หุ้นไทยวันนี้ (24 พ.ย.) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,265 จุด รับสัญญาณเฟดหนุนลดดอกเบี้ย
บล.พายคาด SET วันนี้ (24 พ.ย.) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,265 จุด ประธาน FED สาขา New York ออกมาหนุนลดดอกเบี้ย ช่วยฟื้นหุ้นสหรัฐ วันศุกร์ มองเป็นปัจจัยหนุนหุ้นไทยระยะสั้น สัปดาห์นี้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ จะทยอยรายงานแนะติดตาม เพราะจะมีผลต่อการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐ ในประเทศยังไร้ปัจจัยใหม่ ๆ
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi เปิดเผยว่า วันนี้ (24 พ.ย.) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,265 จุด น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้บ้างจากการปรับขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐในวันศุกร์ ประกอบกับนักลงทุนน่าจะมีความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย จากการที่เงินเฟ้อไทยและเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำ ขณะเดียวกันประเทศไทยจะเตรียมเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง จากสถิติตลาดมักตอบรับเชิงบวก ประกอบกับ Dow Jones Future กลับมาแกว่งบวก 0.2% เป็นจิตวิทยาเชิงบวก
วันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐประกาศ PMI เบื้องต้นในฝั่งของภาคผลิตและภาคบริการที่มากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ พร้อมกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่าดีขึ้นจากเดือนก่อนได้แรงหนุนจากรัฐบาลของสหรัฐ ยุติการ Shut Down หน่วยงานในสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคบางส่วนยังกังวลกับราคาสินค้าที่ยังสูง ในขณะเดียวกันผู้บริโภคที่ถือหุ้นเริ่มมีความเชื่อมั่นน้อยลงตามราคาหุ้นสหรัฐที่เริ่มปรับฐาน
หากไปดูทิศทาง US Bond Yield ล่าสุดเริ่มเห็นการปรับลง ซึ่งดีกับตลาดหุ้นในภาพรวมประเมินการปรับลงของ Bond Yield อาจเป็นไปได้ว่ามาจากอัตราการว่างงานสหรัฐที่ขยับขึ้น ประกอบกับเจ้าหน้าที่ FED บางสาขาออกมาสนับสนุนการลดดอกเบี้ย CME FED Watch ล่าสุดเริ่มกลับมาเชื่อว่า FED จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. ด้วยน้ำหนักราว 71% หากเป็นเช่นนี้มองบวกกับตลาดหุ้นในภาพรวม
ปัจจัยในประเทศวันศุกร์ที่ผ่านมา SET Index ปรับลง 2.1% แต่หากเปรียบเทียบกับภูมิภาคก็ถือว่าใกล้เคียง โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3.18 พันล้านบาท หุ้นที่กดดันดัชนีมากสุดได้แก่ DELTA มีผลต่อดัชนีราว 15 จุด สาเหตุคาดว่ามาจากการปรับลงของ Technology ในสหรัฐ แต่วันศุกร์ Technology ในสหรัฐเริ่มฟื้นตัวอาจหนุนหุ้นไทยระยะสั้น คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตามโดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนเน้นเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อาทิ ธนาคารพาณิชย์ (SCB) ค้าปลีก (CPALL) ศูนย์การค้า (CPN) High Season การท่องเที่ยวดีกับกลุ่มสายการบิน (BA) และโรงแรม (CENTEL)
SCB (ซื้อ/ราคาเป้าหมาย 146.00 บาท) กำไรสุทธิออกมาที่ 12.1 พันล้านบาท (+10% YOY, -6% QOQ) ดีกว่าคาดราว 5% เนื่องจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน FVTPL สูงกว่าคาด
BA (ซื้อ/ราคาเป้าหมาย 21.10 บาท) ปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2568 ที่ออกมาดีมาก มีกำไรสุทธิสูงถึง 1,041 ล้านบาท (+55% YOY, +159% QOQ) จากการเป็นช่วง High Seasons ของเส้นทางเกาะสมุย ขณะที่กลุ่มลูกค้าต่างประเทศของ BA ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป ที่ในปี 25 นี้ยังเห็นการเติบโตได้ แม้ภาพรวมนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไทยจะปรับตัวลดลง