กอบศักดิ์ชี้ข่าวดีปีนี้ต่างชาติขอ BOI พุ่ง 94% แห่ย้ายสำนักงานใหญ่มาไทย-จีนล็อกเป้าย้ายฐาน
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล
“ดร.กอบศักดิ์” เผยข่าวดีประเทศไทยปีนี้ 9 เดือนแรก นักลงทุนต่างชาติขอ BOI พุ่งสูงกว่าปีก่อน 94% ขณะเดียวกัน ธุรกิจแห่ย้ายสำนักงานใหญ่ (Headquarters) จากสิงคโปร์มาเมืองไทยพรึ่บ 500 แห่ง ชี้ “จีน” เลือกประเทศไทยเป็นเบอร์ 1 ย้ายฐานมาลงทุน แนะรัฐบาลอัดงบฯซัพพอร์ต “บีโอไอ” เต็มที่ เพื่ออนาคต
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า หากถามว่าปีนี้ประเทศไทยมีข่าวดีอะไร ก็ต้องบอกว่าตัวเลขการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นข่าวดีที่สุดแล้ว เพราะปกติไทยจะมีเงินลงทุนปีละประมาณ 500,000 ล้านบาท แต่ปีก่อนหน้าทำสถิติได้มา 1.13 ล้านล้านบาท ขณะที่ปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว 94% ในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ถือว่าดีมาก ๆ หรือคาดว่าจะจบที่ 1.7-1.8 ล้านล้านบาท
“แล้วในนั้นก็หมายถึงว่า เป็นนักลงทุนที่ลงทุนจริง คือนักลงทุนในตลาดหุ้นจะเข้า ๆ ออก ๆ แต่นักลงทุนที่เป็นพวก FDI (การลงทุนโดยตรง) เวลาเข้าแล้วจะอยู่นานมาก เวลาเขาเลือกเมืองไทย เขาจะอยู่ 20-30 ปี”
โดยปัจจุบัน ในเซ็กเตอร์ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) และดาต้าเซ็นเตอร์ กำลังเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในประเทศไทย ซึ่งกลุ่มเหล่านี้จะอยู่ในเมืองไทยไปอีกนานพอสมควร ขณะที่นักลงทุนที่เข้ามา ก็มีนักลงทุนจากจีนค่อนข้างมาก ในขณะที่เซ็กเตอร์เซมิคอนดักเตอร์ ก็มีครบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ยันปลายน้ำ ถือว่าเป็น New S-Curve ที่อยากให้เกิดขึ้นจริง ๆ
ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า ได้คุยกับเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งทาง BOI บอกว่า มีนักลงทุนแห่ติดต่อมา จนเริ่มรับไม่ไหว เนื่องจากไฟฟ้าไม่เพียงพอ โครงสร้างไม่พอ รวมถึงมีอุปสรรคปัญหาที่เป็นคอขวดต่าง ๆ บ้าง
“ตอนนี้เรากลับมาฮอต จากที่มีอยู่ช่วงหนึ่ง เวลาไปเจอนักลงทุน แต่เขาไม่มาสนใจเราเลย เหมือนร้านอาหารที่ไม่มีคนเข้าร้าน แต่ตอนนี้ห้องมันเต็มอีกแล้ว สะท้อนว่า เขาสนใจมาลงทุน ไม่ได้หนีเรา”
นอกจากนี้ ที่สำคัญ มี Head Quarters แห่ย้ายมาตั้งในเมืองไทยมากถึง 500 แห่งแล้ว ประกอบด้วย ญี่ปุ่นอันดับหนึ่ง 38.9% สิงคโปร์ 6.7% สหรัฐ 6.3% ฮ่องกง 5.2% เยอรมนี 4.4%
“ตอนนี้ญี่ปุ่นซึ่งมีอยู่กว่า 2,000 แห่งในสิงคโปร์ กำลังออกมา ย้ายมาไทยแล้วประมาณ 500 แห่ง แล้วเมื่อเราสร้าง One Bangkok เสร็จ เซ็นทรัล ดุสิต ปาร์ค เสร็จ รวมถึงอีกหลาย ๆ แห่ง คนก็อยากมาเมืองไทย ก็จะทำให้ประเทศไทยมีอนาคต ทั้งหมดนี้เป็นการสร้าง Economic Core ใหม่”
ดร.กอบศักดิ์กล่าวด้วยว่า ไทยยังเป็นตัวเลือกสำคัญที่การลงทุนจากจีน ย้ายฐานมา โดยไทยถือว่าเป็นเบอร์ 1 ในอาเซียนที่จีนเลือกเข้ามาลงทุน ดังนั้น ตนมองว่าระยะข้างหน้าอนาคตประเทศไทยไปได้ ตนไม่ค่อยห่วง จึงพยายามขอให้ขับเคลื่อนระยะสั้นในช่วงนี้เพื่อให้ผ่านไปถึงวันนั้นให้ได้
ทั้งนี้ ตนได้หารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง โดยขอให้พิจารณาเพิ่มงบประมาณให้กับบีโอไอ 2 เท่า และเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพราะเป็นช่วงที่เงินจะไหลเข้า ยิ่งสหรัฐยังทะเลาะกับจีนมาก ก็จะเกิดการแตกรังมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
“ช่วงนี้อยากให้ลงทุนกับบีโอไอหน่อย รัฐบาลอาจจะมีปัญหาติดขัดเรื่องภาคการคลัง แต่เราต้องสร้างอนาคต เวลาเรามีปัญหาระยะสั้นไม่ค่อยดี เราต้องลงทุนกับอนาคตให้มากขึ้น ซึ่งก็คือ บีโอไอ ผมคิดว่าเราต้องให้คน เอาเอาต์ซอร์ซไปให้เขาอย่างน้อย 5 ปี แล้วค่อยเอาคนคืนก็ได้”