เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กสิกรไทยคาด เฟดลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ธ.ค.นี้ เหตุเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว

30 ต.ค. 2568 | 15:44น.
ธนาคารกสิกรไทย

ธนาคารกสิกรไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดเฟดปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนธันวาคมนี้ เหตุเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐคาดว่าจะไม่เร่งตัวสูงขึ้นมากนัก จับตาตัวเลขตลาดแรงงาน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ในการประชุม FOMC วันที่ 28-29 ต.ค. 2568 เฟดมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 10 ต่อ 2 เสียง ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 3.75-4.00% ตามที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

คณะกรรมการเฟดมีมุมมองแตกต่างกันมากขึ้น โดย 10 เสียงสนับสนุนให้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เนื่องจากมองความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสูงขึ้น แม้มองเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ 1 เสียงจาก Stephan Miran เห็นควรให้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% และ 1 เสียงจาก Jeff Schmid สนับสนุนให้คงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบนี้ สะท้อนมุมมองที่แตกต่างกันมากขึ้นภายในคณะกรรมการ ซึ่งอาจเพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า

เฟดส่งสัญญาณยุติการลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT) ในวันที่ 1 ธ.ค. 2568 หลังจากทำ QT มาต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2565 และระดับงบดุลปัจจุบันปรับลดลงมาสู่ระดับ 6.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางสภาพคล่องในตลาดเงินที่เริ่มตึงตัว และระดับเงินสำรองของธนาคารที่ลดลง โดยเฟดจะหยุดการลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury) ซึ่งปัจจุบันลดลงในอัตราเดือนละ 5 พันล้านดอลลาร์ แต่จะยังคงปล่อยให้หลักทรัพย์ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยค้ำประกัน (Mortgage-Backed Securities) ลดลงต่อไปในอัตราประมาณเดือนละ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

เฟดระบุการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในเดือน ธ.ค. ยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย ประกอบกับขาดข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญจาก Government Shutdown ส่งผลให้เฟดยังคงมุมมองระมัดระวัง และอาจชะลอการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อรอประเมินผลจากการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในสองครั้งก่อนหน้า แม้ Dot Plot ที่เผยแพร่ในเดือน ก.ย. สะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลงไปสู่ระดับ 3.50-3.75% หรือปรับลดอีกครั้งในเดือน ธ.ค.

การส่งสัญญาณนี้ออกมาตึงตัว (Hawkish) มากกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐตอบรับปรับตัวลดลงเล็กน้อย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับสูงขึ้น และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ตลาดมองโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ลดลงมาอยู่ที่ราว 67% จากเดิมที่ 90%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงมุมมองการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดมีอีก 0.25% ในเดือน ธ.ค. เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอลง ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐ คาดว่าจะไม่เร่งตัวสูงขึ้นมากนัก โดยต้นทุนจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าคาดว่าจะทยอยส่งผ่านมายังเงินเฟ้อสหรัฐอย่างค่อยเป็นค่อยไป และผลกระทบคาดว่าจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว

อีกทั้งเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มได้รับแรงกดดันจากราคาบ้านที่มีแนวโน้มปรับลดลง ส่งผลให้เฟดมีแนวโน้มยังให้น้ำหนักต่อความเสี่ยงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม จังหวะการปรับลดดอกเบี้ยคงขึ้นอยู่กับตัวเลขตลาดแรงงานและเงินเฟ้อที่ออกมาเป็นสำคัญ