เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
ดูทั้งหมด

บาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ จับตารอตัวเลขเงินเฟ้อ

14 พ.ค. 2567 | 18:18น.
ค่าเงินบาท

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวกรอบแคบ จับตารอตัวเลขเงินเฟ้อ

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/5) ที่ระดับ 36.80/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (13/5) ที่ระดับ 36.80/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก ส่งผลให้สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียอ่อนค่าเล็กน้อย

โดยค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ เพื่อรอปัจจัยเพิ่มเติม เนื่องจากยังไมมีปัจจัยใหม่ นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดในการประชุมประจำปีของสมาคมธนาคารต่างชาติที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ วันนี้ (14/5) หลังมีการกล่าวในการประชุมเฟด เมื่อวันที่ 1/5 ว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปในเดือน มิ.ย. และข้อมูลเงินเฟ้อของสหัฐ ทั้งดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันที่ 14/5 และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันที่ 15/5 เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้กำหนดเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ

การกล่าวสุนทรพจน์ของนายพาวเวลล์จะมีขึ้น ก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคเดือน เม.ย. โดยนักวิเคราะห์คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.5% ในเดือน มี.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 3.6% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.8% ในเดือน มี.ค.

ทั้งนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อครั้ง จำนวน 3 ครั้งในปีนี้ เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่แสดงความเห็นสอดคล้องกันในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันต่อไป จนกว่าจะมีความมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวลงสู่ระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2% อย่างยั่งยืน ขณะที่ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. และ ธ.ค.

สำหรับปัจจัยในประเทศวานนี้ (13/5) ทางด้าน รมว.คลังเปิดเผยว่า ยังไม่มีกำหนดหารือกับ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยอยู่ระหว่างการนัดหมายและยืนยันว่าไม่มีแนวคิดโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน Financial Institutions Development Fund : FIDF) ไปอยู่ในบัญชีบริหารหนี้ของ ธปท.

ซึ่งจุดประสงค์ที่เข้าหารือ คือ ต้องการให้สถานะการเงินของประเทศมีความมั่นคง มีทุนสำรองที่เพียงพอ เห็นประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และการเติบโตเศรษฐกิจ สืบเนื่องจากข่าวจากกระทรวงการคลัง กรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดโอนหนี้ FIDF ไปอยู่ในบัญชีบริหารหนี้ของ ธปท.เพื่อขยายพื้นที่ทางการคลังในการทำนโยบายเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ผ่านการแก้ไขกฎหมาย

โดย ธปท.เป็นผู้แก้นิยาม “หนี้สาธารณะ” ใน พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 เนื่องจากหลักการหนี้ FIDF ไม่ได้เป็นภาระงบประมาณ ปัจจุบัน ธปท.เป็นผู้รับภาระจ่ายคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งหากโอนหนี้ FIDF ไปให้ ธปท. จะส่งผลให้หนี้สาธารณะลดลงได้ราว 5.5% ต่อตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

โดยกระทรวงการคลังประเมินว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2567 หนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยอยู่ที่ 65.03% ซึ่งยังไม่รวมการทำโครงการทำดิจิทัลวอลเลต และหนี้สาธารณะต่อ GDP ไม่ชนเพดานหนี้สาธารณะตามที่กฎหมายกำหนดให้ไม่เกิน 70% ต่อ GDP อีกทั้งให้ความเห็นว่า การที่หนี้ FIDF มาอยู่ในหนี้สาธารณะนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควร เนื่องจาก ธปท.เป็นหน่วยงานที่ชำระหนี้ ที่ได้เงินจากการเก็บเงินจากสถาบันการเงินเข้ากองทุนที่ 0.46% และรายได้อื่น ๆ ที่มีด้วย

ทั้งนี้ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.69-36.82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/5) ที่ระดับ 1.0785/86 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (13/5) ที่ระดับ 1.0780/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร นักลงทุนรอการเปิดเผย CPI (17/5) และ GDP (15/5) ของยูโรโซน เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งมีการคาดกันว่าอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือน มิ.ย. ทั้งนี้ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0773-1.0793 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.093/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/5) ที่ระดับ 156.44/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (13/5) ที่ระดับ 155.86/87 ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุในวันนี้ (14/5) ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (CGPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากภาคค้าส่งของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้น 0.9% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปี และทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงได้เพิ่มต้นทุนการนำเข้า

ทั้งนี้ ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (CGPI) เดือน เม.ย.ดังกล่าวเทียบกับตัวเลขคาดการณ์มัธยฐานของนักวิเคราะห์ที่การปรับขึ้น 0.8% และตามหลังการปรับขึ้น 0.9% ในเดือน มี.ค. ข้อมูลระบุว่า ดัชนีราคาสินค้านำเข้าในสกุลเยนพุ่งขึ้น 6.4% ในเดือน เม.ย.จากปีก่อนหน้า หลังจากปรับขึ้น 1.4% ในเดือน มี.ค. ซึ่งสะเทือนถึงการปรับลดลงอย่างหนักหน่วงเมื่อไม่นานมานี้ของค่าเงินเยน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 156.21-156.56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 156.37/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐเดือน เม.ย.

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.6/9.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.5/-6.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ