เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี ตลาดคาดเฟดลดดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า
ค่าเงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี ตลาดคาดเฟดเตรียมลดดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า และอาจลดมากถึง 0.50% หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่ซบเซาในวันศุกร์ที่ผ่านมา
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 9 กันยายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/09) ที่ระดับ 31.64/66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (08/09) ที่ระดับ 31.81/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด
ขณะที่นักลงทุนพากันคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในการประชุมที่เหลือในปีนี้ และเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากถึง 0.50% ในการประชุมสัปดาห์หน้า หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่ซบเซาในวันศุกร์ที่ผ่านมา
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 88.1% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย. และให้น้ำหนัก 11.9% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมดังกล่าว จากเดิมที่ไม่เคยให้น้ำหนักต่อคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50%
นอกจากนี้ นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ทั้งในการประชุมเดือน ต.ค.และ ธ.ค. โดยตอนนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 16-17 ก.ย. เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่อง ทำระดับแข็งค่าที่สุดในรอบ 4 ปี โดยได้รับปัจจัยหนุนจากดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ขณะที่ราคาทองในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยขณะนี้ ธปท.ยังคงติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด และเข้าดูแลความผันผวนของค่าเงิน เพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ ธปท.อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางในการลดผลกระทบจากราคาทองคำต่อค่าเงินบาท โดยในระหว่างวันค่าเงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้างเล็กน้อยแต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 32.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ล่าสุดวันนี้ (09/09) ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับไปรับโทษจำคุก 1 ปี เนื่องจากศาลเห็นว่ากระบวนการส่งตัวนายทักษิณไปรักษาอาการป่วยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเตรียมส่งตัวนายทักษิณเข้าเรือนจำกรุงเทพ
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.59-31.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.67/69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/09) ที่ระดับ 1.1772/73 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (08/09) ที่ระดับ 1.1724/25ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (08/09) ว่าเดวิด โอซัลลิแวน ทูตผู้ประสานงานด้านมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (EU) ได้เดินทางไปยังกรุงวอชิงตันพร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐ เกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย
โดยอันโตนิโอ คอสตา ประธานสภาสหภาพยุโรป (EU) กล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางสหรัฐ และเจ้าหน้าที่ EU หวังว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดีขึ้น หลังจากเกิดความผิดหวังหลายครั้งช่วงต้นปี เนื่องจากทรัมป์พยายามเจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงระหว่างวันจากความวุ่นวายทางการเมืองในฝรั่งเศสที่รุนแรงขึ้น โดยล่าสุด นายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ บายรู ของฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในการลงมติไว้วางใจ เกี่ยวกับแผนงบประมาณที่ตั้งเป้าจะลดรายจ่ายเกือบ 4.4 หมื่นล้านยูโร (5.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปีเพื่อลดภาระหนี้สินของประเทศ
ทั้งนี้ มารีน เลอเปน อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรค National Rally ฝั่งขวาจัดของฝรั่งเศส เรียกร้องในการแถลงก่อนการลงมติ ให้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่หลังจากที่นายบายรูพ่ายแพ้การลงมติไว้วางใจ
โดยสำนักข่าวเอลิเซ (Elysee) ของฝรั่งเศสรายงานว่า มาครงยอมรับผลการลงมติดังกล่าว และจะพบปะกับนายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ บายรู ในวันนี้ (09/09) เพื่อยอมรับการลาออกของเขา ก่อนจะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1745-1.1780 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1762/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (09/09) ที่ระดับ 147.34/35 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (08/09) ที่ระดับ 147.85/86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยได้ปัจจัยหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่โดยการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐและปรับลดภาษี ถึงแม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ไม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ หลังการประกาศลาออกจากตำแหน่งของนายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรี่ญี่ปุ่น เพื่อรับผิดชอบต่อการที่พรรค LDP ประสบกับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสภาสูงในเดือน ก.ค.ก็ตาม
นอกจากนี้ เรียวเซ อากาซาวะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าผู้เจรจาการค้าของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (09/09) ว่า สหรัฐเตรียมปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าญี่ปุ่น รวมถึงรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ โดยจะมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 16 ก.ย.นี้ ทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นในระหว่างวัน
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.39-147.43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 146.40/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (เดือนต่อเดือน) (ส.ค.) (10/9), สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ (10/09), การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ECB (ก.ย.) (11/09), ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) (เดือนต่อเดือน) (ส.ค.) (11/09, ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เดือนต่อเดือน)(ส.ค.) (11/09), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) (ส.ค.) (11/09), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (11/09)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.7/-8.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.4/-8.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ