เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
Politics “ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ดูทั้งหมด

การฟื้นฟูประเทศในระยะยาวต้องใช้การลงทุน

20 เม.ย. 2564 | 10:09น.
คอลัมน์ เช้านี้ที่ซอยอารีย์
พงศ์นคร โภชากรณ์ 
[email protected]

ครั้งก่อนโน้น ผมพูดถึงเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลต้องเน้นกระตุ้นการบริโภคไปแล้ว มีคนถามว่า แจกเงินไปเลยยาว ๆ ได้ไหม อีก 3 พัน 5 พัน คำตอบส่วนตัวผม คือ ไม่ได้ เพราะ 1) เราไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น 2) ยังมีรายจ่ายเพื่อการลงทุนรออยู่อีกมากมาย 3) หัวใจของการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 ใน 4 ข้อ คือ temporary = ทำเป็นการชั่วคราว

ดังนั้น ระยะสั้นต้อง spark ให้เครื่องยนต์ทำงานให้ได้ก่อน เครื่องยนต์ที่ spark ได้เร็วก็คือ การบริโภค ซึ่งวันนี้มาตรการที่รัฐบาลใส่ลงไปที่การบริโภคภาคเอกชนเริ่มเห็นผลแล้วทั้งในระดับมหภาคและภูมิภาค

ส่วนในระยะยาว ก็ต้องหันไปเน้นที่การลงทุนเพื่อขยายขนาดของเศรษฐกิจ เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน

ย้อนไป 3 ปีก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศไทยถูกขับเคลื่อนด้วยการลงทุนถึง 50% อีกครึ่งหนึ่งเป็นการบริโภคและการส่งออกสินค้าสุทธิ ในช่วงเวลานั้นประเทศไทยจึงมีอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจเฉลี่ยมากกว่า 7% ถือเป็นประเทศในกลุ่มที่เติบโตสูงที่สุดในโลก

ในปี 2539 ก่อนเกิดวิกฤต 1 ปี GDP ประเทศไทยอยู่ที่ 5.3 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 51% ของ GDP แบ่งเป็นการลงทุนภาคเอกชน 78% อีก 22% เป็นการลงทุนภาครัฐ

จะเห็นว่า “พระเอก” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็คือ การลงทุนภาคเอกชน ส่วนการลงทุนภาครัฐถือเป็น “พระรอง” สนับสนุนพระเอกอีกทีหนึ่ง

การลงทุนมี 2 ส่วน ได้แก่ การลงทุนก่อสร้าง และการลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักร พระเอกจะถนัดการลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักรมากกว่าการก่อสร้าง (ก่อสร้าง 35% : เครื่องมือเครื่องจักร 65%) ส่วนพระรองจะถนัดการก่อสร้างมากกว่าเครื่องมือเครื่องจักร (ก่อสร้าง 75% : เครื่องมือเครื่องจักร 25%) นี่คือโครงสร้างการลงทุนของไทยในเวลานั้น

ต่อมาในปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง เช่น impossible trinity เศรษฐกิจฟองสบู่ ค่าเงินบาทแบบลอยตัว เป็นต้น แต่ “ซากความเสียหาย” ที่เราต้องจดจำในเชิงของตัวเลขมีอยู่ 3 ประการ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจปี 2541 หดตัวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ -7.6% (หวังว่าจะเป็น low record ตลอดไป)

2) โครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนไปตลอดกาล ส่งออกสินค้าขึ้นมาเป็นเครื่องยนต์ใหญ่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนลงทุนลดขนาดลงไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว โดยมูลค่าการลงทุนลดลงจาก 2.7 ล้านล้านบาท เหลือเพียง 1.2 ล้านล้านบาท เหลือสัดส่วนใน GDP เพียง 25% เท่านั้น จากเดิม 51%

และ 3) คนตกงานสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.4 ล้านคน คิดเป็น 4.4% ของกำลังแรงงาน

คนที่เจ็บหนักจากวิกฤตครั้งนั้น คือ การลงทุนภาคเอกชน เมื่อพระเอกป่วยพระรองจึงต้องทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เบ่งตัวเองให้ใหญ่ขึ้น ทำให้ในปี 2542 สัดส่วนพระรองเพิ่มขึ้นมาเป็น 42% (จาก 22% ในปี 2539) พระเอกลดลงเหลือ 58% (จาก 78% ในปี 2539) อย่างน้อยก็รอให้พระเอกฟื้นขึ้นมาทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักเหมือนเดิม แต่ข้อเท็จจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ !!!

หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า หลังจากเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว สิ่งที่ทุกคนอยากเห็น คือ การลงทุนภาคเอกชนมีสัดส่วนใน GDP เพิ่มขึ้นกลับไปสู่ระดับที่ควรจะเป็น ไม่ต้องถึง 50% ขอแค่ 30- 40% ของ GDP ก็พอ

แต่ 23 ปีที่ผ่านมาสัดส่วนการลงทุนใน GDP ยังคงแน่นิ่งที่เฉลี่ยประมาณ 24% ต่อปี เปรียบเสมือน “พระเอกป่วยเรื้อรังไม่มีเรี่ยวแรง” เพราะเศรษฐกิจไทยไม่มีเวลาให้พักฟื้น เจอวิกฤตต่าง ๆ มาโดยตลอด เช่น แฮมเบอร์เกอร์ น้ำท่วม ภัยแล้ง การเมือง สงครามการค้า โควิด ได้แต่กินบุญเก่าไปเรื่อย ๆ

ส่วนตัวผมมองว่า จะให้พระรองทำหน้าที่แทนไปเรื่อย ๆ คงไม่ไหว เพราะงบประมาณมีจำกัด (รายจ่ายเพิ่มเร็วกว่ารายได้) การกู้เงินก็มีกรอบวินัยการเงินการคลังขีดเพดานไว้

ดังนั้น การรักษาอาการป่วยของการลงทุนน่าจะเป็นวาระแห่งชาติจริง ๆ จัง ๆ ทั้งในระดับประเทศและจังหวัด หน่วยงานส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันการลงทุน ต้องออกมาแล้วครับ ต้องช่วยกันฉายภาพซ้ำแล้วซ้ำอีกให้ภาคเอกชนเห็นอนาคตประเทศไทย อนาคตของจังหวัดที่เขาจะไปลงทุน อนาคตที่เขามั่นใจ อนาคตที่ดีกว่าประเทศอื่น แล้วเขาจะกล้าที่จะลงทุนเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การลงทุน