เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ดูทั้งหมด

COVID-19…กับปัญหาหนี้แฝด ในเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่

01 ก.ค. 2563 | 06:04น.
เลียบรั้วเลาะโลก
ขวัญใจ เตชเสนสกุล
EXIM BANK

นับเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้วที่โลกเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยล่าสุดธนาคารโลก (World Bank) คาดว่าวิกฤตครั้งนี้จะทำให้เศรษฐกิจโลกปี 2563 หดตัว 5.2% และสร้างความเสียหายต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) ในช่วงทศวรรษ 1930

สิ่งที่รัฐบาลของทุกประเทศต่างเร่งทำในช่วงที่ผ่านมาคือ การอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการทางการเงินและการคลังเพื่อประคับประคองและเยียวยาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม จากการแพร่ระบาดที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและคาดว่าจะยืดเยื้อไปอีกสักระยะ ทำให้เริ่มมีความกังวลว่าหลายประเทศอาจไม่สามารถทนทานต่อวิกฤตที่ยืดเยื้อยาวนานได้ โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ World Bank ได้แสดงความกังวลต่อประเทศตลาดเกิดใหม่ที่กำลังเผชิญ “วิกฤตหนี้แฝด”

“หนี้แฝด” ในที่นี้หมายถึง “หนี้สาธารณะ” และ “หนี้ต่างประเทศ” โดยประเทศตลาดเกิดใหม่หลายประเทศกำลังเผชิญวิกฤตหนี้สาธารณะ สะท้อนจากสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาครัฐเผชิญกับข้อจำกัดในการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลัง รวมถึงการกู้ยืมเงินเพื่อดำเนินนโยบายด้านสาธารณสุขในการรับมือกับโรคระบาด

ขณะเดียวกันก็เผชิญกับวิกฤตหนี้ต่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นที่กำลังถูกจับตามอง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้กระทบต่อภาคเศรษฐกิจต่างประเทศ ทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยวของทุกประเทศอย่างรุนแรงจนกระทบต่อรายรับในรูปเงินตราต่างประเทศ อันจะส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ต่างประเทศ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเป็นข้อจำกัดในการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเพิ่มเติมในอนาคต

ทั้งนี้ หากพิจารณาข้อมูลล่าสุดพบว่า มีตลาดเกิดใหม่หลายประเทศที่กำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะเดียวกันก็กำลังเผชิญปัญหาหนี้แฝดควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะบราซิล อินเดีย อียิปต์ และอาร์เจนตินา ซึ่งประเทศเหล่านี้มีความเสี่ยงที่อาจเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรงหากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังยืดเยื้อและไม่สามารถควบคุมได้

อย่างไรก็ตาม ในตลาดเกิดใหม่บางประเทศที่แม้มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ในระดับสูง อาทิ ประเทศในกลุ่ม OPEC+ อย่างรัสเซียและซาอุดีอาระเบีย แต่ด้วยฐานะการเงินและการคลังค่อนข้างมีเสถียรภาพ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงน้อยกว่าประเทศข้างต้น เช่นเดียวกับไทยที่แม้ว่าจะพึ่งพารายได้จากภาคการท่องเที่ยวในระดับสูงจนทำให้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบค่อนข้างรุนแรง แต่ด้วยมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่ดี สะท้อนจากการจัดอันดับ Global COVID-19 Recovery Index ที่ไทยเป็นประเทศฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากออสเตรเลีย และพื้นฐานทางเศรษฐกิจทั้งด้านการเงินและการคลังที่เข้มแข็งทำให้เศรษฐกิจไทยยังมีแรงต้านทานกับสถานการณ์ในปัจจุบันได้อย่างน่าพอใจ

ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศตลาดเกิดใหม่และยังไม่มีทีท่าจะสิ้นสุดในเร็ววันนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องติดตามสถานการณ์และคอยประเมินความเสี่ยง รวมทั้งบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งวางแผนพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กับความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงไป เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในโลกยุคหลังโควิด-19 ให้ได้ต่อไป