ก.ย. 2566 | 08:42น.
ธปท.จ่อห้ามแบงก์เร่งรัดลูกค้าใช้วงเงิน-ชิงโชคจับสลาก หวั่นก่อหนี้เกินตัว

ธปท.เปิดรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม หรือ Responsible Lending ครอบคลุม 8 วงจรหนี้ กำชับแบงก์ห้ามโฆษณากระตุกพฤติกรรมก่อหนี้เกินตัว-เร่งรัดให้ลูกค้าใช้วงเงินหลังได้รับอนุมัติ-ห้ามจัดรายการชิงโชคจับสลาก ปิดรับฟัง 20 ก.ย.นี้

วันที่ 5 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) โดยจะเปิดตั้งแต่วันที่ 4-20 กันยายน 2566

โดยแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ประกอบด้วยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการให้สินเชื่อและการให้ข้อมูลที่กระตุกพฤติกรรมของลูกหนี้ (Nudge) รวมทั้งการดูแลลูกหนี้ที่เข้าข่ายเป็นหนี้เรื้อรัง (Persistent Debt) ครอบคลุม 8 กระบวนการตลอดวงจรหนี้ ดังนี้

ช่วงก่อนหรือกำลังจะเป็นหนี้

1.การพัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม รวมทั้งกำหนดเงื่อนไขและรูปแบบการผ่อนชำระที่สอดคล้องกับรายได้
ตลอดจนมีเงื่อนไขสัญญาที่เป็นธรรมและชัดเจน

2.การโฆษณา ต้องมีเนื้อหาถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน เปรียบเทียบได้ และต้องไม่กระตุ้นให้ก่อหนี้เกินควร เช่น แสดงเงื่อนไขสำคัญของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ แจ้งอัตราดอกเบี้ยสูงสุดและต่ำสุด ยอดผ่อนต่องวด ระยะเวลาผ่อนชำระ

โดยห้ามทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ให้รางวัลหรือของขวัญทันทีที่สมัคร หรือห้ามกำหนดเงื่อนไขเพื่อกระตุ้นการเร่งรัดให้ลูกค้าใช้สินเชื่อทันทีในงวดแรกหลังได้รับการอนุมัติ เช่น รับกระเป๋าทันที เมื่อมียอดกดเงินสดตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ภายใน 30 วันแรกตั้งแต่ได้รับการอนุมัติ

หรือห้ามกิจกรรมทางการตลาดโดยการจัดรายการชิงโชค จับสลาก ที่เข้าข่ายพนัน เช่น สมัครสินเชื่อวันนี้ ลุ้นรับทองคำทันที, กู้หลักหมื่น ลุ้นรับคืนหลักแสน เป็นต้น

3.การเสนอขาย ต้องไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของลูกค้า เสนอทางเลือกและให้ข้อมูลสำคัญครบถ้วน ทั้งข้อดี ข้อเสีย เพียงพอต่อการตัดสินใจในการใช้บริการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตนเองได้

4.การพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ (Affordability) ให้ครอบคลุมภาระหนี้ทั้งหมด และคำนึงถึงเงินเหลือหลังหักภาระผ่อนชำระหนี้ให้เพียงพอต่อการดำรงชีพของลูกค้า

ช่วงระหว่างเป็นหนี้

5.การส่งเสริมวินัยและการจัดการทางการเงินในช่วงเป็นหนี้ ด้วยการกระตุกพฤติกรรมลูกหนี้ (Nudge) ผ่านการให้ข้อมูลเงื่อนไข คำเตือนสำคัญที่ควรรู้ หรือเครื่องมือที่สนับสนุนวินัยทางการเงิน เช่น แจ้งเตือนให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตรงเวลา แสดงผลของการจ่ายขั้นต่ำต่อเนื่อง

6.การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาหนี้เรื้อรัง (Persistent Debt) โดยเริ่มจากกลุ่มลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหมุนเวียน (Revolving Personal Loan) ที่มีรายได้น้อย โดยเสนอทางเลือก (Opt in) ให้ลูกหนี้สามารถปิดจบหนี้ได้ภายใน 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี

ช่วงลูกหนี้มีปัญหาชำระหนี้

7.การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้ โดยเสนอแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ที่สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ทั้งในลักษณะเชิงป้องกัน (Pre-
emptive) สำหรับลูกหนี้ที่เริ่มมีปัญหาชำระหนี้แต่ยังไม่เป็นหนี้ด้อยคุณภาพ อย่างน้อย 1 ครั้ง และกรณีหนี้ที่มีปัญหา (Troubled Debt Restructuring) สำหรับลูกหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) อย่างน้อย 1 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนดำเนินคดีและการโอนขายหนี้

ช่วงจะดำเนินคดีและโอนขายหนี้

8.การดำเนินคดีและการโอนขายหนี้ไปยังเจ้าหนี้รายอื่น ต้องแจ้งให้ลูกหนี้ทราบสิทธิและข้อมูลที่สำคัญ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือในการไกล่เกลี่ยหนี้และโอนขายหนี้ไปยังเจ้าหนี้รายอื่นด้วย

หลักเกณฑ์ Responsible Lending จะช่วยให้ลูกหนี้ก่อหนี้ใหม่อย่างมีคุณภาพ ได้รับการช่วยเหลือเมื่อเริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้ รวมถึงสนับสนุนลูกหนี้ให้มีวัฒนธรรมสินเชื่อที่ดี (Good Credit Culture) และมีวินัยการเงินที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ธปท.เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและ
เป็นธรรม (Responsible Lending) ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2566 เพื่อนำไปประกอบการจัดทำหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)

โดยคาดว่าหลักเกณฑ์จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป เว้นแต่หลักเกณฑ์ เรื่อง การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาหนี้เรื้อรัง (Persistent Debt) ให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป