เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจไทย ผู้ป่วยเรื้อรัง ในโลกที่ไม่มีหมอ

15 ก.พ. 2569 | 09:08น.
Arrow down, a decline in property prices. Display of red electronic board of stock market

Arrow down, a decline in property prices. Display of red electronic board of stock market

คอลัมน์ : นั่งคุยกับห้องค้า
ผู้เขียน : ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย, จงรัก ก้องกำชัย ธนาคารกสิกรไทย

เศรษฐกิจไทยไม่ได้แค่ชะลอ แต่กำลัง “ติดอยู่ในโหมดโตต่ำ” อย่างเป็นระบบ อัตราการเติบโตหลังโควิดเฉลี่ยเพียงราว 2% และปีนี้มีแนวโน้มเหลือประมาณ 1.6% ต่ำกว่าศักยภาพในอดีตที่เคยโต 4-5% อย่างชัดเจน รายได้ต่อหัวแทบไม่ขยับเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เวียดนามโตเฉลี่ยกว่า 6% ต่อปี

ขณะที่ไทยยังวนเวียนอยู่ในระดับต่ำกว่า 2% คำอธิบายว่าเป็นเพียง “วัฏจักร” จึงไม่เพียงพอ นี่คือปัญหาเชิงโครงสร้าง

ฐานการเติบโตของไทยอ่อนแรงในหลายมิติ การส่งออกที่คิดเป็นมากกว่า 60% ของ GDP สูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและมูลค่าเพิ่ม ผลิตภาพแรงงานแทบไม่เร่งตัวในรอบทศวรรษ สังคมสูงวัยทำให้แรงงานหดตัวเร็วกว่าประเทศกำลังพัฒนาอื่น ขณะที่หนี้ครัวเรือนสูงกว่า 90% ของจีดีพีบีบกำลังซื้อในประเทศ

พื้นที่การคลังจำกัดลงหลังหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นในช่วงโควิด ทำให้รัฐไม่สามารถอัดฉีดแบบไร้ขีดจำกัดเหมือนอดีต ไทยจึงไม่ได้เผชิญ “Shock ชั่วคราว” แต่กำลังติดอยู่ในกับดักผลิตภาพต่ำ

กราฟิก

ปัญหาหนักขึ้นเมื่อโลกไม่ช่วยเหมือนเดิม จีนซึ่งเป็นคู่ค้าหลักเผชิญปัญหาเงินฝืดและภาคอสังหาริมทรัพย์ ยุโรปเติบโตเฉียดศูนย์ สหรัฐยังอยู่ในสภาพดอกเบี้ยสูง ภาวะ Deglobalization และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ห่วงโซ่อุปทานแตกเป็นบล็อก ต้นทุนการค้าและความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ในอดีตโลกเคยเป็นแรงส่งให้ไทยผ่านการส่งออกและเงินทุนไหลเข้า วันนี้โลกเองก็ชะลอ และดอกเบี้ยโลกที่สูงกว่าทศวรรษก่อนทำให้เศรษฐกิจเปิดอย่างไทยถูกกดดันมากกว่าเดิม

ไทยจึงเผชิญ “Double Squeeze” อย่างแท้จริง ด้านในอ่อนแรง ด้านนอกไม่เอื้อ หากยังพึ่งพาการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมดั้งเดิมเป็นเครื่องยนต์หลัก การเติบโตต่ำจะกลายเป็นภาวะปกติใหม่ ทางออกไม่ใช่มาตรการกระตุ้นระยะสั้น

แต่คือการยกระดับผลิตภาพจริงจัง เปิดการแข่งขันในภาคบริการ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และผลักดันอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและสีเขียวอย่างเป็นระบบ

มิฉะนั้น ไทยอาจไม่ใช่เพียง “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” แต่จะกลายเป็นเศรษฐกิจที่เปราะบางในโลกที่ไม่มีใครมาช่วยพยุงอีกต่อไป