เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไชน่า ช็อก 2.0 สะเทือนโลก
World ไชน่า ช็อก 2.0 สะเทือนโลก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.7% อยู่ที่ 66,589 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.7% อยู่ที่ 66,589 เหรียญสหรัฐ
‘ดารา’ หนีตายทีวีซบเซา เดบิวต์เป็นอินฟลู-ไลฟ์ขายของ รับเงินไว รายได้สูง
Business ‘ดารา’ หนีตายทีวีซบเซา เดบิวต์เป็นอินฟลู-ไลฟ์ขายของ รับเงินไว รายได้สูง
พยากรณ์อากาศ (22 ก.ค. 69) เตือนทั่วไทยฝนเพิ่ม เหนือ-อีสาน-ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (22 ก.ค. 69) เตือนทั่วไทยฝนเพิ่ม เหนือ-อีสาน-ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
กทม. รื้อใหญ่อัตราภาษีที่ดิน ดัดหลังเศรษฐีปลูกกล้วย-มะนาว
Real Estate กทม. รื้อใหญ่อัตราภาษีที่ดิน ดัดหลังเศรษฐีปลูกกล้วย-มะนาว
Take Toys ปั้น IP สัญชาติไทย ส่งตุ๊ตาชิงตลาดแคแร็กเตอร์
Business Take Toys ปั้น IP สัญชาติไทย ส่งตุ๊ตาชิงตลาดแคแร็กเตอร์
MAZDA6e สวยสะดุด ขับดีเกินคาด
Automotive MAZDA6e สวยสะดุด ขับดีเกินคาด
DKSH ชูโลจิสติกส์สีเขียว ยกระดับห่วงโซ่อุปทานสาธารณสุข
Biz Movement DKSH ชูโลจิสติกส์สีเขียว ยกระดับห่วงโซ่อุปทานสาธารณสุข
ตระกูลใหญ่แย่งซื้อ ‘รอยัลออคิดเชอราตัน’
Finance ตระกูลใหญ่แย่งซื้อ ‘รอยัลออคิดเชอราตัน’
วาระใหญ่รอประธานใหม่ กสทช. รื้อมติดีลยักษ์มือถือ ?
Politics วาระใหญ่รอประธานใหม่ กสทช. รื้อมติดีลยักษ์มือถือ ?
ดูทั้งหมด

กอบศักดิ์จับตาเศรษฐกิจจีนชะลอ อสังหาฯเกิด “ราชินีฟองสบู่” หวั่นกระทบเศรษฐกิจไทย

13 ก.ย. 2566 | 17:26น.
กอบศักดิ์ ภูตระกูล

“กอบศักดิ์” ประเมินเศรษฐกิจไทยยังโตกว่า 3% แม้ส่งออกชะลอ แต่การท่องเที่ยว-ลงทุนต่างประเทศหนุน เผย กนง.ขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ย้ำจับตาเศรษฐกิจจีนชะลอ-การบริโภคทรุด หวั่นเกิด “ราชินีฟองสบู่” หลังบริษัทยักษ์อสังหาริมทรัพย์เริ่มสั่นคลอน พร้อมแนะ 4 ปัจจัยหนุนโอกาสเอสเอ็มอี

วันที่ 13 กันยายน 2566 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวในหัวข้อ “อนาคตเศรษฐกิจไทยและผลกระทบต่อเอสเอ็มอี” ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า มองว่าเป็นการเตรียมเข้าสู่ Phase ใหม่ของเศรษฐกิจไทย หลังจากอยู่ในช่วงโควิด-19 มานาน 3 ปี หลังจากนี้จะเป็นช่วงที่เข้าสู่ “New Normal” ของจริง โดยไทยและภาคธุรกิจจะต้องปรับตัว

ทั้งนี้ แม้ว่าตัวเลขการส่งออกเดือนล่าสุดจะออกมาชะลอตัวอยู่ที่ -5% แต่หากทองคำจะเหลือ -4.5% และหากหักเรื่องของการนำเข้าน้ำมันจะเหลือหดตัวเพียง 0.5% ถือว่าทรงตัว เมื่อเทียบกับประเทศจีนหดตัว -14% เชื่อว่าการส่งออกของไทยน่าจะประคองตัวและวิ่งต่อไปได้ในปี 2567

กอบศักดิ์ ภูตระกูล
กอบศักดิ์ ภูตระกูล

ขณะที่การท่องเที่ยวที่มีจำนวน 40 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% ของจีดีพี หรือเทียบเท่ากับ 4 ล้านคน เท่ากับจีดีพี 1% ซึ่งในปีนี้นักท่องเที่ยวคาดจะเข้ามาเพิ่มจาก 11 ล้านคน เป็น 29 ล้านคน ดังนั้น จีดีพีจะขยายตัวราวกว่า 4% แต่คาดว่าจะขยายตัวได้จริงประมาณกว่า 3% และในปี 2567 คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นอีก 7-8 ล้านคน คิดเป็นจีดีพี 2-3% ถือว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยแม้ว่าส่งออกชะลอ แต่มีภาคการท่องเที่ยวเข้ามาสนับสนุน และไทยยังสามารถดึงดูดนักลงทุนได้อีก จากข้อมูลพบว่าจีนมีการขอส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงสุดในรอบ 10 ปี

ดังนั้น ไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจ และปัญหาเงินเฟ้อก็ไม่น่าห่วง เพราะเริ่มทยอยลดลงตามกรอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งที่ 0.25% ต่อปี จาก 2.25% เป็น 2.50% ถือว่าเป็นอัตราที่ยอมรับได้จากภาคธุรกิจ หากเทียบต่างประเทศ เช่น สหรัฐอยู่ที่ 6% ละติน 12% อย่างไรก็ดี การต่อสู้เงินเฟ้อของสหรัฐเริ่มใกล้จบ ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยเริ่มถึงจุดสิ้นสุด และหลังจากนี้อีก 9 เดือนจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

“การส่งออกแม้จะตกลง แต่ตอนนี้เริ่มนิ่ง การท่องเที่ยวแม้ว่าจีนจะมองว่ามาไม่เยอะ แต่ชาติอื่นยังคงเข้ามาทั้งอินเดีย มาเลเซีย รัสเซีย เป็นต้น และแม้ว่านักท่องเที่ยวจีนไม่มา แต่จะเห็นตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง (FDI) ของจีนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 จากเดิมเป็นญี่ปุ่น เฉพาะแค่ไตรมาสเดียวอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าทั้งปีน่าจะแตะ 1 แสนล้านบาทได้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าไทยยังน่าสนใจและเติบโตได้”

นายกอบศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่ต้องจับตามมองคือ เศรษฐกิจจีนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากทุกประเทศต้องเกิดวิกฤต และจีนเองไม่เคยมีวิกฤตมาเลยในช่วง 30 ปี ซึ่งอาจจะมีการสะสมของปัญหา สะท้อนได้จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีการสร้างตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งราคาเพิ่มเป็น 7 เท่า มีการเติบโต 700% และหลายที่เริ่มแสดงอาการเป็นหนี้เสีย ไม่ใช่เฉพาะกรณีเอเวอร์แกรนด์ ซึ่งเป็นรายใหญ่อันดับ 10

แต่ยังรวมถึงบริษัทคันทรี การ์เดน (Country Garden) อสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ราคาหุ้นร่วงจาก 16 บาท เหลือ 1 บาท หากเทียบไทยเกิดฟองสบู่ ในจีนจะเป็นราชินีฟองสบู่ และยังมีสัญญาณบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้อีก 10 บริษัท

นอกจากนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจจีน ซึ่งจากเดิมจะต้องขยายตัวเฉลี่ยไตรมาสละ 2% เพื่อให้ภาพรวมทั้งปีขยายตัวได้ 8% แต่ปัจจุบันจีดีพีจีนขยายตัวเพียง 0.8% สะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนจะสามารถวิ่งได้ราว 3% จากเดิมที่เคยวิ่งได้ 7-8% ดังนั้น ที่ผ่านมาการลงทุนจะอยู่ภายใต้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 7-8% แต่ปัจจุบันไม่สามารถขยายตัวได้ตามกรอบ ส่งผลต่อดีมานด์การบริโภคของจีน โดยดูได้จากตัวเลขการนำเข้าที่หดตัว -14% สะท้อนว่าจีนไม่ได้บริโภค ซึ่งอาจจะกระทบต่อไทยได้

“แม้เศรษฐกิจไทยมองว่าจะไปได้ แต่จะมีปัญหาที่ติดปลายน่วมให้เราได้กังวล แต่เป็นเรื่องที่ต้องจับตามองคือ เศรษฐกิจจีนที่จะมีปัญหา โดยเราต้องดูว่าทางการเขาจะจัดการอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น”

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะต้องเตรียมตัวรับมือ 4 เรื่องสำคัญที่จะเกิดการเปลี่ยนในอนาคต ได้แก่
1.การปรับตัวในในยุค Industrial Revolution 4.0 ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเอสเอ็มอีจะต้องปรับตัวให้ทัน และนำเข้ามาปรับใช้เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

2.ร่วมเป็น Supply Chain ใหม่ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐที่จะรุนแรงขึ้น จะนำมาสู่โอกาสใหม่ของอาเซียน โดยคาดว่าการลงทุนจะไหลเข้าสู่ประเทศในอาเซียนมากขึ้น และเชื่อว่าภายใน 5 ปีข้างหน้าอาเซียนจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งด้านการลงทุนเศรษฐกิจและท่องเที่ยว จึงเป็นโอกาสให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียนได้

3.โอกาสของภูมิภาคเอเชียและอาเซียน จากความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความเจริญขยายสู่หัวเมืองใหญ่ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีโอกาสในการขายสินค้าและบริการทั้งในและต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น

4.มาตรการใหม่ของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป เช่น มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และมาตรการการใช้แรงงาน รวมทั้งมาตรการทางการเงิน ที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการต่าง ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต