เปิดใจ “เสี่ยป๋อง” เซียนหุ้นชื่อดัง พลิกตำราสู้โปรแกรมเทรด

วัชระ แก้วสว่าง
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

“ตลาดหุ้นเป็นตลาดของความหวัง จะขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความเชื่อมั่น”

คำกล่าวของ “เสี่ยป๋อง-วัชระ แก้วสว่าง” นักลงทุนรายใหญ่สายเทคนิคอล (ดูกราฟ) เซียนหุ้นชื่อดัง ที่เปิดใจคุยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงประสบการณ์และมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ในปีที่ตลาดหุ้นไทยดูไม่ดีเอาเสียเลยอย่างปี 2566 นี้

เล่นหุ้น (ไทย) ไม่ง่ายแล้ว

โดย “เสี่ยป๋อง” กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า เดี๋ยวนี้เล่นหุ้นไม่ง่ายแล้ว เนื่องจากตอนนี้มองภาพตลาดหุ้นไทยไม่ค่อยออก ยิ่งจะให้มองข้ามปียิ่งยากมาก เพราะยังหาจุดต่ำสุดไม่เจอ อย่างช่วงสั้น ๆ ที่ SET Index มีการรีบาวนด์ขึ้นไปได้ มาจากเข้าเขตภาวะขายมากเกินไป (Oversold)

“ตอนนี้รู้แค่ว่าหากสิ้นปีนี้ ดัชนีหุ้นไทย ปิดต่ำกว่า 1,465 จุด เป็นสัญญาณอันตราย เพราะตัวชี้วัดที่บอกทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้นอย่าง MACD (ตัวชี้วัดที่บอกทิศทางแนวโน้มของราคาหุ้น) ระดับ Year (ปี) จะตัดลง ซึ่งไม่เคยต่ำมากว่า 10 ปีแล้ว จะถือว่าไม่ดี เพราะจะมีสัญญาณขายในระยะยาว ซึ่งน่าเป็นห่วง”

อย่างไรก็ดี หากดัชนี SET สามารถกลับไปยืนระดับ 1,465 จุดได้ จะเป็นการต่อเวลาภาพตลาดหุ้นไทยปี 2567 ให้ปรับตัวขึ้นไปต่อได้ และหาก SET Index กลับไปยืน 1,500 จุดได้ ภาพจะพลิกเป็นบวกได้ ดังนั้นต้องติดตามในช่วงที่เหลือของปี 2566 ซึ่งเหลือเวลาไม่กี่วันแล้ว

“ตอนนี้ ตลาดหุ้นไทยเป็นอะไรก็ไม่รู้ อ่อนแอจนน่าตกใจ ในขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศสดใสเหลือเกิน อย่างอเมริกา ซึ่งประเทศมีปัญหาเรื่องหนี้ แต่ตลาดหุ้นกลับขึ้นแรงมาก ทำ Record High ไปแล้ว และยุโรปที่กังวลจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) แต่ตลาดหุ้นทำ New High ได้ ทำให้ตอนนี้ไม่เข้าใจการลงทุนในตลาดหุ้นเลย หรือเพราะว่าตลาดหุ้นไทยกำลังได้รับผลจากวิกฤตความเชื่อมั่น”

พลิกตำราสู้โปรแกรมเทรด

“เสี่ยป๋อง” กล่าวอีกว่า ปีที่ผ่านมานี้ พอร์ตหุ้นไทยของตนติดลบไปกว่า 10% โดยช่วงที่ผ่านมาก็ลดพอร์ตไปแล้วกว่า 70% ตั้งแต่ช่วง SET Index หลุด 1,540 จุด แต่ระหว่างทางก็รอจังหวะซื้อคืนอยู่ แต่พอซื้อเสร็จ ก็ต้องตัดขาย เพราะหุ้นลงไปอีก ช่วงไม่กี่วันมานี้ หุ้นเด้งขึ้นมา ก็ลองเล่น แต่ก็ยังไม่ค่อยได้อะไร ดังนั้นปี 2566 ถือว่าลงทุนยาก

“เราต้องปรับตัวใหม่ พลิกตำราใหม่ เพราะตอนนี้วิธีการเดิม ๆ ที่ใช้มาสู้ไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ตลาดหุ้นไทยถูกควบคุมโดยวอลุ่มจากนักลงทุนต่างชาติ คิดเป็นสัดส่วน 60% ของวอลุ่มตลาด และส่วนใหญ่ในสัดส่วน 60% ตรงนี้เป็นโปรแกรมเทรดดิ้ง ตอนนี้กลายเป็นว่าสภาพคล่องที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยทั้งหมด เกิดจากการหมุนเวียนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก และใช้โปรแกรมเทรดดิ้งในการควบคุมการขึ้นลงของตลาด”

โดย “เสี่ยป๋อง” บอกว่า แนวการลงทุนของตน ส่วนใหญ่จะเล่นหุ้นใหญ่ (Big Cap) เซ็กเตอร์ส่วนใหญ่ ก็หมุนเวียนไปตามสภาวการณ์ แต่ส่วนใหญ่จะเล่นหุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปมาก ๆ เช่น หุ้นในดัชนี SET50 เพราะว่าเป็นพอร์ตที่ซื้อง่ายขายคล่อง คือมีสภาพคล่องสูง

เนื่องจากนักลงทุนรายใหญ่กลัวว่า หากเล่นหุ้นที่ไม่มีสภาพคล่องสูง ตอนขายจะขายไม่ได้

หวังรัฐฟื้นความเชื่อมั่น

“ตลาดหุ้นเป็นตลาดของความหวัง ที่จะขึ้น ก็ต่อเมื่อมีความเชื่อมั่น”

“เสี่ยป๋อง” บอกว่า จากที่ได้พูดคุยกับนักลงทุนหลาย ๆ คนก็บอกตรงกันว่า ราคาหุ้นปัจจุบันไม่แพง ถ้าใครจะลงทุนยาว ๆ ก็ลงได้ ซึ่งตนอยากฝากภาครัฐว่า ตอนนี้ต้องเร่งทำความเข้าใจกับนักลงทุนต่างชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เช่น การออกไปโรดโชว์เป็นต้น เพราะหุ้นลงรอบนี้เป็นเพราะนักลงทุนต่างชาติไม่เชื่อมั่น เห็นได้จากปีนี้ขายหุ้นออกไปแล้วเกือบ 2 แสนล้านบาท กดดัน SET Index ติดลบไป 17%


“นักลงทุนไทย เราไม่ได้ไปไหน ถึงแม้จะขายหุ้นลดพอร์ต แต่ก็ยังรอจังหวะซื้อคืน แต่สำหรับนักลงทุนต่างชาติ เราไม่รู้ว่าเขาขายแล้ว เขาไปเลยหรือเปล่า เราต้องหาอะไรที่เป็นจุดขายหรือจุดเด่น ในการเรียกเขากลับเข้ามาลงทุน เช่น มีมาตรการจูงใจใหม่ ๆ ออกมากระตุ้นหนุนนำให้เกิดความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น ซึ่งก็รอความหวังจากภาครัฐอยู่ ทั้งมาตรการดิจิทัลวอลเลต หรือการลงทุนพวกเมกะโปรเจ็กต์ เป็นต้น” เซียนหุ้นชื่อดังกล่าว