เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แซมบ้าตายแล้ว
Columns แซมบ้าตายแล้ว
ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
Finance ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
Economic ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
Finance แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
World อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
Politics ‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
Politics มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
Real Estate อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
Politics 2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
News ‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
ดูทั้งหมด

ยกเครื่องแก้หนี้เสีย “บ้าน-รถ” ไม่คิดดอกเบี้ย 3 ปี-ลดค่างวดเหลือครึ่ง

02 พ.ย. 2567 | 07:52น.
หนี้ครัวเรือน หนี้เสีย

คลังผนึกแบงก์ชาติ-สมาคมธนาคารไทย เดินหน้ามาตรการพิเศษแก้หนี้เสีย “บ้าน-รถ” คลายล็อกปัญหาหนี้ครัวเรือนฉุดรั้ง ศก.ไทย “พิชัย” รมว.คลัง เปิดเงื่อนไขลูกหนี้เข้าร่วมต้องเป็นค้างจ่ายไม่เกิน 1 ปี ได้สิทธิพักดอกเบี้ย 3 ปี-ลดค่างวดเหลือครึ่งเดียว เผยรัฐบาล-แบงก์จะแบ่งกันรับภาระ เน้นช่วยคนตัวเล็กสินเชื่อบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย หนี้รถยนต์ไม่เกิน 8 แสนบาท “น็อนแบงก์” ยังไม่ได้สิทธิเข้าร่วม “ผยง” ชี้โจทย์เร่งแก้หนี้เพิ่มกำลังซื้อ

รายงานจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนให้ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจุบันที่ตัวเลขหนี้ครัวเรือน ณ ไตรมาสที่ 2/2567 อยู่ที่ 89.6% ยอดคงค้าง 16.32 ล้านล้านบาท โดยมีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทยอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดได้มีการประชุมในช่วงบ่ายวันที่ 1 พ.ย. 2567 ซึ่งคาดหวังว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น

ปลดล็อก NPL ไม่เกิน 1 ปี

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์เมื่อ 1 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ตนได้มอบหมายตัวแทนกระทรวงการคลัง ไปหารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทย พิจารณามาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยเป้าหมายการแก้หนี้ครั้งนี้ เพื่อให้บรรลุ 2 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ 1.ให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้สามารถชำระได้ตามกำลัง และ 2.ช่วยให้มีลู่ทางเข้าถึงสินเชื่อได้

กลุ่มลูกหนี้ที่จะเข้าไปช่วย คือ กลุ่มหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (SM) ที่มีการค้างชำระเกิน 30 วันแต่ยังไม่เกิน 90 วัน และกลุ่มที่เป็นหนี้เสีย (NPL) ไม่เกิน 1 ปี ซึ่งรวม ๆ แล้ว มีอยู่กว่า 1 ล้านราย

“เราเลือกกลุ่มคนที่เพิ่งมีปัญหา พูดง่าย ๆ คือเพิ่งค้างเกิน 30 วัน เราก็เอามาดูด้วย แล้วก็เอาส่วนที่เกิน 90 วัน ไปจนถึง 6 เดือนมาดูด้วย แต่ก็คิดว่าดูถึง 1 ปีเลย เพราะถือว่า 1 ปี ถึงจะยาวไปหน่อย แต่ก็คิดว่ายังเป็นกลุ่มที่น่าจะแก้ไขได้ แต่ที่เกิน 1 ปีไปยาว ๆ อันนั้นเอาไว้ก่อน เพราะอันนั้นแก้ตัวยากแล้ว”

พักดอกเบี้ย 3 ปีหักต้นก่อน

นายพิชัยกล่าวว่า เพื่อให้ลูกหนี้กลุ่มนี้มีความสามารถชำระหนี้ต่อไปได้ จึงเสนอให้มีการพักชำระดอกเบี้ยยาว 3 ปี โดยแหล่งเงินที่เข้ามาช่วยจากทั้งภาครัฐและธนาคารจะต้องช่วยกัน ส่วนหนี้ที่เหลือก็ให้ปรับโครงสร้างให้ผ่อนได้ยาวขึ้น และผ่อนต่องวดลดลง โดยเบื้องต้นอยากให้ลูกหนี้จ่ายต่องวดลดลงเหลือครึ่งเดียว และเงินงวดที่จ่ายมาก็เป็นการไปลดต้นทั้งหมด ซึ่งถ้าออกมาได้อย่างนี้ก็จะดี

ขณะที่ลูกหนี้กลุ่มนี้จะยังคงมีการรายงานประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโร ให้เป็นหน้าที่ของธนาคาร พิจารณาว่าจะปล่อยสินเชื่อใหม่หรือไม่ โดยจะต้องหารือกับผู้ว่าการ ธปท. ในเรื่องการผ่อนปรนเกณฑ์ เพื่อเปิดทางให้เข้าถึงสินเชื่อด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังจะต้องหารือกับ ธปท. ในเรื่องการผ่อนปรนเกณฑ์ LTV (การวางเงินดาวน์) ต่าง ๆ ด้วย เพื่อช่วยเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อ

เร่งแก้หนี้เพิ่มกำลังซื้อ

นายพิชัยกล่าวด้วยว่า แนวทางเหล่านี้ได้มีการหารือร่วมกับธนาคารพาณิชย์แล้ว และส่วนใหญ่เห็นด้วย อยู่ระหว่างหาข้อสรุปสุดท้าย ก็จะพิจารณาว่า แหล่งของเงินที่จะมาช่วยเรื่องดอกเบี้ยจะมาจากไหน เพื่อดูว่าต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ต่อไป

โดยที่ผ่านมา นายพิชัยให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ปัญหาหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้าน หนี้รถยนต์ สินเชื่ออุปโภคบริโภค รัฐบาลให้ความสำคัญจะเร่งทำให้เสร็จ หากแก้ไขได้จะทำให้ประชาชนกลับมามีกำลังซื้อ และจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนตามมา

ชง ครม.ลุยมาตรการอสังหาฯ

รมว.คลังกล่าวด้วยว่า กระทรวงการคลังยังเตรียมมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา คือ มาตรการสินเชื่อ ซื้อ-แต่ง-ซ่อม-สร้าง บ้านและคอนโดมิเนียมของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่คิดดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวม 55,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ ครม.พิจารณาได้ในวันที่ 5 พ.ย.นี้ เพื่อรองรับความต้องการมีบ้านของประชาชนรายได้น้อย ให้เข้าถึงสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ มีโอกาสในการซ่อมแซม ต่อเติมบ้านให้มั่นคงได้ รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาต่ออายุมาตรการการโอน การจดจำนอง ที่จะสิ้นสุดอายุในสิ้นปี 2567 ด้วย

บ้านไม่เกิน 3 ล้าน-รถ 8 แสน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการแก้หนี้ที่กำลังหารือกันขณะนี้ เป้าหมายคือในส่วนของหนี้บ้านและหนี้รถ จากที่หารือลูกหนี้ที่จะได้สิทธิเข้าร่วมโครงการแก้หนี้มาตรการพิเศษ ต้องเป็นกลุ่มที่เริ่มมีการค้างชำระเกิน 30 วัน กระทั่งกลายเป็นหนี้เสีย (ค้างชำระเกิน 90 วัน) ไม่เกิน 1 ปี โดยในส่วนของลูกหนี้บ้าน ที่มียอดสินเชื่อไม่เกิน 3 ล้านบาท และสินเชื่อรถ ก็กำหนดให้เฉพาะที่มียอดหนี้ประมาณ 8-9 แสนบาท เพราะเป้าหมายคือช่วยประชาชนกลุ่มกลาง-ล่าง โดยหาแนวทางให้ลูกหนี้สามารถกลับมาผ่อนชำระได้ เพื่อให้กลับมาเป็นลูกหนี้ปกติ

โดยหลักการช่วยเหลือคือให้ลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้พิเศษ โดยให้มีการทำสัญญาไม่ต้องชำระดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรก และการผ่อนชำระแต่ละงวดให้ลดน้อยลง รวมทั้งเป็นการตัดเงินต้นทั้งหมด ซึ่งก็จะทำให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้ได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ ในส่วนของดอกเบี้ยที่พักไว้ 3 ปีแรก จะพักไว้ก่อนและยกให้ลูกหนี้ ก็ต่อเมื่อลูกหนี้รายดังกล่าวดำเนินการชำระหนี้ตามแผนการปรับโครงสร้างหนี้จนครบสัญญา

น็อนแบงก์ยังไม่ได้สิทธิ

แหล่งข่าวกล่าวว่า การดำเนินมาตรการแก้หนี้พิเศษครั้งนี้จะเป็นเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทลูกแบงก์เท่านั้น ยังไม่รวมในส่วนของผู้ประกอบการน็อนแบงก์อื่น ๆ โดยจากเงื่อนไขในเบื้องต้นคาดว่าจะมีจำนวนลูกหนี้เข้าร่วมโครงการกว่าแสนราย และมูลหนี้กว่าแสนล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากมีรายละเอียดค่อนข้างมาก คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินโครงการได้ในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า

ทั้งนี้ ที่ประชุมอยู่ระหว่างการหาข้อสรุปในรายละเอียด อย่างไรก็ดี ที่มีการกำหนดเป็นหนี้เสียไม่เกิน 1 ปี เพราะมองว่าถ้าลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสียมานานแล้ว โอกาสที่จะสามารถกลับมาชำระหนี้เป็นไปได้ค่อนข้างยาก น่าจะไปในช่องทางของการตัดขายหนี้เสียให้เอเอ็มซี (บริษัทบริหารสินทรัพย์)

โดยเมื่อลูกหนี้ที่กลับมาผ่อนชำระตามปกติ ก็จะทำให้ช่วยลดภาระการตั้งสำรองของธนาคารพาณิชย์ด้วย ขณะเดียวกัน ทางธนาคารพาณิชย์ก็มีการเจรจา เพื่อปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ที่ปัจจุบันเก็บอยู่ 0.46% ลดลงมาครึ่งหนึ่งให้เหลือ 0.23% เพื่อนำมาชดเชยในการแก้หนี้

หนี้ครัวเรือนโจทย์ฉุด ศก.

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย (TBA) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนถือเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่เหนี่ยวรั้งเศรษฐกิจไทย ในระหว่างนี้จนถึงสิ้นปีรัฐบาลและกระทรวงการคลังจะมีมาตรการแก้หนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นมาตรการใหญ่เข้ามาสนับสนุนก่อนสิ้นปี 2567 โดยไม่อยากให้คิดว่าเป็น “การกระตุ้น” แต่เป็น “แรงกระตุก” ให้เกิดแรงขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดแรงเฉื่อย เพื่อมาเติมศักยภาพการเติบโตในปีหน้า และปีถัด ๆ ไป

ดังนั้น มาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีเรื่องของหนี้ครัวเรือน และประเด็นความสามารถการแข่งขันของคนตัวเล็ก เนื่องจากเป็นประชากรที่ครอบคลุมเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง ซึ่งสาเหตุของปัญหาหนี้ครัวเรือนคือ เศรษฐกิจนอกระบบที่มีขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก โดยโครงสร้างเศรษฐกิจนอกระบบเกือบ 50% ซึ่งประเทศไทยจะนำทรัพยากรจากไหนเข้ามาช่วย

และหากมีมาตรการแก้หนี้เข้ามา ก็จะสามารถดึงคนเหล่านี้ให้เข้าระบบได้ ซึ่งการเข้าระบบไม่ได้แปลว่า เสียภาษีิ แต่เป็นการที่รัฐมีข้อมูลที่ถูกต้องนำไปสู่การตัดสินใจและเข้าใจที่ถูกต้องของปัญหาแต่ละพื้นที่ แต่ละบุคลากรไม่เหมือนกัน

“ผยง” ชี้ต้องมีมาตรการเสริม

นายผยงกล่าวถึงมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนว่า จากการหารือแนวทางแก้หนี้จะแตกต่างไปจากเดิม โดยคำว่าการลดหรือการช่วยเหลือ จะไม่เป็นในลักษณะ “เทศกาล” ปกติ โดยจะมีการผันแปรทรัพยากรในระบบให้ถูกที่ถูกทาง ทำให้เกิดโอกาสของคนตัวเล็ก โอกาสให้คนเข้าทำมาหากิน จะต้องมีการประสานและขอความร่วมมือกับภาคส่วนใหญ่ ๆ เนื่องจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจเป็นลักษณะ K Shape Recovery ซึ่ง K ขาล่าง มีเยอะกว่า K ขาบน

นายผยงกล่าวว่า ต้องพิจารณาว่า การใช้มาตรการทางการเงินจะอยู่ยาวได้แค่ไหน โดยหากมีมาตรการมาเสริมให้มีทักษะ ก็จะอยู่ไปได้ 3-5 ปี หรือมาตรการนี้ช่วยได้แค่ 3-6 เดือน เพราะหากดูระบบเศรษฐกิจระบบการเงินของประเทศ มีทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือน็อนแบงก์ แต่ยังมีสหกรณ์ และหนี้นอกระบบ

“วันนี้ทำไมสภาพคล่องถึงมีการโอนไปลงทุนในต่างประเทศเยอะมาก เพราะในประเทศไม่มีแรงจูงใจ เราจะทำอย่างไรให้ดึงส่วนหนึ่ง 20-30% กลับมาในประเทศ เป็นโจทย์ที่ต้องคิดเพื่อสร้างความต่อเนื่องของมาตรการทางการเงิน”

รับหนี้ครัวเรือนปัญหาสำคัญ

นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Monetary Policy Forum ครั้งที่ 3/2567 ว่า มาตรการทางการเงินในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน เป็นสิ่งที่ ธปท.ดูแลมาอย่างต่อเนื่อง และมีการพูดคุยกับภาคเอกชนโดยพยายามช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่อง เนื่องจาก ธปท.ไม่อยากเห็นหน้าผาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL Cliff หรือการหุบร่มกันรุนแรงเกินไป เพราะจะทำให้เกิดภาวะการเงินตึงตัวและเป็นงูกินหางไม่หยุด

“การหาแนวทางร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เป็นสิ่งที่ ธปท.ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ในการดูแลภาระหนี้ของครัวเรือนและธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกันกับรัฐบาล และภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนมากขึ้น ดังนั้นคาดว่าจะมีรายละเอียดมากขึ้นในระยะข้างหน้า ส่วนหนี้เสียที่ยังคงทยอยเห็นเพิ่มขึ้นหลังจากนี้บ้าง แต่ไม่ได้รุนแรง”

หนี้บ้าน-รถยนต์ยังไหลเพิ่มขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Stage 2 หรือ SM) หรือค้างชำระไม่เกิน 90 วัน ของระบบธนาคารพาณิชย์ 28 แห่ง ซึ่งข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวบรวมโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เอ็นพีแอลที่อยู่อาศัย ณ ไตรมาสที่ 2/2567 อยู่ที่ 101,380 ล้านบาท คิดเป็น 3.71% ของสินเชื่อรวม ขณะที่ตัวเลข SM ของสินเชื่อที่อยู่อาศัย อยู่ที่ 144,054 ล้านบาท คิดเป็น 5.27%

สำหรับสินเชื่อรถยนต์ เอ็นพีแอล ณ ไตรมาสที่ 2/2567 อยู่ที่ 25,313 ล้านบาท คิดเป็น 2.26% ของสินเชื่อรวม ส่วนตัวเลข SM อยู่ที่ 169,355 ล้านบาท คิดเป็น 15.09% โดยตัวเลขหนี้เสียและ SM ของทั้งสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ข้อมูลสินเชื่อรถยนต์ที่ปรากฏเฉพาะในส่วนของธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในกำกับของ ธปท.ยังไม่รวมข้อมูลในส่วนของผู้ประกอบการน็อนแบงก์อื่น ๆ