“คนละครึ่งเฟส 2-TISA” ส่อแท้ง รัฐบาล “ยุบสภา” ส่อเดินหน้าต่อไม่ได้ “พิพัฒน์” ชี้หลายมาตรการคนคาดหวังไม่มาตามนัด หวั่นงบฯปี’70 อาจล่าช้า-การใช้งบฯกลางสะดุด มองเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจ “ขาลง” ฟากคลังเผย “ตลาดทุน-นักลงทุน” เสียดาย TISA ไม่เกิด
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลยุบสภา ทำให้หลายโครงการที่คนมีความคาดหวังเสี่ยงที่จะไม่เกิดขึ้น อย่างเช่น คนละครึ่ง เฟส 2 หรือช้อปช่วยชาติ/Easy E-Receipt ขณะเดียวกันหากเกิดเหตุการณ์ เช่น น้ำท่วม หรือภัยพิบัติอื่น ๆ การใช้งบฯกลางก็อาจจะสะดุด รวมถึงการจัดทำงบประมาณปี 2570 ก็มีโอกาสล่าช้าราว 1 เดือน
“ตรงนี้จะเป็นปัญหาเหมือนกัน เพราะทุกคนคาดหวังไว้แล้ว บางคนก็อั้นการใช้จ่ายไว้ด้วย แล้วถ้าเกิดน้ำท่วมหรืออะไรขึ้นมา งบฯกลางก็อาจจะสะดุด รวมถึงมีโอกาสที่งบประมาณปี 2570 จะล่าช้า ซึ่งปกติงบฯต้องเสร็จตั้งแต่เดือน เม.ย. โดย ครม.ต้องอนุมัติช่วง เม.ย.-พ.ค. แต่นี่ก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นจะมีรัฐบาลใหม่หรือยัง”
ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า หลังจาก ครม.รักษาการก็จะอนุมัติโครงการใหม่ ๆ อะไรไม่ได้
รวมถึงโครงการที่จะไปผูกพันถึงรัฐบาลหน้า ดังนั้น ก็อาจจะทำให้การตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ล่าช้า อย่างไรก็ดี ในมุมผลกระทบต่อการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (GDP) คงยังไม่ได้กระทบ แต่ยอมรับว่าประเมินยาก แต่แน่นอนว่า การยุบสภา กลายเป็นรัฐบาลรักษาการ จะเพิ่มความเสี่ยง “ขาลง” ให้กับเศรษฐกิจ
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากการยุบสภา ก็ทำให้โครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล หรือ Thailand Individual Saving Account (TISA) สะดุดลงไปด้วย เนื่องจากรัฐบาลรักษาการไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ทำให้ตลาดทุนและนักลงทุนเสียดาย
เนื่องจากหากพิจารณาอย่างครบถ้วนแล้ว มาตรการดังกล่าวเป็นการเพิ่มสิทธิลดหย่อนที่กำลังทยอยลดลงด้วย รวมถึงหากมาตรการผ่าน ปีหน้า ผู้ที่ลงทุนกองทุน Thai ESG ยังได้ลดหย่อนถึง 1.2 เท่าด้วย แถมยังเพิ่มทางเลือกลงทุนแล้วได้ลดหย่อนภาษี อย่างการลงทุนหุ้นรายตัว ที่จะเปิดให้อย่างถาวรด้วย รวมถึงลดหย่อนประกันชีวิตแบบบำนาญที่เพิ่มสิทธิประโยชน์เข้ามา
“จริง ๆ แล้วมาตรการที่ออกแบบมา จะเป็นการขยายวงเงินลดหย่อนให้ด้วย เพราะถึงปีนี้ปกติจะได้ 8 แสนบาทอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ได้ทำอะไร 3 ปีข้างหน้าก็จะทยอยลดลง อย่างปีหน้าก็จะลดเหลือ 6 แสนบาท แล้วปีต่อไปก็จะเหลือ 5 แสนบาท ถ้ามี TISA ก็จะได้ 8 แสนบาทไปยาว ๆ ถาวรเลย”