เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
Finance กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
Finance กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
Finance คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
Real Estate เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
Politics ‘ชัชชาติ’ ยื่นสภา กทม. ขอใช้เงินสะสมจ่ายขาด 1,139 ล้าน เร่งเยียวยา-ฟื้นฟูน้ำท่วม
จบเกมซื้อคืน ROH? ผู้ถือหน่วย GROREIT โหวตคว่ำดีล 4,873 ล้าน ไฟเขียวขายรายใหม่ 5,300 ล้าน
Finance จบเกมซื้อคืน ROH? ผู้ถือหน่วย GROREIT โหวตคว่ำดีล 4,873 ล้าน ไฟเขียวขายรายใหม่ 5,300 ล้าน
AP เปิดศึกแคมปัสคอนโด ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ไร่ ติดถนนงามวงศ์วานขึ้นคอนโดใหม่ “ไลฟ์ เกษตร”
Real Estate AP เปิดศึกแคมปัสคอนโด ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ไร่ ติดถนนงามวงศ์วานขึ้นคอนโดใหม่ “ไลฟ์ เกษตร”
Grab ยกระดับ ‘เศรษฐกิจวัฒนธรรม’ ดันสินค้า CPOT ขึ้นขายบน GrabMart
Business Grab ยกระดับ ‘เศรษฐกิจวัฒนธรรม’ ดันสินค้า CPOT ขึ้นขายบน GrabMart
ดูทั้งหมด

‘เอกนิติ’ รื้อโครงสร้างภาษี คุมค่าลดหย่อน ชงแผนการคลัง พ.ย.นี้

09 ต.ค. 2568 | 13:34น.
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

เอกนิติ เดินหน้าลุยปรับโครงสร้างภาษีใหม่ เตรียมตั้งเพดานลดหย่อนภาษีต่อปีและสร้างบัญชีออมส่วนบุคคล พร้อมทุ่ม 1 หมื่นล้านบาท อัพสกิล-รีสกิล แรงงานไทย เตรียมให้ Grant 50% ธุรกิจรายย่อยและกลาง ปลดล็อก 4 กับดัก “ลงทุน-คน-เทคโนโลยี-หนี้” พาไทยพ้นหล่มเศรษฐกิจ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “Thailand Economic Outlook 2026 : Out of the Trap” ว่ารัฐบาลตระหนักถึงข้อจำกัดด้านเวลาเพียง 4 เดือนของทีมเศรษฐกิจ จึงกำหนดแนวคิดในการทำงานภายใต้แนวทาง “Quick Big Win” คือ “ทำเร็ว ทำทันที” เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อแก้โครงสร้างเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำ

“เราเคยเป็นเสือ แต่วันนี้กลายเป็นคนป่วย ต้องรู้ว่าเราเป็นโรคอะไร เพื่อจะกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง” นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญ “4 กับดักเศรษฐกิจ” ที่ต้องเร่งคลี่คลาย

1.กับดักการลงทุน การลงทุนภาครัฐและเอกชนหดจาก 40% เหลือเพียง 20% ของ GDP ทำให้ขาดแรงขับเคลื่อนการเติบโต

2.กับดักคนจากโครงสร้างประชากร-ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว คนวัยแรงงานลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่มีรายได้หลังเกษียณ และแรงงานรุ่นใหม่เรียนไม่ตรงกับความต้องการตลาด

3.กับดักเทคโนโลยี แม้ไทยเข้าถึงเทคโนโลยีสูง แต่ยังขาดการใช้สร้างรายได้ ในขณะที่โลกก้าวสู่ยุค AI ที่ทำงานแทนคนได้มากขึ้น

4.กับดักหนี้ ทั้งหนี้ครัวเรือนที่สูง หนี้ SMEs ที่ขาดสภาพคล่อง และหนี้ภาครัฐที่อยู่ระดับ 64% ของ GDP

นายเอกนิติกล่าวว่า แม้เวลาเพียง 4 เดือนอาจไม่สามารถ “รักษาทั้งประเทศให้หายป่วย” ได้ทันที แต่จำเป็นต้องเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ซึ่งต้องเร่งดึงการลงทุนสมัยใหม่ โดยหารือร่วมกับ BOI เพื่อผลักดันไทยให้ก้าวสู่ฐานการผลิตแห่งอนาคต ทั้ง เซิร์ฟเวอร์-Data Center-เซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้มีมูลค่าเพิ่ม (Value Added) และปลดล็อกกติกาการลงทุน เพื่อดึงทุนใหม่เข้าประเทศ

ขณะเดียวกันต้องเดินหน้าพัฒนาแรงงานด้วย โดยมีงบประมาณกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ 1 หมื่นล้านบาท ใช้สำหรับการอบรม Reskill และ Upskill ตรงตามความต้องการของตลาด และเป็นไปตามตามความต้องการของภาคธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายใน 4 เดือนจะอบรมแรงงาน 100,000 คน

ในส่วนของเทคโนโลยี BOI จะเป็นหัวหอกสำคัญ โดยรัฐเตรียมให้ Grant 50% สำหรับ SMEs วงเงิน 20 ล้านบาท และธุรกิจขนาดกลาง 50 ล้านบาท เพื่อใช้ในการวิจัยพัฒนา หรือเปลี่ยนเครื่องจักรเป็นระบบอัตโนมัติ พร้อมออก “Transformation Loan” ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ

ในเรื่องของการแก้หนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยจะทำให้มีการดึงหนี้ออกจากระบบและนำไปไว้ในบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพราะถ้าตั้ง AMC ใหม่ อาจไม่ทันภายใน 4 เดือน และจะสนับสนุนให้มีการรวบหนี้ที่อยู่หลายธนาคารมาไว้ที่เดียว โดยคาดว่าจะเห็นผลการดำเนินการเรื่อง AMC ภายในเดือน ต.ค.นี้

ขณะเดียวกันจะมีการเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และเดินหน้าโครงการพี่ช่วยน้อย โดยการดึงบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อย ผลักดันให้เข้าไปอยู่ในซัพพลายเชนของธุรกิจใหญ่

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างการลดหย่อนภาษี เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรม โดยเตรียมกำหนดเพดาน (Ceiling) การลดหย่อนต่อปี และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐภายในเดือนพฤศจิกายน 2568

เนื่องจากทุกวันนี้การลดหย่อนภาษียังสะเปะสะปะ ไม่มีกรอบที่ชัด จึงต้องมี Ceiling เพื่อกำหนดเพดานชัดเจน โดยสามารถทำได้โดยไม่ต้องแก้กฎหมายใหม่ นอกจากนี้ การนำระบบดิจิทัลมาใช้ในระบบภาษี และการยกเว้นให้เฉพาะผู้ที่เข้าไม่ถึงระบบเพื่อขยายฐานภาษี

นายเอกนิติกล่าวเพิ่มเติมว่า ยังมีแนวคิดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่น่าสนใจ คือ เสนอจัดตั้งระบบบัญชีออมส่วนบุคคล หรือ Individual Saving Account เพื่อให้ประชาชนเลือกลงทุนได้หลากหลาย ทั้งพันธบัตร หุ้น หรือการลงทุนต่างประเทศได้ด้วยตนเอง ภายใต้ระบบเดียว ลดความซ้ำซ้อนของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยไม่ต้องออกเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจงเหมือนในอดีต การกำหนด Framework เรื่องลดหย่อนดังกล่าวจะเสร็จทันภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

ด้านการจัดทำแผนการคลังระยะปานกลาง จะยึดหลักความโปร่งใส โดยระบุที่มาของงบประมาณในแต่ละโครงการอย่างชัดเจน และมุ่งเน้นรายจ่ายเพื่อการลงทุนมากกว่าการบริโภค เพื่อสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

“สิ่งที่เราทำใน 4 เดือนนี้อาจไม่เปลี่ยนประเทศได้ทันที แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง” นายเอกนิติกล่าว