เปิดไทม์ไลน์ Lockdown ประเทศทั่วโลก 3 ช่วงสำคัญ ส่งผลเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้นโลก
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานข้อมูล บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด ว่า ช่วงนี้สถานการณ์โควิด-19 กลับมาเป็นประเด็นที่สร้างแรงกดดันกับตลาดหุ้นทั่วโลก โดยผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกทะลุ 44.7 ล้านคน และยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ทะลุ 5 แสนราย (ค่าเฉลี่ย 7 วันทำ All Time High) ทำให้เห็นหลายประเทศกลับมา Lockdown ประเทศ โดยฝ่ายวิจัยเก็บข้อมูลในอดีตประเด็นการ Lockdown ประเทศที่เกิดขึ้นในปี 2563 มีทั้งหมด 3 ช่วงสำคัญคือ

• รอบแรกรอบใหญ่สุด ช่วง กลาง มี.ค.- กลางเดือน พ.ค.(ราว 1 เดือนครึ่ง-2 เดือน) ประเทศสำคัญขนาดใหญ่ทั่วโลก Lockdown พร้อมกัน (สหรัฐ, ยุโรป, ฯลฯ) ในส่วนไทย ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน (Curfew) เวลา 22.00-04.00 มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. – 16 พ.ค. 2563 และการปิดสถานที่เสี่ยงต่อการระบาด เช่น ห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร, ร้านตัดผม รวมถึงห้ามต่างชาติเข้าประเทศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้สะท้อนไปที่ GDP งวด 2Q63 ทั่วโลก คือ หดตัวแรง เป็น Bottom ในปีนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจไทย(จีดีพี) งวดไตรมาส 2/63 หดตัว 12.2% (ต่ำสุดในรอบ 22 ปี)
• รอบที่ 2 ปลาย มิ.ย.- ส.ค. ประเทศโซนเอเซีย อาทิ ฮ่องกง, ญี่ปุ่น, เวียดนาม อินโดนีเซีย ทำการ Lockdown (ยกเว้นไทย ไม่พบผู้ติดเชื้อและรัฐผ่อนคลายกิจกรรมเศรษฐกิจในระดับปกติ ส่วนสหรัฐ, ยุโรป ไม่ Lockdown เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอัตราลดลง)
• รอบที่ 3 ล่าสุด ตั้งแต่ ปลายเดือน ก.ย.-ปัจจุบัน พบว่า ประเทศในโซนยุโรป หลังผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง อาทิ สเปน, ไอร์แลนด์ ฯลฯ ทำให้รัฐบาลมีการเข้มงวดกิจกรรมเศรษฐกิจ และล่าสุดวานนี้
โดยในครั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐและยุโรป ปรับฐานแรง 3-4% คาดเป็นเซนติเมนต์เชิงลบต่อ SET index ในวันนี้


ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยทำการศึกษาการตอบสนองของตลาดหุ้นในยุโรปภายหลังการกลับมา Lockdown ในช่วงปลายเดือน ก.ย. พบว่า ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลงแทบทั้งสิ้น (ดังรูป) กล่าวคือ นับตั้งแต่วันที่มีการ Lockdown รอบที่ 2 (วันที่ T ในกราฟ) ประเทศอังกฤษ คือวันที่ 24 ก.ย. 2563, ฝรั่งเศส วันที่ 20 ต.ค. 2563, อิตาลี วันที่ 26 ต.ค. 2563, สเปน วันที่ 26 ต.ค. 2563, เยอรมนี วันที่ 28 ต.ค. 2563 (แต่ละประเทศ Lockdown รอบ 2 คนละวันกัน)
พบว่า ตลาดหุ้นปรับตัวลง โดยเฉพาะฝรั่งเศส, สเปน และเยอรมนี ที่มีผลตอบแทนสะสมนับตั้งแต่วันเริ่ม Lockdown รอบ 2 ที่ -7.52%, -6.08%, 4.06% และ -4.17% ตามลำดับ ยกเว้นเพียงอังกฤษ ที่ปัจจุบันตลาดหุ้นเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้ เนื่องจากเป็นประเทศที่ Lockdown รอบ 2 เป็นอันดับต้นๆ ในยุโรป
ทั้งนี้การ Lockdown ทั่วโลกในช่วงต้นปี กดดันต่อ GDP ทั่วโลกหดตัวดังนี้

ส่วนราคาน้ำมันดิบวานนี้ปรับฐานแรง 5% ถือเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน (PTT, PTTEP) แนะชะลอการลงทุนช่วงสั้น