คลังจับมือ ธปท .-ก.ล.ต. หามาตรการคุมบาทแข็ง จัดระเบียบซื้อขายทองออนไลน์
ทองคำ-เงินบาท
คลังจับมือ ธปท .- ก.ล.ต. หามาตรการคุมบาทแข็ง พร้อมจัดระเบียบซื้อขายทองออนไลน์
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/12) ที่ระดับ 31.12/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (22/12) ที่ระดับ 31.17/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าแตะระดับ 98.15 ในคืนที่ผ่านมา
ขณะที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องแตะระดับ 4,467 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และเวเนซุเอลา หลังจากมีรายงานว่าหน่วยงานยามของสหรัฐกำลังไล่ล่าเรือบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการลักลอบขนส่งน้ำมันที่ผิดกฎหมาย หากจับกุมครั้งนี้สำเร็จจะถือว่าเป็นครั้งที่ 3 ที่สหรัฐยึดเรือน้ำมันได้
โดยสถานการณ์นี้เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยในสัปดาห์นี้นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐนี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (23/12) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้กล่าวว่ามีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อที่จะหาแนวทางจัดการค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากระยะนี้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป
โดยในเบื้องต้นนั้นมีอยู่ 3 มาตรการ ประกอบด้วยการกำหนดแนวทางสำหรับผู้ซื้อและขายทองคำทางแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยจะต้องมีการรายงานและนำส่งข้อมูลธุรกกรรมทั้งหมดให้กับทางสรรพากร มาตรการที่สองนั้นให้กรมสรรพากร พิจารณาความเหมาะสมของการจัดเก็บภาษีธุรกิจ สำหรับการธุรกรรมซื้อขายทองแพลตฟอร์มออนไลน์ ในส่วนของมาตรการสุดท้ายนั้นคือให้ ธปท. แนวทางการกำกับปริมาณการ ทำธุรกรรมทองคำ เช่น การกำหนดวงเงินหรือเพดานในการทำธุรกรรม
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ได้ประเมินว่าปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็นราว 34.1 ล้านคน จาก 32.9 ล้านคนในปี 2568 หลังรัฐเดินหน้ามาตรการเจาะตลาดใหม่ เช่น อินเดีย ยุโรป และตะวันออกกลาง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวจีน แม้ยังเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันดึงนักท่องเที่ยวของหลายประเทศและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
ด้านการท่องเที่ยวในประเทศ คาดจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น 2% YoY จาก 277.1 ล้านคน เป็น 282.6 ล้านคน โดยมีแรงหนุนจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และแคมเปญใหม่ เช่น เส้นทางแม่น้ำโขงและรถไฟท่องเที่ยว ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 31.09 – 31.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.11/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/12) ที่ระดับ 1.1766/68 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (22/12) ที่ระดับ 1.1730/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันนี้ตลาดยังเคลื่อนไหวอย่างเบาบาง เนื่องจากในช่วงต้นสัปดาห์นี้ยังไม่ได้มีการเปิดเผยตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจของยูโรโซนออกมา และตลาดยังขาดปัจจัยชี้นำในการซื้อขายเนื่องจากใกล้ช่วงเทศกาลวันหยุดคริสต์มาส
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1756- 1.1795 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1794/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (23/12) ที่ระดับ 156.59/60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (22/12) ที่ระดับ 157.42/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันนี้ (23/12) ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ได้กล่าวว่าตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังรับมือกับเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างมาก และไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยนับเป็นสัญญาณความเป็นไปได้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะทำการเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดความผันผวนอย่างมากของค่าเงินเยน
โดยคาตายามะ กล่าวว่าการอ่อนค่าในช่วงที่ผ่านมานี้มีลักษณะเป็นการเก็งกำไร พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเหมาะสม ตามข้อตกลงด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นได้ทำร่วมไว้กับสหรัฐ ในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐ สนับสนุนอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดโดยกลไกตลาด และระบุว่าการเข้าแทรกแซงตลาดเงินนั้นควรใช้ในกรณีฉุกเฉิน
เช่น การผันผวนที่รุนแรงเกินไป โดยเงินเยนที่อ่อนค่านั้นเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผู้กำหนดนโยบายญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นการผลักดันต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น และเพิ่มภาระค่าครองชีพของครัวเรือน หลังจากคาตายามะแถลงการณ์เสร็จ หนุนให้ค่าเงินปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาที่ระดับ 156.03 ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.66 – 157.07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 154.84/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ต.ค. ของสหรัฐ (23/12), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2) ของสหรัฐ (23/12), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำไตรมาส 3/2568 (ประมาณการครั้งที่ 2) ของสหรัฐ (23/12), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ต.ค.และ พ.ย. ของสหรัฐ (23/12),
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.จาก Conference Board ของสหรัฐ (23/12), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (24/12), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ของสหรัฐ (24/12), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ธ.ค.ของกรุงโตเกียว, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย., ยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. ของญี่ปุ่น (26/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.5/-7.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.7/-3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ